วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569 08:11 น.

การเมือง

“อภิสิทธิ์” กระทุ้ง กสศ. ส่งรายงานให้ ครม. จี้รัฐแก้ปมเหลื่อมล้ำ ชงคลอด “คูปองการศึกษา” ส่งตรงถึงมือเด็ก

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.11 น.

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569    ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  อภิปรายรับทราบรายงานประจำปี 2567 และ 2568 ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยได้กล่าวให้กำลังใจและชื่นชมการทำงานของ กสศ. พร้อมระบุว่า แนวคิดการจัดตั้งกองทุนนี้เป็นสิ่งที่ตนพยายามผลักดันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553–2554 ด้วยความหวังที่จะเห็นการสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาที่ยืดหยุ่น มีคุณภาพ และตอบโจทย์โครงสร้างเศรษฐกิจสังคมไทย
 
“เชื่อว่าท่านผู้จัดการ ผู้บริหาร คงทราบดีว่าแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องของการมีกองทุนนี้ ก็เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งตนได้พยายามผลักดันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553-2554 และความจริงแล้วก็ประสงค์จะเห็นกองทุนลักษณะนี้ มีภารกิจและมีทรัพยากรที่กว้างขวางมากกว่านี้ และสามารถที่จะดึงภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามา ไม่เพียงแต่มุ่งในเรื่องของความเสมอภาคเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศทางการศึกษา คู่ขนานไปกับการทำงานของส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อให้การศึกษาของเรานั้น ไม่เพียงไปถึงพี่น้องประชาชน ลูกหลานเราทุกคน แต่ว่าเป็นการศึกษาที่มีคุณภาพ ยืดหยุ่น และก็ตอบโจทย์ของเศรษฐกิจสังคมไทยได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
 
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับหน่วยงานนี้ ในช่วงที่ตนไม่ได้อยู่ในการเมือง ในสภาแห่งนี้ก็ยังได้เห็นเพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ หลายพรรค แสดงความเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องของความเพียงพอของงบประมาณ ในการปฏิบัติภารกิจนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี และวันนี้จากการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็เห็นได้ชัดว่าสภาแห่งนี้ ต้องการที่จะสนับสนุนการทำงานของ กสศ. จริง ๆ
 
“สิ่งที่อยากจะกราบเรียนสำหรับตัวรายงาน ซึ่งท่านรายงานมาที่ทางสภาผู้แทนราษฎรด้วย  เข้าใจว่าได้รายงานไปที่คณะรัฐมนตรีแล้ว คือประเด็นนี้  สำหรับผมแล้วการที่ท่านรายงานคณะรัฐมนตรีก็ดี หรือการที่ท่านรายงานสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ผมหวังที่จะเห็นการทำงานของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อที่จะมาช่วยตอบโจทย์ท่านได้ดีขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า ประเด็นแรกที่อยากจะสอบถาม คืออยากทราบว่า กสศ. รายงานคณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีมีปฏิกิริยาอะไร อย่างไร และมีการตอบสนองอย่างไรบ้าง
“เช่นเดียวกันสิ่งที่ผมเสียดายและมองว่าเมื่อท่านจะต้องรายงานสภาผู้แทนราษฎร สิ่งหนึ่งซึ่งท่านน่าจะนำเสนอด้วยก็คือ ท่านมีปัญหาอุปสรรคในเรื่องของกฎหมายที่เป็นข้อจำกัดในการทำงานของท่านในเรื่องอะไร ซึ่งถ้าท่านนำเสนอมาก็จะเป็นประโยชน์ในการที่พวกเราจะได้ช่วยกันตอบสนองตามหน้าที่ของเราในการทำกฎหมายให้กับท่าน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
 
นายอภิสิทธิ์  กล่าวต่อว่าขอพูดถึงการเชื่อมโยงตรงนี้เป็นส่วนสำคัญเพราะว่า แท้ที่จริงแล้วมีอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารของกองทุนอยู่ข้อหนึ่ง ก็คือการเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับมาตรการและผลการศึกษาวิจัยหรือค้นคว้าที่เป็นประโยชน์ต่อการลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา เพื่อให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ
 
“ผมไม่แน่ใจว่าผมอ่านรายงานละเอียดพอหรือไม่ แต่ผมยังไม่เห็นว่าท่านเคยทำข้อเสนออะไรบ้างถึงคณะรัฐมนตรี และสิ่งที่ผมจะนำเสนอจากนี้ไป ก็คือจากรายงานของท่าน ท่านได้สะท้อนปัญหามาอย่างน้อย ๆ 3 ข้อ ที่ผมเห็นว่ามีความสำคัญมาก และเห็นว่าสิ่งที่ท่านทำอยู่ เครื่องมือที่ท่านมีอยู่ อย่างไรก็ไม่พอ ตราบเท่าที่หน่วยงานอื่น ๆ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษานั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลง” นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า
 
ข้อที่ 1 . รานงานยังได้สะท้อนให้เห็นว่าเรามีเด็กจำนวนมหาศาล  6 แสน   ที่ไม่อยู่ในระบบ หรือไม่พบชื่ออยู่ในระบบการศึกษา ฟังดูก็อาจจะเถียงกันได้ ว่ามากไป น้อยไป แต่ต้องคิดอย่างนี้ว่ากฎหมายสูงสุดของประเทศเมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว บอกว่าคนไทยทุกคนต้องได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง มีคุณภาพ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
 
“ พูดง่ายๆ ก็คือว่าพวกเราที่ทำงานในภาครัฐเนี่ย บอกว่าเราจัดการศึกษาฟรีให้กับเด็กตามกฎหมายสูงสุดของประเทศ 30 ปีแล้ว แต่ 30 ปีผ่านไป เหตุใดเรายังมี่เด็ก 6 แสนคนที่ไม่ได้ใช้สิทธินี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า ประเด็นคือเครื่องมือที่ผ่านมา ก่อนที่เราจะมี กสศ. เรามีกฎหมาย เราเริ่มจากการศึกษาภาคบังคับ ขยายมาโดยลำดับ จนกระทั่งปัจจุบันก็บอกว่า 9 ปี แล้วเราก็พยายามผลักดันนโยบายเรียนฟรี 6 ปี 9 ปี 12 ปี 15 ปี จริง ๆ พรรคการเมืองต่าง ๆ ก็พยายามนำเสนอว่าจะทำให้ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ลดลงไปอีกได้อย่างไร มีการพูดถึงอาหารเช้า พูดถึงการจัดรถโรงเรียน หรืออะไรก็แล้วแต่
 
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนอยากจะถาม หรือนำเสนอ  แต่ว่าอาจจะเป็นข้อเสนอแนะเป็นการบ้านให้กับ กสศ. ก็คือว่า เราอาจจะต้องมาทบทวนไหมว่า ที่เราจะให้การศึกษาฟรี เราจัดแบบเดิม ๆ ไม่ได้ เป็นไปได้หรือไม่ว่าต่อจากนี้เราต้องจัดเป็นคูปองหรือเงินไปถึงมือเด็ก เขาจะได้เอาไปใช้ แล้วก็สามารถเข้าถึงระบบการศึกษา 
 
“สิ่งที่ท่านทำอยู่ในการตามเก็บเด็ก เข้าไปไม่ได้ ออกจากโรงเรียน กระผมเห็นว่าท่านทำดีอยู่แล้วนะครับ เพียงแต่ผมบอกว่าถ้าเราจะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ มันถึงเวลาหรือยังที่เราต้องมาทบทวนว่า วิธีการอุดหนุนหรือจูงใจให้เด็กอยู่ในโรงเรียน ทั้ง ๆ ที่เราบอกว่าเขามีสิทธิ์เรียนฟรี  12 ปีเป็นอย่างน้อย  แต่มันไม่เกิดผล” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
 
