วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569 01:29 น.

การเมือง

นายกฯ เยี่ยมชมแปลงสาธิตปลูกข้าวต้นทุนต่ำบ้านท่านางเริง “วราวุธ” ยกคณะ สส.สุพรรณบุรี – นครปฐม ต้อนรับอบอุ่น

วันเสาร์ ที่ 01 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 13.07 น.

“อนุทิน” ยก “ประภัตร” เป็น 1 ใน 3 รู้เรื่องข้าวมากที่สุด พูดอะไรต้องฟัง ลั่น รายได้ต้องตกอยู่กับเกษตรกร ระบุ มีงบประมาณพร้อมสำหรับระบบชลประทาน ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซาก ด้าน “ประภัตร” ชวนมาดูอีกรอบช่วงเก็บเกี่ยว 

เมื่อวันที่  1  สิงหาคม 2569 เวลา 09.45 น.  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ ประกอบด้วย นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกฯ เดินทางลงพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี มายังแปลงนาสาธิตการปรับลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต บ้านท่านางเริง ต.นางบวช อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เพื่อเยี่ยมชมแปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ และรับฟังปัญหาเกษตรกร โดยมีนายประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี เขต 5 พรรคภูมิใจไทย นายสรชัด สุจิตต์ สส.สุพรรณบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี เขต 2 พรรคภูมิใจไทย นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สส.สุพรรณบุรี เขต 4 พรรคภูมิใจไทย นายนพดล มาตรศรี ที่ปรึกษา รมว.อุตสาหกรรม นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายอุดม โปร่งฟ้า นายก อบจ.สุพรรณบุรี นายศุภโชค ศรีสุขจร สส.นครปฐม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ สส.นครปฐม เขต 3 พรรคภูมิใจไทย พ.อ.สุขชาต สะสมทรัพย์ สส.นครปฐม เขต 4 และ นายอนุชา สะสมทรัพย์ สส.นครปฐม เขต 5 พรรคภูมิใจไทย นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท เขต  2 พรรคภูมิใจไทย หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด และประชาชนให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ ทันทีที่นายกฯลงจากรถยนต์พร้อมกับนายวราวุธ นายประภัตร พร้อมชาวบ้านได้ตะโกนบอกรักนายกฯ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

โดยนายประภัตร กล่าวต้อนรับนายกฯว่า ตนได้เรียนนายกฯในที่ประชุมว่า ต้องการให้มาดูปัญหาชาวนา แต่นึกไม่ถึงว่าจะรีบมาเพื่ออยากจะขอดูแปลงนาสาธิต เป็นความตั้งใจของนายกฯ ต้องขอบคุณนายกฯ ชีวิตตน 51 ปีอยู่กับชาวนา รู้ปัญหา อยู่กับชาวนา เคยทำโรงสี ส่งออกข้าว ซึ่งที่เชิญนายกฯมา และนายกฯเองอยากเห็นว่า นาเป็นอย่างไรถึงขาดทุนมาตลอด เรารู้ในใจ จึงอยากให้นายกฯได้ฟังบรรยายแล้วออกไปดูของจริง จะได้รู้ว่าจะแก้อย่างไร เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราไม่เคยมีคนระดับนายกฯมาจับรวงข้าว และขอให้นายกฯมาอีกครั้งหลัง 60 วัน ซึ่งเป็นตอนเก็บเกี่ยว

จากนั้นนายกฯ ได้รับฟังบรรยายสรุปโครงการส่งเสริมการเกษตร “แปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำบ้านท่านาเริง” จากนายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร อดีตอธิบดีกรมการข้าว โดยนายนายอาชว์ชัยชาญบรรยายสรุปว่า ปัญหาของชาวนามีมาอย่างต่อเนื่อง นับวันยิ่งทวีความรุนแรง มาจาก 2 ประเด็นหลักคือ ราคาข้าวตกต่ำและต้นทุนการผลิตสูง โดยเฉพาะภาวะสงคราม ที่ปุ๋ยราคาขึ้นมาก จนทำให้ราคาข้าวผันผวน ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่า ปลูกข้าวได้ดีที่สุดในโลก แต่ผลผลิตต่ำมาก ประเทศไทยปลูกข้าวค่าเฉลี่ยไม่ถึง 500 กิโลกรัมต่อไร่ แต่อินเดียปลูกข้าวค่าเฉลี่ย 700 กิโลกรัมต่อไร่ เวียดนามปลูกข้าวเฉลี่ย 900 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งมาจากหลายสาเหตุ เช่น  ระบบชลประทาน ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าว 60 ล้านไร่ อยู่ในอีสานครึ่งหนึ่ง แต่มีพื้นที่ชลประทานประมาณ 15% นอกนั้นอาศัยน้ำฝน ส่วนที่เวียดนามมีพื้นที่ปลูกข้าว 24 ล้านไร่ แต่มีระบบชลประทาน 22 ล้านไร่ คิดเป็น 90% ขณะที่อินเดีย มีพื้นที่ปลูกข้าว 280 ล้านไร่แต่มีระบบชลประมาณ 140 ล้านไร่ นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุมาจากพันธุ์ข้าว วันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการวิจัยพันธุ์มาตลอด แต่ยังไม่ตอบโจทย์ชาวนา ดังนั้น ต้องแก้ต้นเหตุคือ ปรับลดต้นทุนให้ได้ โดยเราทดลองที่แปลงสาธิตบ้านท่านางเริงแล้วว่า สามารถปรับลดต้นทุนอย่างน้อย 5 พันบาทต่อไร่ ทำให้ชาวนามีเงินเหลือ 
    
ต่อมานายกฯ กล่าวว่า นายประภัตร สส.ของชาวสุพรรณบุรีตลอดกาลได้ขอให้ตนได้มาเห็นกับตาตัวเอง ไม่ให้ฟังจากการอภิปรายในสภา หรือในที่ประชุมของพรรคเท่านั้น เพราะอยากให้เข้าใจในระบบการทำนาของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ทำงานกันอย่างหนักและสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล ความประสงค์ของนายประภัตรคือ อยากให้รายได้ตกอยู่กับชาวนามากที่สุด ซึ่งตรงกับความประสงค์ของรัฐบาลและตน ไม่ใช่ทำมาแล้ว กำไรส่วนใหญ่ไปอยู่กับพ่อค้าคนกลาง นายทุน ผู้ขาย ส่วนคนผลิตจริงๆ มีรายได้ไม่คุ้มค่ากับพลังและแรงที่ทุ่มลงไป  รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นที่สุด รัฐบาลต้องการให้รายได้ส่วนใหญ่ตกอยู่กับเกษตรกรทุกคนที่เป็นต้นตอของการผลิตสินค้าเกษตร โดยเฉพาะเรื่องข้าว ซึ่งในประเทศไทยคนที่รู้เรื่องข้าวดีที่สุด ไม่เกิน 1 ใน 3 คือ นายประภัตร ใครจะพูดอะไรก็แล้วแต่ ตนให้ความเชื่อมั่นในข้อมูลที่นายประภัตรให้ เพราะเป็น รมว.เกษตรฯตั้งแต่ตน นายวราวุธ นายสรชัด และนายศุภโชค ยังไม่จบการศึกษา เชื่อว่าด้วยประสบการณ์ของท่าน ความทุ่มเท และความรักต่อแผ่นดินของท่าน
    
นายกฯ กล่าวต่อว่า ด้วยฐานะ อายุ นายประภัตร สามารถอยู่บ้าน มีความสุข ไปท่องเที่ยวได้ แต่ไม่ทำวิถีชีวิตเช่นนั้น แต่เลือกจะเป็นผู้แทนของสุพรรณบุรี โดยไม่มีคำว่า ย่อท้อหรือเหน็ดเหนื่อยเลย วันนี้วันเกิดท่านด้วย ท่านเพิ่งมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทยสมัยแรก จากนี้ไปวันที่ 1 สค. ต้องล็อควันไว้ ไปไหนไม่ได้ ต้องมาสุพรรณบุรี เพราะเป็นวันเกิดบุคคลสำคัญของตนและประชาขน โดยเฉพาะเกษตรกร เราต้องตักตวงประสบการณ์ ความรู้ ความทุ่มเท ความเข้าใจจากนายประภัตรให้มากๆ มีไม่เกิน 50 คนในประเทศที่รู้เรื่องขนาดนี้ รู้แบบปฏิบัติได้ ไม่ใช่ทฤษฎีอย่างเดียว ท่านตั้งใจหนักหนาว่า ตนจะต้องมา ถูกบังคับให้มา ตนถามนายวราวุธว่า ถ้ามากำหนดการเป็นอย่างไร ใครนำเสนอ นายวราวุธบอกว่า มางานนายประภัตร พวกออแกไนเซอร์ตกงานหมด นายประภัตรว่าคนเดียวหมด ตั้งแต่ตนลงรถ นำชาวบ้านเชียร์นายกฯ นายประภัตรพูดนำบอกรักนายกฯ นายประภัตรพูดดังที่สุด 

นายกฯ กล่าวว่า ตนให้คำสัญญากับประชาชนว่า ระบบชลประทานต่างๆ ในภาคกลางที่ต้องรองรับก้อนน้ำจากภาคเหนือ ได้ให้ทำการศึกษาและอนุมัติงบต่างๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อที่จะมาป้องกันภัยจากธรรมชาติ โดยเฉพาะภัยน้ำท่วมที่เข้ามาตอนฤดูทำนา ต้องป้องกันและวางแผนให้ดี ไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำซาก หรือถ้ามันจะเกิดขึ้น มีความเสียหายก็ต้องเป็นความเสียหายน้อยที่สุด มีงบประมาณที่จะทำสิ่งเหล่านี้ ขอให้เชื่อใจว่า ตนจะต้องทำเรื่องระบบชลประทานและทำให้การประกอบอาชีพมีความสะดวกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งคนที่มีส่วนรู้เรื่องในการนำเสนอโครงการต่างๆ มีพร้อมอยู่แล้วในรัฐบาลในกลุ่มที่เราทำงานร่วมกัน 
    
นายกฯระบุว่า การลงพื้นที่มาครั้งนี้เพื่อจะต่อยอดในอำนาจที่ตนมีอยู่ ตนมีโอกาสได้มาสุพรรณบุรีตลอด ต้องมานั่งแก้ปัญหาภาพรวมให้เรียบร้อย ไม่ให้เกิดทุกข์จากภัยธรรมชาติ ทำให้ทุกอย่างเกิดความสะดวกมากที่สุด วันนี้ดีใจที่ได้มาเจอกับทุกคน ตั้งใจที่จะมา นายประภัตรพูดอะไรไปต้องฟัง ผู้ที่มีอำนาจในบ้านเมืองต้องฟัง และไม่ใช่เรียกนายกฯคนนี้มาคนแรก แต่มากี่นายกฯ แล้วทุกคนต้องมา ตนยังไม่เคยเห็นบ้านของท่าน มีแต่บุคคลสำคัญมา เป็นบ้านทรงไทย วันนี้สมใจอยากแล้ว คิดว่า การมาครั้งนี้จะก่อให้เกิดคุณประโยชน์มหาศาลแก่ชาวสุพรรณบุรี และใช้แนวคิดนี้ต่อยอดต่อไปเพื่อทำให้เกษตรกรทั่วประเทศด้วย ขอให้คำยืนยันและคำมั่นสัญญาตรงนี้ไว้ และขอบคุณความไว้วางใจที่มอบให้กับตนในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตำแหน่งนายกฯเป็นของคนสุพรรณบุรีทุกคน และสุพรรณบุรีไม่ได้มีนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกฯคนเดียว แต่มีนายอนุทินเป็นนายกฯด้วย
    
จากนั้นนายกฯ และคณะ ได้นั่งรถรางเยี่ยมชมโครงการส่งเสริมการเกษตร “แปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำบ้านท่านาเริง” พร้อมกับพูดคุยและรับฟังปัญหาของเกษตรกร
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง