วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569 11:43 น.

การเมือง

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เตรียมความพร้อมสารเคมี และบุคลากร เร่งทำฝนหลวงเติมน้ำเข้าเขื่อนหลัก และช่วยเหลือพื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทาน

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.17 น.

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เตรียมความพร้อมสารเคมี และบุคลากร เร่งทำฝนหลวงเติมน้ำเข้าเขื่อนหลัก และช่วยเหลือพื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทาน โดยเฉพาะทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวและประสบปัญหาแรงซ้ำซาก เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์เอลนีโญ ตามข้อสั่งการของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569  นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรเปิดเผยว่า หลังจากที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องกับการดูแลด้านน้ำ ติดตามความคืบหน้า การบริหารจัดการน้ำ เพื่อรับมือ สถานการณ์เอลนีโญ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในช่วงปลายปี 2569 ลากยาวจนถึงปี 2570

ล่าสุด อธิบดีกรมฝนหลวงฯ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์เอลนีโญที่จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคกลาง โดยผลการตรวจสอบพบว่า มีความพร้อมทั้งด้านเจ้าหน้าที่ และปริมาณสารฝนหลวง ทั้งคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ(น้ำแข็งแห้ง) และโซเดียมคลอไรด์ ที่มีจำนวนเพียงพอ ในการปฏิบัติการช่วยเหลือเกษตรกร ส่วนแผนการดำเนินงาน ได้มีการตั้งห้องปฏิบัติการเพื่อติดตามสถานการณ์ธรรมชาติอย่างใกล้ชิด  หากมีปริมาณฝนตกตามธรรมชาติเพียงพอ จะไม่มีการดัดแปรสภาพอากาศ แต่หากพบว่ามีแนวโน้มฝนทิ้งช่วง หรือปริมาณน้ำในเขื่อนต่ำกว่าเกณฑ์ จะเข้าปฏิบัติการทันที  ซึ่งในปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการเติมน้ำเข้าเขื่อนภูมิพลแล้ว เพื่อความมั่นคงของน้ำในฤดูแล้งปีหน้า

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรมนอกเขตชลประทาน โดยเฉพาะในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่กำลังอยู่ในช่วงแตกกอ และเตรียมตั้งท้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย  ซึ่งหลังจากกรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดการณ์ ว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ภาวะฝนทิ้งช่วง ประมาณวันที่ 21 ถึง 26 มิถุนายนนี้  ทางกรมฝนหลวงฯ ได้ปรับแผนการทำงานเน้นมาตรการเชิงรุก โดยมีการจัดตั้งวอร์รูมเพื่อประมวลผลข้อมูลสภาพอากาศและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในแต่ละวัน เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพสูงสุด

“ยอมรับว่า พื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทาน ยังเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง โดยเฉพาะพื้นที่ จังหวัดร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มักจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำซ้ำซาก เนื่องจากมีแหล่งเก็บกักน้ำต้นทุนค่อนข้างน้อยตลอดจน เขื่อนที่มีปริมาณน้ำไม่เต็มเขื่อน อาทิ ลำตะคอง ห้วยหลวง เป็นต้น  ”นายวิทยากล่าว

อย่างไรก็ตามแม้ปัจจุบัน ปริมาณน้ำในเขื่อนหลายแห่งจะยังคงมีความมั่นคงเนื่องจากปริมาณน้ำฝนสะสมจากปีที่ผ่านมา และหากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงในปีนี้ลากยาว ทางกรมฝนหลวงฯ  จะจัดทำแผนบริหารจัดการ ทั้งด้านทรัพยากร สารฝนหลวง และงบประมาณในการขึ้นบินปฏิบัติการ ซึ่งปัจจุบันได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวน 2,700 ล้านบาทต่อปีแบ่งเป็น งบก่อสร้างผูกพัน 2,100 ล้านบาทและงบปฏิบัติการฝนหลวง 600 ล้านบาท คาดว่าเพียงพอ ต่อการปฎิบัตคการฝนหลวงอย่างแน่นอน
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง