การเมือง
“นายกฯ อนุทิน” เป็นประธานมอบรางวัล Prime Minister’s Thailand Zero Dropout Plus Awards ยกย่อง “นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน” เป็นผู้ริเริ่มผลักดันนโยบายจนเกิดผลเป็นรูปธรรม
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
“นายกฯ อนุทิน” เป็นประธานมอบรางวัล Prime Minister’s Thailand Zero Dropout Plus Awards ยกย่อง “นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน” เป็นผู้ริเริ่มผลักดันนโยบายจนเกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมฝาก “ผู้ว่าฯ-นายกเหล่ากาชาดทั่วประเทศ” บูรณาการค้นหาเด็กเป็นรายบุคคล เชื่อมโยงความช่วยเหลือและติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อปลดล็อกทุกอุปสรรคที่ขัดขวางการเรียนรู้ ควบคู่ดูแลเด็กและครอบครัวอย่างใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีมอบรางวัล Prime Minister’s Thailand Zero Dropout Plus Awards ประจำปี 2569 โดยมี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ (คกศ.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เข้าร่วม
โอกาสนี้ นายอนุทิน มอบรางวัล Prime Minister’s Thailand Zero Dropout Plus Awards จำนวน 5 ประเภท รวม 13 รางวัล ได้แก่ 1. รางวัลเกียรติยศเชิดชูเกียรติ Thailand Zero Droupout Plus 1 รางวัล แด่ “นายเศรษฐาทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30” ผู้ริเริ่มผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาเยาวชนนอกระบบการศึกษากลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Droupout) และมีมติคณะรัฐมนตรีให้เกิดการขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม กระทั่งหน่วยงานรัฐมีการจัดทำฐานข้อมูลเด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างจริงจัง เป็นการคืนโอกาสและอนาคตให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาของไทย 2. รางวัลจังหวัดขับเคลื่อน Zero Droupout” 3 รางวัล ได้แก่ 1) จังหวัดปัตตานี 2) จังหวัดยะลา และ 3) จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งล้วนแต่มีการทำงานโดดเด่น โดยสามารถจัดตั้งและขับเคลื่อนกลไกระดับจังหวัดและระดับพื้นที่ด้วยการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานและมีผลลัพธ์ในการค้นหาช่วยเหลือและวางแผนดูแลเด็กและเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม 3. รางวัลองค์กรขับเคลื่อน Zero Droupout 3 รางวัล ได้แก่ 1) อบต.บ่อแดง จ.สงขลา 2) มูลนิธิกระจกเงา และ 3) บมจ.แสนสิริ ซึ่งทุกองค์กรล้วนมีบทบาทสำคัญในการระดมทุน ทรัพยากร ความเชี่ยวชาญ และความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาอย่างต่อเนื่อง 4. รางวัลนวัตกรรมการศึกษายืดหยุ่น Flexible Learning 3 รางวัล ได้แก่1) สพป.ราชบุรี เขต 1 2) กระทรวงยุติธรรม 3) สมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน ซึ่งทุกหน่วยงานสามารถพัฒนารูปแบบการเรียนที่ยืดหยุ่นและมีคุณภาพ ป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา และนำเด็กกลับเข้าสู่การเรียนรู้หรือการพัฒนาทักษะอาชีพได้อย่างเป็นรูปธรรม และ 5. รางวัลบุคคลผู้ขับเคลื่อน Thailand Zero Droupout Plus ดีเด่น 3 รางวัล ได้แก่ 1) นางสาวทองพูล บัวศรี 2) นายวิทิต เติมผลบุญ และ 3) นายวิวัฒน์ วงศ์ภัทรฐิติ ซึ่งทั้ง 3 ท่านเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงระบบและขับเคลื่อนสังคมให้เกิดความตระหนัก และเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างโอกาสทางการศึกษา การเรียนรู้ และการพัฒนาทักษะให้เด็กและเยาวชน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า Thailand Zero Dropout เป็นโครงการที่มาจากการริเริ่มของท่านเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้นได้เร่งดำเนินการสานต่อเพื่อให้นโยบายของท่านได้บรรลุผลสัมฤทธิ์ และในที่สุดต้องขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับรางวัลในวันนี้ ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่า เมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกัน เราก็สามารถเปลี่ยนชีวิตของเด็กเยาวชนและเปลี่ยนอนาคตของประเทศได้ ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับความเสมอภาคทางการศึกษา เพราะเราเชื่อว่าทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของชาติ คือ ศักยภาพของพี่น้องประชาชน ประเทศที่เจริญก้าวหน้าหรืออยู่ในระดับที่พัฒนาแล้วในโลกล้วนลงทุนกับคนอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัว การเสริมพัฒนาการตั้งแต่ปฐมวัย การศึกษา การวิจัย และการพัฒนาทักษะหรือการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประเทศไทยจึงต้องลงทุนในทุนมนุษย์ในทุกมิติและในทุกช่วงเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยที่กำลังศึกษาเล่าเรียน ที่เราจะต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาให้กับเด็กและเยาวชนที่หลุดออกนอกระบบการศึกษาให้หมดไป เพราะเด็กที่หลุดจากการจากระบบการศึกษาไม่ได้เพียงหลุดออกจากห้องเรียนเท่านั้น แต่เขากำลังหลุดออกจากโอกาสหลาย ๆ อย่างในชีวิตของพวกเขาด้วย
“ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงได้ดำเนินการสานต่อสนับสนุนนโยบาย Thailand Zero Dropout และยกระดับสู่ Thailand Zero Droupout Plus ที่ไม่ได้มุ่งแต่เพียงพาเด็กกลับเข้าสู่ห้องเรียนเท่านั้น แต่ต้องพาพวกเขาไปสู่อนาคตที่มั่นคง มีทักษะที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงานต่าง ๆ และสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมีคุณภาพ เป็นกำลังในการพัฒนาประเทศต่อไป”
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตนยินดีที่ได้ทราบว่า จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนทำให้จำนวนเด็กนอกระบบการศึกษาได้ลดลงไปจาก 1 ล้านคน เหลือ 600,000 คน ในห้วงเวลา 2-3 ปี สามารถลดจำนวนเด็กเหล่านี้เกือบจะถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนที่มีเลยทีเดียว นี่คือผลลัพธ์ของการลงมือทำอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่า เมื่อสังคมไทยร่วมมือกันพวกเราก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมได้ จึงต้องขอกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ที่ท่านได้เป็นผู้ริเริ่มนโยบายนี้ และขอขอบคุณท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ที่ได้นำนโยบายนี้มาสานต่ออย่างต่อเนื่อง และ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คนที่ 68 ซึ่งได้รับมอบหมายเป็นประธานคณะกรรมการ Thailand Zero Droupout Plus ระดับชาติ และต้องขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนจนเกิดผลเป็นรูปธรรมและเป็นต้นแบบการทำงานที่ควรค่าแก่การยกย่อง
“หัวใจสำคัญคือการทำงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับพื้นที่ ดังนั้น จึงขอให้ “ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการ Thailand Zero Dropout ระดับจังหวัด” ได้บูรณาการทุกหน่วยงาน ค้นหาเด็กเป็นรายบุคคล เชื่อมโยงความช่วยเหลือ และติดตามอย่างต่อเนื่อง และช่วยกันปลดล็อกทุกอุปสรรคที่ขัดขวางการเรียนรู้ของเด็ก และฝาก “นายกเหล่ากาชาดจังหวัด” ได้ช่วยสนับสนุนบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดในการทำสิ่งดี ๆ เพราะท่านดำรงสถานะในการเป็นนายกเหล่ากาชาดจังหวัด บทบาทที่จะต้องทำอย่างเต็มที่ คือ การดูแลเด็กและครอบครัวอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านความเป็นอยู่ สุขภาพ สวัสดิการ และการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งถือเป็นการให้บริการทางสังคม เป็นการทำ CSR จิตอาสาอย่างหนึ่งที่พวกเรามีความพร้อมและเต็มใจอยู่แล้ว พร้อมกันนี้ ขอเชิญชวนภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และถือว่าสิ่งที่ทำนี้เป็นการลงทุนระยะยาว เพราะการช่วยเหลือให้เด็กคนหนึ่งมีการศึกษา มีทักษะ และมีงานทำ มีโรงเรียนให้เรียน ก็เท่ากับการเพิ่มกำลังคนที่มีคุณภาพให้กับประเทศ และขอให้รางวัลเหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจและเป็นการแสดงความชื่นชมยินดี ความเคารพศรัทธาในความมุ่งมั่นตั้งใจของท่าน จนนำมาสู่ความสำเร็จ แต่จุดนี้ก็ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของภารกิจที่เรามีร่วมกัน เพราะอนาคตของชาติขึ้นอยู่กับเด็กและเยาวชน และอนาคตของเด็กและเยาวชนนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็น “หน้าที่ของคนทั้งสังคม” ที่ต้องร่วมกันประคับประคองเพื่ออนาคตของประเทศไทยที่เข้มแข็งและยั่งยืน” นายอนุทิน กล่าวเน้นย้ำในช่วงท้าย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- “วราวุธ’ เปิดผลงาน 90 วัน ปักธง ‘ONE MIND’ ยกเครื่องอุตสาหกรรมไทย ดัน SMEs กว่า 1.2 หมื่นราย เร่งลงทุน –อุตสาหกรรมสีเขียว - ยกระดับมาตรฐานประเทศ 24 ก.ค. 2569
- 'อนุทิน' เดินหน้าดึงลงทุนต่อเนื่อง 'มิตซูบิชิ มอเตอร์ส' ทุ่มอีก 1.6 หมื่นล้าน ขยายฐานผลิต EV ในไทยถึงปี 2573 24 ก.ค. 2569
- “นายกฯ อนุทิน” เป็นประธานมอบรางวัล Prime Minister’s Thailand Zero Dropout Plus Awards ยกย่อง “นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน” เป็นผู้ริเริ่มผลักดันนโยบายจนเกิดผลเป็นรูปธรรม 24 ก.ค. 2569
- กกต.เชิญชวนเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 26 กรกฎาคม 2569 24 ก.ค. 2569
- ปลัดมหาดไทย สั่งการผู้ว่าฯ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยกระดับการรักษาความสงบเรียบร้อย ทบทวนแผนเผชิญเหตุ และจัดระบบเฝ้าระวังการข่าวเชิงรุก 24 ก.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
“อนุทิน” ดึง 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย ต่อยอด EV–AI ยกระดับไทยสู่ฐานผลิตเทคโนโลยีโลก 20:47 น.- ‘ปลัดวรรณพงษ์’ เยี่ยมชม ‘ค่ายมวย น.นาคสินธุ์’ ในญี่ปุ่น ชู Soft Power มวยไทย ดันเป็นอาชีพสร้างรายได้-เชื่อมสัมพันธ์สองประเทศ 15:44 น.
- ปลัดมหาดไทย สนองข้อสั่งการ "นายกฯ อนุทิน" เดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสถานบริการและอาคารสาธารณะทั่วประเทศ 14:46 น.
- อ.ต.ก. เปิดงาน “อ.ต.ก. แฟร์ 4 ภาค @ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ยกสินค้าเกษตรคุณภาพทั่วไทยสู่ขอนแก่น เชื่อมตลาดสร้างรายได้เกษตรกร 14:44 น.
- “อนุทิน” นำทีมไทยแลนด์ เยือน เฉิงตู เปิดสำนักงาน BOI แห่งใหม่ เร่งดึงยักษ์ใหญ่จีนลงทุน AI-EV-ท่องเที่ยว ปลุกรัฐ-เอกชนผนึกกำลังสู่ตลาดโลก 14:41 น.