นายอภิสิทธิ์  กล่าวต่อว่า ตนอยากเห็นแนวทางของการนำเสนอระบบตรงนี้ไปสู่คณะรัฐมนตรี  เพราะปัจจุบันยังอยู่ในกระบวนการการจัดทำกฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ อยากเห็นข้อเสนอจาก กสศ. ว่ากฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่จะต้องออกแบบอย่างไร เพื่อมาแก้ไขปัญหาเด็กที่ตกหล่นจากระบบโรงเรียน และแก้ปัญหาในเรื่องของความเหลื่อมล้ำ
 
 “  ทุกวันนี้เราบ่นกันว่าเด็กเกิดน้อย ข้อจำกัดเรื่องทรัพยากรมันไม่ควรจะมีแล้ว งบประมาณเท่าเดิมเนี่ย ปล่อยไปอีก 5 ปี ต่อหัวก็เพิ่มขึ้น ไม่รู้กี่เปอร์เซ็นต์เกือบจะเป็นเท่าตัวก็ยังเป็นได้ เพราะเด็กเกิดน้อยลงเรื่อย ๆ ฉะนั้นแก้ที่ต้นเหตุ มาช่วยกันคิดว่าจะจัดระบบการอุดหนุนเรื่องการศึกษาเพื่อให้คนทุกคนเข้าถึงระบบการศึกษาอย่างไร” นายอภิสิทธิ์  กล่าว
 
ข้อที่สอง  รายงานได้สะท้อนประเด็นในเรื่องของ คุณภาพการศึกษาโดยเฉพาะช่องว่างระหว่างโรงเรียนขนาดเล็ก กับโรงเรียนขนาดปกติหรือขนาดใหญ่ ซึ่งดูเป็นปัญหาเรื้อรัง  เราพูดเรื่องนี้กันมาหลายครั้ง  คำตอบคือไม่ใช่มุ่งจะไปยุบโรงเรียนขนาดเล็ก แต่ปัจจุบันตนคิดว่ามีโอกาสที่ดีขึ้นกว่านั้นก็ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี  “ผมอยากเห็นท่านทำข้อเสนอถึงคณะรัฐมนตรี ว่าทำอย่างไรจะสามารถยกระดับคุณภาพของโรงเรียนขนาดเล็กได้ มากกว่าการที่เรายังพยายามจะคิดถึงเรื่องการยุบโรงเรียนเหล่านี้  ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว และว่าในปัจจุบันหลายโรงเรียนที่ยังไม่ถูกยุบ เกิดปัญหาใหม่ก็คือ อยู่ได้เพราะรับเด็กต่างด้าวเข้าไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาด้วย ตนก็อยากเห็นรายงานหรือการศึกษารวมถึงข้อเสนอในเรื่องนี้ด้วย    
 
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า  สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็คือ ที่ กสศ.ได้สะท้อนปัญหาเรื่องของภัยพิบัติ ที่เข้ามากระทบ ซึ่งไม่ควรจะเป็นข้ออ้าง หรือเหตุผลเลยที่ทำให้โอกาสทางการศึกษาถูกทำลายได้มากมายขนาดนี้ ที่  เวลาภัยพิบัติมานั้นเด็กต้องสูญเสีย โครงสร้างของโรงเรียนไปถึงเกือบ 2 ปี กว่าจะได้สภาพคืนกลับมา ซึ่งมันเป็นการสูญเสียที่ไม่ควรจะเป็น 
 
“อยากเห็นกองทุนครับทำข้อเสนอถึงคณะรัฐมนตรีเหมือนกันว่า เวลาเกิดกรณีแบบนี้แล้ว การระดมทรัพยากร การทำให้กระบวนการในการฟื้นฟูมันเร็ว จะทำได้อย่างไร ทั้งหมดนี้ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการทำงานของท่าน แต่ย้ำอีกครั้งครับ ท่านก็ทำคนเดียวไม่ได้ วันนี้ท่านก็กรุณาขอบคุณหลายภาคส่วน แต่สิ่งที่ผมเห็นขาดหายไปมากที่สุด ก็คือการเชื่อมโยงระหว่างท่านกับคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานของรัฐบาลครับ ขอบคุณครับ" นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำ
 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง