วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 07:58 น.

การเมือง

"เอกนิติ" ปิดจ็อบศึกษา "แลนบริดจ์" ก่อนครบ 90 วัน ชงยุติโครงการฯเซฟงบประมาณแผ่นดิน สร้างบรรทัดฐานใช้ข้อมูลตัดสินใจ หลังผลศึกษาชี้ชัดไม่คุ้มทุน NPV ติดลบกว่าหมื่นล้านบาท

วันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.53 น.

"เอกนิติ" ปิดจ็อบศึกษา "แลนบริดจ์" ก่อนครบ 90 วัน ชงยุติโครงการฯเซฟงบประมาณแผ่นดิน สร้างบรรทัดฐานใช้ข้อมูลตัดสินใจ หลังผลศึกษาชี้ชัดไม่คุ้มทุน NPV ติดลบกว่าหมื่นล้านบาท แถม 9 ใน 10 สายเรือยักษ์ใหญ่ของโลกมีพันธมิตรอื่นแล้ว ศึกษาอัปเกรดท่าเรือระนองควบเชื่อมทางรถไฟแทน เลี่ยงการสร้างภาระหนี้ก้อนโตให้ประเทศในอนาคต 

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายงานผลการศึกษาของ คณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่าง อ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ที่มี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในฐานะ ประธาน ที่ได้สรุปผล ไม่เห็นควรสร้างโครงการแลนด์บริดจ์เนื่องจากไม่คุ้มทุน

รายงานผลการศึกษา ระบุว่า ข้อมูลที่คณะกรรมการได้มาจากการสอบถามจากสายเรือขนาดใหญ่ระดับโลกพบว่า 9 ใน 10 รายได้ไปลงทุนในโครงการอื่นหรือจับมือกับพันธมิตรในประเทศอื่นที่มีการลงทุนในโครงการที่คล้ายกับโครงการแลนด์บริดจ์หมดแล้ว เหลือผู้เล่นเพียงรายเดียวที่มีส่วนแบ่งการตลาดน้อย หมายความว่าหากไทยสร้างแลนด์บริดจ์เสร็จเรือสินค้าส่วนใหญ่ก็จะไม่ได้เข้ามาใช้บริการอยู่ดี กลายเป็นความเสี่ยงที่ไทยจะขาดทุนจากโครงการนี้สูงมาก

สำหรับ คณะกรรมการชุดนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาด มีคำสั่งให้ตั้ง คณะกรรมการศึกษาแนวฯ(โครงการแลนด์บริดจ์) ขึ้นมา โดยมีกรอบระยะเวลาทำงาน 90 วัน หลังจากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาในสังคมไทยเกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับ“โครงการแลนด์บริดจ์” เมกะโปรเจกต์ใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ว่ารัฐบาลควรเดินหน้าก่อนสร้างโครงการนี้หรือไม่ มีทั้งผู้สนับสนุนและคัดค้านโครงการ โดยฝั่งที่สนับสนุนกล่าวถึงโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่ฝ่ายที่คัดค้านตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า ผลกระทบต่อธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนิติในฐานะประธานได้ประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าของคณะอนุกรรมการชุดต่างๆอยู่เป็นระยะ ที่สำคัญมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ในสาขาต่างๆที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เข้ามาทำงานร่วมกันทั้งหน่วยงานราชการ นักวิชาการ และภาคประชาชน โดยมีการนำเอาข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงต่างๆมาวิเคราะห์อย่างรอบด้านว่าโครงการนี้มีความเหมาะสมที่จะดำเนินการต่อไปหรือไม่ จนในที่สุดคณะกรรมการฯได้ข้อสรุปสามารถสรุปผลการศึกษาเพื่อส่งให้นายกรัฐมนตรีได้ก่อนกรอบระยะเวลา 90 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวของคณะกรรมการฯเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา การที่นายเอกนิติ ประกาศยุติโครงการแลนด์บริดจ์ที่ดำเนินการในรูปแบบเดิม เพื่อปกป้องประเทศจากความเสี่ยงทางการคลัง และผลกระทบหลายด้านที่อาจกลายเป็นภาระของประเทศในอนาคต หัวใจสำคัญคือการที่คณะกรรมการฯที่ใช้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันในการคำนวณความคุ้มค่าของโครงการ เมื่อพบว่าสมมุติฐานทางเศรษฐกิจเปลี่ยนเนื่องจากอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจโลกภายหลังจากเกิดภาวะสงครามตะวันออกกลางจะชะลอตัวลง การขนส่งสินค้าทางเรือไม่ได้มากเท่าเดิม ทำให้ผลตอบแทนทางการเงินของโครงการมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่คำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ได้ 637,713 ล้านบาท ปรับลดลงเป็นติดลบที่ 10,287 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าโครงการฯ มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและปริมาณสินค้าในระดับที่สูงมาก โครงการจึงมีความเป็นไปได้ทางธุรกิจในระดับต่ำ ถ้าประเทศไทยฝืนสร้างต่อไปนอกจากโครงการจะไม่คุ้มทุน อาจจะก่อให้เกิดภาระงบประมาณและความเสี่ยงจากหนี้สินของประเทศที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

รายงานข่าวแจ้งว่า อีกหนึ่งของการตัดสินใจของคณะกรรมการฯที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง และพื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลกที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วมองเห็นว่ามูลค่าของป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกนั้นประเมินค่าไม่ได้ การฝืนทำโครงการอาจทำให้ไทยเสียโอกาสในการขึ้นทะเบียนมรดกโลกสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มองไกลกว่าตัวเงิน แต่เป็นการรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติให้แก่ลูกหลานไทย

รายงานข่าวแจ้งว่า การถอยโครงการแลนด์บริดจ์ครั้งนี้ไม่ใช่การละทิ้งภาคใต้ แต่เป็นการปรับเข็มทิศการลงทุนใหม่ให้ตรงจุดซึ่งคณะกรรมการได้เสนอทางออกที่มีประสิทธิภาพและใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าให้กับรัฐบาลกว่า ด้วยการสั่งการให้ศึกษาการพัฒนาท่าเรือระนอง ที่มีอยู่เดิมให้เต็มศักยภาพ พร้อมเร่งเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟ (Missing Link) เพื่อเชื่อมโยงสินค้าจากจีนและท่าเรือฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์ความต้องการจริงของภาคเอกชนโดยไม่ต้องแบกความเสี่ยงระดับล้านล้านบาท

มีรายงานว่า การทำงานของคณะกรรมการฯที่นำโดยนายเอกนิติในครั้งนี้ทำให้เห็นบทเรียนที่สำคัญในการว่าการวางแผนลงทุนโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานของประเทศต้องพิจารณาข้อมูลต่างๆให้รอบด้านก่อนเริ่มที่จะตัดสินใจลงทุน ขณะที่การตัดสินใจพับแผนเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่บนความถูกต้องทางวิชาการ และการรับฟังเสียงสะท้อนจากสังคมอย่างรอบด้านเช่นนี้ สร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดนี้บริหารงานด้วยการรับฟังความคิดเห็นและข้อมูลที่ถูกต้องอย่างรอบด้านเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ 

 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง