วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569 02:43 น.

การเมือง

ศึกนมเดือด! เกษตรกรล้อมวุฒิสภาค้านกฎหมายใหม่ แฉนมผงนำเข้าถล่มตลาด สหกรณ์จ่อเจ๊ง-วัวแดงเสี่ยงสูญพันธุ์

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.41 น.

เครือข่ายสหกรณ์โคนมทั่วประเทศบุกวุฒิสภา ค้านร่าง พ.ร.บ.โคนมและผลิตภัณฑ์นม หลังผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา หวั่นโครงสร้าง “มิลค์บอร์ด” เปิดทางเอกชนครอบงำอุตสาหกรรมนมไทย ขณะที่เกษตรกรกำลังเผชิญวิกฤตน้ำนมดิบล้นตลาด สูญรายได้หลายสิบล้านบาท ด้าน ส.ว.เศรณี ซัดรัฐเอื้อทุน ปล่อยอาชีพพระราชทานเสี่ยงล่มสลาย เตือนหากกฎหมายเดินหน้าต่อ เกษตรกรเตรียมถวายฎีกา 

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายสุนทร เชาว์กิจค้า ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา รับหนังสือร้องเรียนจากเครือข่ายสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ ประกอบด้วย สหกรณ์การเกษตรตากฟ้า จำกัด จังหวัดนครสวรรค์ ชุมนุมสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค จำกัด จังหวัดสระบุรี สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) จังหวัดราชบุรี และผู้แทนสถานศึกษาที่มีการเรียนการสอนด้านการเกษตร เพื่อคัดค้านร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่วุฒิสภามีมติเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา

กลุ่มผู้ยื่นหนังสือแสดงความกังวลต่อโครงสร้างคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือ “มิลค์บอร์ด” ตามร่างกฎหมายฉบับใหม่ ซึ่งมีสัดส่วนกรรมการจากภาคเอกชนจำนวนมาก จนอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมในการกำหนดนโยบายด้านโคนมของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้มีการทบทวนการจัดสรรสิทธิโครงการนมโรงเรียน และขอให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ

นายธีระชัย เกรียงไกรเวคิน ประธานชุมนุมสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค จำกัด ในฐานะตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เปิดเผยว่า ปัจจุบันเครือข่ายสหกรณ์มีสมาชิกผู้เลี้ยงโคนมมากกว่า 3,000 ครอบครัว กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลังองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) แจ้งว่าไม่สามารถรับซื้อน้ำนมดิบส่วนเกินจากข้อตกลง MOU ได้อีกประมาณ 80-90 ตันต่อวัน

สาเหตุสำคัญมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประกอบกับการได้รับจัดสรรโควตานมโรงเรียนลดลงอย่างมาก โดยได้รับเพียง 90 ตันต่อวัน จากที่ยื่นขอไว้ 265 ตันต่อวัน ทั้งที่ปัจจุบันรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรเฉลี่ยวันละ 400 ตัน หากไม่ได้รับการจัดสรรโควตาเพิ่มเติม จะต้องนำน้ำนมดิบไปจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าตลาดโครงการนมโรงเรียน ส่งผลให้สูญเสียรายได้เดือนละ 4-5 ล้านบาท หรือมากกว่า 50 ล้านบาทแล้วในขณะนี้

ตัวแทนเกษตรกรจึงเรียกร้องให้ภาครัฐคืนความเป็นธรรมในการจัดสรรสิทธิโครงการนมโรงเรียนแก่ อ.ส.ค. และสหกรณ์โคนม เพื่อรักษาเสถียรภาพอาชีพการเลี้ยงโคนมและป้องกันผลกระทบที่กำลังลุกลามไปยังเกษตรกรทั่วประเทศ

ด้านนายสุนทร กล่าวว่า คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา จะรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรภายใต้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ ก่อนจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาล เพื่อให้เกิดการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ขณะที่ นายเศรณี อนิลบล สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้ขอให้คณะกรรมาธิการการเกษตรฯ ทบทวนปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน แม้ว่าร่างกฎหมายจะผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาไปแล้วเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน และอยู่ระหว่างกระบวนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ  ประกาศใช้เป็นกฎหมายก็ตาม

นายเศรณีระบุว่า หากปล่อยให้ร่างกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้โดยไม่มีการแก้ไข เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอาจรวมตัวกันถวายฎีกา   และเกรงว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำลายกลไกการพัฒนาอุตสาหกรรมโคนมของประเทศในระยะยาว

นายเศรณียังวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือ “มิลค์บอร์ด” ว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีโครงสร้างที่ผู้ประกอบการซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีบทบาทในการกำหนดนโยบาย จนเกิดข้อครหาว่าเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเอกชนมากกว่าคุ้มครองเกษตรกร

พร้อมยกตัวอย่างกรณีการเปิดเสรีนำเข้านมผงจากต่างประเทศในอัตราภาษี 0% ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าน้ำนมดิบภายในประเทศอย่างมาก ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์นมจากต่างประเทศเข้ามาแข่งขันในตลาด ขณะที่น้ำนมดิบของเกษตรกรไทยและ อ.ส.ค. กลับประสบปัญหาสต็อกล้น ไม่มีพื้นที่จัดเก็บ และต้องแบกรับภาระหนี้สินรวมกันกว่า 6,000-7,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการบริหารโครงการนมโรงเรียน ซึ่งมีงบประมาณสูงถึง 1,400 ล้านบาทต่อปี ว่าเกิดความล่าช้าและความขัดแย้งในการจัดสรรสิทธิ จนทำให้เด็กนักเรียนจำนวนมากไม่ได้รับนมในช่วงเปิดภาคเรียนตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

นายเศรณียังเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งหาทางระบายสต็อกน้ำนมดิบของ อ.ส.ค. และสหกรณ์โคนมไทย โดยเฉพาะในช่วงที่การจัดสรรโควตานมโรงเรียนยังไม่แล้วเสร็จ พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าได้ทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรอย่างเต็มที่แล้วหรือไม่

“หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป สหกรณ์โคนมของเกษตรกรจะทยอยล้มลงทีละแห่ง อ.ส.ค. และนมตราวัวแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของอาชีพพระราชทาน อาจถึงจุดสิ้นสุด และประเทศไทยอาจต้องพึ่งพาการนำเข้านมผงจากต่างประเทศมากขึ้นในอนาคต ทั้งที่เรามีศักยภาพในการผลิตน้ำนมดิบเองได้” นายเศรณีกล่าว
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง