การเมือง
คณะกมธ. กิจการเด็กฯ รับยื่นหนังสือจากชมรมสันติประชาธรรม จี้รัฐเร่งกำหนดมาตรการคุ้มครองเด็กจากความรุนแรงเชิงระบบและภัยสื่อดิจิทัล
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 256 เวลา 10.30 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ประธานคณะ กมธ.กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ รับยื่นหนังสือจาก นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม เพื่อขอให้ช่วยหามาตรการช่วยเด็กและคุ้มครองเด็กให้ปลอดภัยจากการรุนแรงเชิงระบบและเทคโนโลยีดิจิทัล เนื่องจากสภาพปัญหาและสถานการณ์ปัจจุบันว่า การแสวงหาผลประโยชน์ การใช้ความรุนแรง และการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลและสื่อออนไลน์ในปัจจุบันทวีความรุนแรงมากขึ้น สื่อที่มีเนื้อหารุนแรงส่งผลกระทบเชิงลบโดยตรงต่อพัฒนาการทางสมอง ร่างกาย จิตใจ และสังคมของเด็ก นำไปสู่ปัญหาการก่ออาชญากรรมโดยเด็กที่มีอายุน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ดังปรากฏในเหตุการณ์สะเทือนขวัญต่าง ๆ เช่น กรณีเยาวชนอายุ 14 ปี ก่อเหตุกราดยิง กรณีเด็กอายุ 11 ปี ใช้อาวุธมีดข่มขู่มารดาเพื่อนำโทรศัพท์มือถือไปขาย กรณีเด็กอายุ 9 ปี ใช้อาวุธมีดทำร้ายครูเนื่องจากถูกห้ามเล่นโทรศัพท์มือถือในสถานศึกษา กรณีเด็กพิเศษอายุ 11 ปี ขับรถยนต์บนท้องถนนจนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงต่อพระภิกษุสงฆ์ และกรณีการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กอายุ 8 ปี ในลักษณะลัทธิความเชื่อหรือลัทธิเชื่อมจิต
ทั้งนี้ การบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กยังคงมีข้อจำกัด จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยต้องผลักดันมาตรการควบคุมการใช้สื่อดิจิทัลในเด็กอย่างจริงจัง เช่นเดียวกับในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ ประเทศเนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ อิตาลี และเกาหลีใต้ ที่มีมาตรการควบคุมการใช้สมาร์ทโฟนในสถานศึกษา หรือประเทศออสเตรเลีย บราซิล อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ที่มีกฎหมายจำกัดอายุและการเปิดบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี เพื่อบังคับให้แพลตฟอร์มต้องร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและจัดการกับเนื้อหาที่เป็นอันตราย ทางชมรมสันติประชาธรรมจึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 3 ประการ ได้แก่ ประการแรก การจำกัดการเข้าถึงสื่อ โดยรณรงค์ให้เด็กช่วงวัย 0 - 12 ปี งดเว้นการใช้สมาร์ทโฟนและสื่อสังคมออนไลน์ที่มีเนื้อหารุนแรง หรือหลีกเลี่ยงการใช้งานโดยเด็ดขาด ประการที่สอง การส่งเสริมสุขภาวะครอบครัวและพัฒนาการทางสังคม โดยกำหนดให้มีเขตปลอดดิจิทัลในบางช่วงเวลา เช่น ช่วงพักเที่ยง หรือในพื้นที่ส่วนรวม เพื่อกระตุ้นให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ออกกำลังกาย และพักสายตา รวมถึงสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ปกครองในการเลี้ยงดูบุตรโดยไม่พึ่งพาเครื่องมือสื่อสาร และประการที่สาม ความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยสร้างระบบเฝ้าระวัง ให้ความรู้เกี่ยวกับการกลั่นกรองอาชญากรรมออนไลน์และการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ พร้อมจัดทำหลักสูตรสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็ก และมีแนวปฏิบัติในการจัดเก็บอุปกรณ์สื่อสารในสถานศึกษาอย่างเหมาะสม
รศ.นพ. อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และหัวหน้าศูนย์วิจัยความปลอดภัยในเด็ก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวถึงข้อมูลผลกระทบทางสุขภาพและพัฒนาการ โดยอ้างอิงผลการสำรวจสุขภาพเด็กไทยในกลุ่มอายุ 6 - 14 ปี พบข้อมูลที่น่ากังวลว่า มีเด็กถึงร้อยละ 70 ที่ใช้งานโทรศัพท์มือถือมากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน และในจำนวนนั้นมีเด็กถึงร้อยละ 50 ที่ใช้งานก่อนนอน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพการนอนหลับ นำไปสู่การเกิดภาวะเนือยนิ่งหรือมีกิจกรรมทางกายน้อยกว่าปกติถึงร้อยละ 62 นอกจากนี้ ยังพบว่าร้อยละ 80 ของการใช้งานเป็นการใช้งานเพื่อความบันเทิงมากกว่าการศึกษา และแอปพลิเคชันส่วนใหญ่ที่เด็กเข้าถึงมีเนื้อหาส่อไปในทางรุนแรง ซึ่งกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าว ในเชิงลึกนั้น การใช้สื่อในเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี ซึ่งเป็นวัยที่สมองกำลังสร้างความทรงจำระยะยาวและยังขาดความสามารถในการคิดเชิงนามธรรม ส่งผลให้เด็กขาดทักษะการสื่อสารระหว่างมนุษย์ เกิดภาวะคล้ายออทิสติกเทียมในเด็กเล็ก และเกิดการสะสมพฤติกรรมรุนแรง ขาดการแยกแยะระหว่างโลกความจริงและโลกเสมือนในเด็กโต ทางศูนย์วิจัยฯ จึงเสนอว่า ผู้ประกอบการและผู้ให้บริการทางเทคโนโลยี ทั้งผู้ให้บริการอุปกรณ์ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และผู้สร้างสรรค์เนื้อหา ต้องร่วมรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสุขภาพและพัฒนาการของเด็ก ไม่ใช่เพียงการผลักภาระให้เป็นความรับผิดชอบของผู้ปกครองเพียงฝ่ายเดียว
ศ.พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ กล่าวเสริมว่า แม้สังคมในปัจจุบันจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ แต่การเร่งรัดนำเทคโนโลยีมาใช้กับเด็กในวัยที่ยังไม่พร้อม โดยเฉพาะช่วงอายุ 0 - 13 ปี ถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง เนื่องจากช่วงวัยดังกล่าวเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสมอง โดยตามหลักการเรียนรู้ผ่านปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ เด็กในวัยนี้จำเป็นต้องเน้นการเรียนรู้จากพ่อแม่ ครู และสิ่งแวดล้อมที่เป็นมนุษย์ เพื่อเสริมสร้างทักษะทางสังคม หากปล่อยให้เด็กเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีระดับสูงมากเกินไป เด็กอาจมีทักษะดิจิทัลสูง แต่จะขาดความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ และอาจก่อความรุนแรงต่อผู้อื่นโดยไม่รู้สึกผิดในอนาคต สำหรับแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมนั้น เด็กช่วงวัย 0 - 2 ปี ควรงดเว้นการใช้หน้าจอโดยเด็ดขาด ส่วนช่วงวัย 3 - 6 ปี สามารถใช้งานได้จำกัดภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันรณรงค์ให้ตระหนักว่าเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์มีความเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้หน้าต่างแห่งโอกาสของเด็กต้องร้าวและแตกสลายไป
นางธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะเอนก นายกสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน ในนามตัวแทนเครือข่ายผู้ปกครองและสื่อด้านเด็ก กล่าวว่าภัยจากสื่อออนไลน์ในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์และการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็ก ซึ่งสร้างบาดแผลทางจิตใจอย่างรุนแรงจนนำไปสู่โศกนาฏกรรมในการจบชีวิตตนเองของเยาวชน หากพิจารณาในระดับสากล ประเทศในกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาหรือโออีซีดี ตลอดจนประเทศฟิลิปปินส์ ต่างมีกฎหมาย นโยบาย หรือหลักสูตรการรู้เท่าทันสื่อในสถานศึกษาอย่างชัดเจน ในขณะที่ประเทศออสเตรเลียมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและมีการสั่งปรับแพลตฟอร์มที่ไม่กำกับดูแลอายุผู้ใช้งานเป็นจำนวนเงินสูงถึง 49 ล้านเหรียญดอลลาร์ออสเตรเลีย สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย แม้จะมีการกำหนดวันหยุดการกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์ และมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อต้นปี 2568 ที่กำหนดนโยบายกำกับดูแลไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีใช้หน้าจอ ประกอบกับราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยได้จัดทำคู่มือความรู้เท่าทันดิจิทัลเสร็จสิ้นแล้ว แต่ในทางปฏิบัติและการบังคับใช้ในระดับนโยบายของภาครัฐยังไม่เกิดผลสัมฤทธิ์เท่าที่ควร จึงขอเรียกร้องให้ยกระดับประเด็นนี้เป็นวาระแห่งชาติและวาระขององค์กร โดยภาครัฐ สถานศึกษา ผู้ประกอบการแพลตฟอร์ม และภาคประชาชน ต้องมีความรับผิดชอบร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนนโยบายนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง
นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ขอขอบคุณภาคประชาชนและชมรมสันติประชาธรรมที่ตระหนักเห็นถึงปัญหาสำคัญนี้ ขอย้ำว่า ทุกภาคส่วนในสังคมรวมถึงผู้บริหารประเทศล้วนตื่นรู้ถึงปัญหาดังกล่าวแล้ว แต่สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือการลงมือทำอย่างจริงจังเพื่อลดผลกระทบเชิงลบที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก ในฐานะประธานคณะ กมธ. ยินดีรับข้อเสนอและแนวทางทั้งหมดเพื่อนำเข้าสู่การประชุมและหารือร่วมกับ กมธ.ทุกท่านต่อไป อย่างไรก็ดี หากผู้ปกครองสามารถลดการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของตนเองลงได้ ก็จะมีเวลาคุณภาพในการดูแลและเสริมสร้างพัฒนาการให้แก่บุตรหลานได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญและเป็นไปได้มากที่สุดในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้ในประเทศไทย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- "วราวุธ" วางศิลาฤกษ์ โรงงานกาแฟเนสท์เล่ แห่งใหม่ ย้ำ เป้าหมายยกระดับไทยเป็นฐานอุตสาหกรรมชั้นนำ สร้างมูลค่าสูง 21 ต.ค. 2569
- 5 ข่าวเด่นประเทศไทย ประจำเช้าวันที่ 21 ตุลาคม 2569 21 ต.ค. 2569
- “วัชระพล” เปิดตำนาน 10 ปี จากความฝันสู่ความจริง! “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” พลิกผืนดินหนองแดสู่แลนด์มาร์กระดับโลก 21 ต.ค. 2569
- มหาดไทยร่วมคณะองคมนตรี ติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ ณ จังหวัดเพชรบูรณ์ มุ่งขยายผลการพัฒนาแหล่งน้ำและคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน 21 ต.ค. 2569
- "กนกพร-นครศรีฯ" หารือสภาฯ แนะรัฐบาลรับมือน้ำท่วมภาคใต้-เร่งแก้ปัญหาน้ำมันแพง พุ่งลิตรละ 40 บาท 21 ต.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
ยิงพ่อลูกเจ็บ 2 ราย ปมขัดแย้งเรื้อรัง ก่อนรอมอบตัว 21:00 น.- "วราวุธ" ลงสงขลาร่วมคณะ "อนุทิน" เป็นประธานพิธีฌาปนกิจ "คุณแม่แฉล้ม" มารดา "นิกร จำนง" วัดแหลมทราย "รมต.-สส.-ขรก.-นักการเมือง" ร่วมไว้อาลัยเพียบ 17:24 น.
- มหาดไทยแจ้งทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 24 ต.ค. 69 ด้วยความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ 17:20 น.
- “โรงครัวภูมิใจไทย” วันที่ 19 แจกฟรีกว่า 20 เมนู ประชาชนยังแห่รับต่อเนื่อง ครบ 3 รอบต่อวัน ทั้งเจ–ฮาลาล–อาหารทั่วไป 17:18 น.
- "ศ.สุชาติ" ชี้ "สึนามิ AI" กำลังถล่มเศรษฐกิจโลก ไทยต้องเร่งสร้างคน สร้างงาน และเพิ่มผลิตภาพ เพิ่มการลงทุน 17:15 น.


