วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 01:37 น.

การเมือง

"อนุทิน" เปิดเวที The 1st Green Bridge Forum ชูวิสัยทัศน์นำไทยเปลี่ยนผ่านสู่ "อนาคตสีเขียว" ย้ำจุดยืนพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่รักษาสิ่งแวดล้อม

วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.40 น.

"อนุทิน" เปิดเวที The 1st Green Bridge Forum ชูวิสัยทัศน์นำไทยเปลี่ยนผ่านสู่ "อนาคตสีเขียว" ย้ำจุดยืนพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่รักษาสิ่งแวดล้อม หนุนความร่วมมือองค์กรตรวจเงินแผ่นดิน มุ่งบริหารทรัพยากรภาครัฐเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569  เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุม The 1st Green Bridge Forum พร้อมปาฐกถาพิเศษ (Keynote address) หัวข้อ "ประเทศไทยกับการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตสีเขียว : บทบาทของภาครัฐในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน" (Thailand's Green Transition: Government Leadership for Sustainable Development) โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะประธาน INTOSAI WGEA  พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และภาคีเครือข่าย เข้าร่วม ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุช พัทยา ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
 
นายอนุทิน กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงาน Green Bridge Forum ครั้งที่ 1 และขอแสดงความยินดีกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินของไทย (สตง.) ที่ได้จัดการประชุมอันสำคัญนี้ ซึ่งรวบรวมผู้นำจากสถาบันการตรวจเงินแผ่นดินจากทั่วโลกมาร่วมงาน


 
"ปัจจุบันทุกประเทศทั่วโลกต่างเผชิญกับคำถามเดียวกันว่า จะสามารถสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการปกป้องสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Transition) จึงไม่ใช่เพียงวาระทางสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญแห่งยุค ประเทศที่สามารถบริหารจัดการการเปลี่ยนผ่านนี้ได้ จะมีความได้เปรียบในการดึงดูดการลงทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน แและสร้างความยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับวิกฤตได้ดีกว่า" นายอนุทิน กล่าว
 
สำหรับประเทศไทย เราเชื่อว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อมต้องดำเนินควบคู่กันไป ความยั่งยืนไม่ใช่ข้อจำกัดในการพัฒนา แต่เป็นรากฐานสำคัญสู่ความเจริญรุ่งเรืองในระยะยาว วิสัยทัศน์ของไทยคือการสร้างเศรษฐกิจที่ชาญฉลาดและยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งหมายถึงการลงทุนในพลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมที่ยั่งยืน และเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับทั้งประสิทธิภาพการผลิตและการรักษาสิ่งแวดล้อม
 
นายอนุทิน กล่าวต่อไปอีกว่า อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านสีเขียวที่ประสบความสำเร็จนั้น ต้องการมากกว่าความตั้งใจอันดี แต่ต้องอาศัยการนำนโยบายไปปฏิบัติจริง การลงทุน และความร่วมมือระหว่างประเทศ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นไม่มีเส้นแบ่งพรมแดน เวทีการประชุมเช่นนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเปิดโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบัน เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพยากรสาธารณะจะถูกนำไปใช้ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ของคนทั้งในรุ่นปัจจุบันและอนาคต
 
"ท้ายนี้ ประเทศไทยรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีส่วนร่วมในความพยายามดังกล่าวผ่านคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อม และหวังว่าเวที Green Bridge Forum ครั้งแรกนี้ จะเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือ องค์ความรู้ และการลงมือทำร่วมกันเพื่อมุ่งสู่โลกที่ยั่งยืนต่อไป" นายอนุทิน กล่าวในช่วงท้าย
 
การประชุม The 1st Green Bridge Forum จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–23 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาตินงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงองค์กรตรวจเงินแผ่นดิน หน่วยงานภาครัฐ องค์การระหว่างประเทศ ภาควิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และหุ้นส่วนด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีในการยกระดับการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมให้สามารถสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การจัดสรรงบประมาณ การบริหารความเสี่ยง และการตัดสินใจของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีผู้แทนองค์กรตรวจเงินแผ่นดินและผู้เชี่ยวชาญจาก 11 ประเทศ พร้อมด้วยองค์การระหว่างประเทศชั้นนำ อาทิ UNDP, UNDRR, GGGI และกลุ่มธนาคารโลก
 
นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากผู้นำองค์กรตรวจเงินแผ่นดิน ได้แก่ Mr. Metin Yener ประธานศาลบัญชีแห่งสาธารณรัฐทูร์เคีย Dasho Jamtsho ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินแห่งราชอาณาจักรภูฏาน Mr. Charles E. Kichere ผู้ควบคุมและผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินแห่งสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย และ Mr. Hussain Niyazy ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินแห่งสาธารณรัฐมัลดีฟส์ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และบทเรียนเชิงสถาบัน

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง