วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 17:21 น.

การเมือง

“ยศชนัน” ร่วมคณะนายกฯ เดินหน้าลุย 5 ข้อตกลงประวัติศาสตร์ไทย-จีน ด้านวิทยาศาสตร์-การพัฒนาทุนมนุษย์ ปลดล็อกเทคโนโลยีอวกาศห้วงลึกและนิวเคลียร์ฟิวชัน

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.49 น.

“ยศชนัน” ร่วมคณะนายกฯ เดินหน้าลุย 5 ข้อตกลงประวัติศาสตร์ไทย-จีน ด้านวิทยาศาสตร์-การพัฒนาทุนมนุษย์ ปลดล็อกเทคโนโลยีอวกาศห้วงลึกและนิวเคลียร์ฟิวชัน  ปั้นบุคลากรทักษะสูง มุ่งยกระดับเศรษฐกิจ สร้างงาน และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างยั่งยืน 

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569   ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ร่วมคณะของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ โดย ศ.ดร.ยศชนัน ได้รับอนุมัติให้เป็นผู้แทนรัฐบาลไทยในการลงนาม และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) และความตกลงด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระหว่างกระทรวง อว. กับกระทรวงและหน่วยงานระดับสูงของสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมทั้งสิ้น 5 ฉบับ ท่ามกลางการเป็นสักขีพยานของนายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน การลงนามครั้งนี้ถือเป็นการเปิดประตูบานใหม่ที่จะนำพาประเทศไทยก้าวข้ามขีดจำกัดทางเทคโนโลยี เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายครั้งนี้ว่า "ความร่วมมือทั้ง 5 ฉบับนี้ ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญที่จะช่วยยกระดับระบบนิเวศ (Ecosystem) ด้านการอุดมศึกษาและนวัตกรรมของไทยให้เชื่อมโยงกับจีนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเราเจาะจงเดินหน้าไปที่เทคโนโลยียุทธศาสตร์ที่จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมไทย-จีนด้านการสำรวจอวกาศห้วงลึก การเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชัน การทำงานร่วมกันในระบบดาวเทียมนำทาง BeiDou ตลอดจนการสนับสนุนโปรเจกต์วิจัยร่วมในสาขาที่เป็นโลกอนาคต ทั้งเกษตรอัจฉริยะ อาหารแห่งอนาคต ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงาน และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป้าหมายสูงสุดของเราคือการสร้างกำลังคนคุณภาพสูง (Talent) ที่พร้อมตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ผลักดันงานวิจัยให้เกิด Impact นำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ได้จริงในมิติเศรษฐกิจ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว สิ่งเหล่านี้จะสะท้อนกลับมาเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนคนไทย ที่จะได้เข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย เกิดการสร้างงานในอุตสาหกรรมใหม่ และได้รับการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืนให้ประเทศ"

สำหรับการเดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือและเป้าหมายเชิงปฏิบัติการภายใต้บันทึกความเข้าใจและความตกลงทั้ง 5 ฉบับ มีรายละเอียดเชิงลึก ดังต่อไปนี้

1. การเดินหน้ายกระดับและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชัน สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนฯ (บพค.) จะบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชัน Thailand Tokamak-1 (TT-1) ของไทย ขอบเขตความร่วมมือนี้ครอบคลุม 4 มิติหลัก ได้แก่ การแลกเปลี่ยนนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่และจัดโครงการฝึกอบรม การจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติ การวิจัยทดลองร่วมกันโดยใช้เครื่องมือทดลองระดับแนวหน้าของจีน เช่น EAST และ HL-3 รวมถึงการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีวิศวกรรมที่จำเป็นต่อการปรับปรุงเครื่องโทคาแมคของประเทศไทย ซึ่งเป็นการจัดสร้างร่วมกันภายใต้ข้อริเริ่มโครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road Initiative) เพื่อปูทางไปสู่ความมั่นคงด้านพลังงานสะอาดของประชาชนในอนาคต

2. การพัฒนานวัตกรรมและการประยุกต์ใช้ระบบดาวเทียมนำทาง BeiDou สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) จับมือกับคณะกรรมาธิการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (NDRC) มุ่งเน้นการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักวิจัยเพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีระบบดาวเทียมนำทาง BeiDou ขอบเขตการดำเนินงานครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การนำไปประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ โดยอยู่บนพื้นฐานของหลักความเสมอภาคและผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศที่แม่นยำ อำนวยความสะดวกทั้งในด้านการคมนาคม การขนส่ง และการจัดการภัยพิบัติ

3. การขยายโอกาสและสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวง อว. โดยกองการต่างประเทศ ได้ทำความตกลงร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนบุคลากรและการพัฒนาทางวิชาการ โดยมีรูปแบบที่ชัดเจนคือ การมอบทุนรัฐบาลให้กับนักเรียนชาวจีนและชาวไทยฝ่ายละ 7 ทุนต่อปี ซึ่งสามารถยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนเป็นทุนระยะสั้นเพื่อการศึกษาและวิจัยได้ตามความจำเป็น นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงการสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาไทย-จีน การแลกเปลี่ยนครูผู้สอนและอาสาสมัคร การร่วมจัดประชุมวิชาการ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลและงานวิจัยระหว่างสถาบันอุดมศึกษา เพื่อเร่งสร้างบุคลากรสายเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ของไทยให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด

4. การลุยจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมไทย-จีน ด้านการสำรวจอวกาศห้วงลึก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) และองค์การอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) ได้ตกลงร่วมกันจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วม (Joint Laboratory) ภายใต้กรอบความร่วมมือของโครงการวิจัยเพื่อสำรวจอวกาศห้วงลึก (Deep-space Exploration) โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อรองรับการวิจัยในภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของยานฉางเอ๋อ-7 (Chang’e-7) ความร่วมมือนี้จะเน้นย้ำใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การพัฒนาอุปกรณ์ (Payload) และเทคโนโลยียานอวกาศ การพัฒนาโครงข่ายโทรมาตร และการศึกษาฝึกอบรม ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เยาวชนและนักวิจัยไทยได้มีส่วนร่วมในภารกิจอวกาศระดับโลก และกระตุ้นให้เกิดอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ในประเทศ

5. การผลักดันโครงการวิจัยร่วมด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน สำนักงานปลัดกระทรวง อว. และสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (CAS) จะเดินหน้าสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการให้ทุนโครงการวิจัยร่วมในหลากหลายสาขาแห่งอนาคต อาทิ เทคโนโลยีการเกษตรและอาหาร วิทยาศาสตร์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ ดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาการหุ่นยนต์ ชีวเคมี ความหลากหลายทางชีวภาพ เครื่องมือแพทย์ วัสดุศาสตร์ พลังงาน เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีอวกาศ โดยการดำเนินงานดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนทรัพยากรและงบประมาณร่วมกันจากทั้งสองฝ่าย เพื่อขับเคลื่อนผลงานวิจัยให้สามารถนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ได้จริง และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาประเทศและสังคมไทยในมิติต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ จะมีการประกาศกำหนดการเปิดรับข้อเสนอโครงการวิจัยร่วมอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง