วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569 02:41 น.

การเมือง

“กรรมการสรรหาฯ กสทช.” ขอเวลา 7 วันได้ข้อยุติปมคุณสมบัติ “สรณ บุญใบชัยพฤกษ์”

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.07 น.

กสทช.ยังไม่จบ “กรรมการสรรหาฯ” ขอเวลา 7 วันได้ข้อยุติปมคุณสมบัติ “สรณ-ประธาน กสทช.” ครบถ้วนหรือไม่ ด้าน “สรณ” สู้ยิบตายื่นหนังสือ 2 ฉบับถึงประธานวุฒิสภาและคณะกรรมการสรรหาฯร้องคัดค้านกระบวนการไม่ถูกต้องและอาจไม่เป็นกลาง

ที่รัฐสภา - วันที่ 26 มิถุนายน 2569 คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ประชุมเพื่อพิจารณาประเด็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. โดยได้เชิญ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตประธานคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและการโทรคมนาคม (กมธ.ไอซีที) วุฒิสภา เข้าชี้แจงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่คณะกรรมาธิการชุดก่อนเคยดำเนินการไว้

ภายหลังการประชุม พล.อ.อนันตพร เปิดเผยว่า การเข้าชี้แจงครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะกรรมการสรรหาได้รับข้อมูลข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนและถูกต้อง ก่อนนำไปประกอบการพิจารณาวินิจฉัย เบื้องต้นคาดว่า คณะกรรมการสรรหาจะใช้เวลาพิจารณาข้อมูลประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนมีข้อยุติในประเด็นดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม วันเดียวกันนี้ 26 มิถุนายน นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ยื่นหนังสือ 2 ฉบับ เพื่อคัดค้านการดำเนินการของคณะกรรมการสรรหา กสทช. โดยหนังสือฉบับแรกยื่นถึงประธานวุฒิสภา ขอให้วินิจฉัยข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของคณะกรรมการสรรหาและมีคำสั่งยุติการดำเนินการที่เห็นว่าไม่มีฐานอำนาจตามกฎหมาย ขณะที่หนังสืออีกฉบับยื่นถึงประธานและกรรมการสรรหา กสทช. เพื่อคัดค้านการดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของตน

หนังสื่อดังกล่าว ระบุว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่ากระบวนการดังกล่าวอาจขาดความเป็นกลาง ทั้งนี้ตนจะไม่เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการสรรหา เพราะเห็นว่าประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และข้อคัดค้านเรื่องความเป็นกลางยังไม่ได้รับการวินิจฉัย จึงเห็นว่าการดำเนินกระบวนการในขณะนี้ไม่เป็นไปตามหลักกฎหมายและหลักความเป็นธรรม

สำหรับหนังสือฉบับแรกที่ยื่นถึงประธานวุฒิสภา ขอให้พิจารณาและมีคำสั่งให้คณะกรรมการสรรหา กสทช. ยุติการดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของตน โดยให้เหตุผลว่าคณะกรรมการสรรหาไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกลับมาตรวจสอบผู้ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา และได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแล้ว พร้อมอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วางหลักว่า ภารกิจของคณะกรรมการสรรหาสิ้นสุดลงเมื่อกระบวนการสรรหาแล้วเสร็จ รวมทั้งประเด็นตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ เป็นอำนาจของประธานวุฒิสภาในการพิจารณา มิใช่อำนาจของคณะกรรมการสรรหา จึงขอให้ประธานวุฒิสภาวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าว และมีคำสั่งให้ยุติการดำเนินการที่เห็นว่าไม่มีฐานอำนาจตามกฎหมาย

ขณะที่หนังสืออีกฉบับยื่นถึงประธานและกรรมการสรรหา กสทช.คัดค้านการดำเนินการของคณะกรรมการสรรหา โดยระบุว่า เมื่อได้ยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้วินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมายของการใช้อำนาจแล้ว คณะกรรมการสรรหาจึงตกอยู่ในฐานะเป็น “คู่กรณี” ในเรื่องดังกล่าว แต่ยังคงทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน เรียกชี้แจง และวินิจฉัยเรื่องเดียวกัน ซึ่งอาจขัดต่อหลักความเป็นกลางของการพิจารณาทางปกครองตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

นอกจากนี้ หนังสือยังระบุว่า การที่คณะกรรมการสรรหายังคงเดินหน้าพิจารณา ทั้งที่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการสรรหา และยังมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ย่อมเป็นเหตุอันอาจทำให้การพิจารณาทางปกครองขาดความเป็นกลาง และส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการพิจารณา ด้วยเหตุนี้ ประธาน กสทช. จึงขอให้คณะกรรมการสรรหาปฏิบัติตามหลักกฎหมาย โดยยุติการดำเนินการไว้ก่อน จนกว่าจะมีข้อยุติในประเด็นอำนาจหน้าที่และข้อคัดค้านเรื่องความเป็นกลาง เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และได้รับความเชื่อถือจากทุกฝ่าย

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง