การเมือง
“ศ.ดร.สุชาติ” ซัดไทยอย่าปูพรมแดงให้ผู้นำรัฐประหาร ชี้ “จำเป็นต้องเจรจา แต่ไม่จำเป็นต้องเชิดชู”
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงความเห็นต่อกรณีรัฐบาลไทยจัดพิธีต้อนรับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ในการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 6–7 สิงหาคม 2569 โดยเห็นว่า การต้อนรับอย่างสมเกียรติ ทั้งพรมแดงและกองทหารเกียรติยศ เป็นภาพที่สร้างความผิดหวังแก่ประชาชนที่ยึดมั่นในประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน และอาจส่งสัญญาณทางการเมืองเกินกว่าความจำเป็นทางการทูต
ศ.ดร.สุชาติ กล่าวว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เป็นผู้นำกองทัพที่ก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 โค่นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง พร้อมจับกุมผู้นำฝ่ายพลเรือนและฝ่ายประชาธิปไตย ก่อนที่เมียนมาจะเข้าสู่วิกฤตความรุนแรงและสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน แม้จะมีการเลือกตั้งและกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การควบคุมของฝ่ายทหาร แต่กระบวนการดังกล่าวยังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเรื่องความเสรีและความโปร่งใส
“คำถามไม่ใช่ว่าไทยควรคุยกับเมียนมาหรือไม่ แต่คือ เราจะคุยอย่างไรโดยไม่ทำให้การรัฐประหารกลายเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับและเชิดชู” ศ.ดร.สุชาติกล่าว
ศ.ดร.สุชาติ ระบุว่า สถานการณ์ในเมียนมาหลังรัฐประหารยังเต็มไปด้วยความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชน มีรายงานการโจมตีทางอากาศ การใช้อาวุธหนักต่อพื้นที่พลเรือน การเผาหมู่บ้าน การจับกุม และการเสียชีวิตของประชาชนจำนวนมาก การที่รัฐบาลไทยจัดพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของมารยาททางการทูต แต่ทุกภาพการจับมือ พรมแดง และกองทหารเกียรติยศ สามารถถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพว่ารัฐบาลทหารเมียนมาได้รับการยอมรับจากประเทศเพื่อนบ้าน
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 อัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายจับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ในข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมต่อมนุษยชาติจากการเนรเทศและประหัตประหารชาวโรฮิงญา โดยคำร้องดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล
ศ.ดร.สุชาติ กล่าวว่า ประเทศไทยไม่สามารถหลีกเลี่ยงการติดต่อกับเมียนมาได้ เนื่องจากเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีปัญหาร่วมกันจำนวนมาก ทั้งผู้ลี้ภัย แรงงานข้ามชาติ ยาเสพติด การค้าชายแดน อาชญากรรมไซเบอร์ แก๊งหลอกลวง การค้ามนุษย์ และความมั่นคงตามแนวชายแดน
แต่ “ความจำเป็นต้องเจรจา” กับ “การให้ความชอบธรรม” เป็นคนละเรื่องกัน
รัฐบาลไทยสามารถเจรจากับผู้มีอำนาจในเมียนมาได้ สามารถรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยได้ แต่ไม่จำเป็นต้องจัดพิธีต้อนรับที่มีลักษณะเชิดชูจนทำให้การเยือนกลายเป็นเวทีประชาสัมพันธ์ให้แก่ผู้นำทหาร
“การทูตที่ดีต้องรักษาทั้งผลประโยชน์ของประเทศและหลักมนุษยธรรม ไทยสามารถคุยกับผู้มีอำนาจ พร้อมกับยืนยันสิทธิของประชาชนเมียนมาได้ ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง” ศ.ดร.สุชาติกล่าว
พร้อมเสนอว่า หากไทยต้องการยกระดับความสัมพันธ์กับรัฐบาลเมียนมา ควรใช้ความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นอำนาจต่อรอง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งการยุติการโจมตีพลเรือน เปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าถึงประชาชน การปล่อยนักโทษทางการเมือง การเปิดการเจรจากับทุกฝ่าย และการร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งสแกมเมอร์ และการค้ามนุษย์ตามแนวชายแดน
ศ.ดร.สุชาติ ยังตั้งคำถามต่อรัฐบาลไทยว่า หลังการเยือนครั้งนี้ ประเทศไทยได้รับผลลัพธ์อะไรอย่างเป็นรูปธรรม ความรุนแรงในเมียนมาลดลงหรือไม่ นักโทษการเมืองได้รับการปล่อยตัวกี่คน ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าถึงประชาชนเพิ่มขึ้นเท่าใด และการปราบปรามอาชญากรรมตามแนวชายแดนมีความคืบหน้าเพียงใด
“หากต้อนรับอย่างสมเกียรติ แต่ไม่มีหลักประกันเรื่องการยุติความรุนแรง ไม่มีการปล่อยนักโทษ ไม่มีความคืบหน้าด้านมนุษยธรรม และไม่มีการเจรจาสันติภาพ คำถามคือ ประเทศไทยได้อะไร นอกจากภาพถ่ายบนพรมแดง”
ศ.ดร.สุชาติ ย้ำว่า ประเทศไทยไม่ควรเป็นศัตรูกับประชาชนเมียนมา และไม่ควรทำให้ผู้ลี้ภัยหรือผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยรู้สึกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดที่สุดทอดทิ้งพวกเขา ไทยสามารถพูดคุยกับผู้มีอำนาจเพื่อแก้ปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ต้องไม่ลืมประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง
“ประเทศไทยจำเป็นต้องมีความสัมพันธ์กับเมียนมา แต่ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้กับการรัฐประหาร และยิ่งไม่ควรนำเกียรติยศของประเทศไทยไปสร้างความชอบธรรมให้แก่ผู้มีอำนาจที่ยังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน”
“เราจำเป็นต้องเจรจา แต่ไม่จำเป็นต้องเชิดชู เราจำเป็นต้องรักษาผลประโยชน์ชาติ แต่ไม่จำเป็นต้องแลกศักดิ์ศรี และเราจำเป็นต้องพูดกับผู้มีอำนาจ แต่ไม่ควรลืมประชาชน” ศ.ดร.สุชาติ กล่าว
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- “วราวุธ” ส่งกำลังใจไปน่าน ย้ำ ศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ ช่วยส่งน้ำใจ กระจายเสบียง ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน พร้อมระดมกำลังเร่งฟื้นฟู สอจ.น่าน กลับมาเปิดบริการได้พรุ่งนี้ 23 ส.ค. 2569
- “ดอนยายทอง” จุดประกายประวัติศาสตร์เพชรบุรี! “สส.กระแต” ดันมรดกพันปีสู่เวทีโลก 23 ส.ค. 2569
- "อนุทิน" ประชุมติดตามและมอบแนวทางบริการจัดการอุทกภัยร่วมกับผู้ว่าฯ 37 จังหวัดเหนือ-อีสาน ผ่านระบบ VCS ย้ำ 6 แนวทาง 23 ส.ค. 2569
- “วิเชษฐ์ เกษมทองศรี” ร่วมสร้างพระปางนาคปรก “พระพุทธสุทธนาถศาสดา” พระประจำวันประสูติ กรมหมื่นสุทธนารีนาถ สืบสานศรัทธา–ถวายเป็นพระกุศล 23 ส.ค. 2569
- “โสภณ” ส่งมอบบ้านบ้านเฉลิมพระเกียรติ 2 หลัง เติมคุณภาพชีวิตผู้ยากไร้–ผู้ด้อยโอกาส ถวายเป็นพระราชกุศล 23 ส.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
วันที่ 4 “ยศชนัน” บัญชาการฟื้นฟูน่าน ระดมสรรพกำลังคืบหน้า 65% เล็งคืนบ้านให้ประชาชนในสัปดาห์หน้า ลุยล้างถนน 5 วัน-ฟื้นฟูละเอียดอีก 5 วัน 21:46 น.- “กระทรวงเกษตรฯ” ดัน “ปูทะเล” ขึ้นแท่นสัตว์เศรษฐกิจมูลค่าสูง เร่งเพิ่มผลผลิตรับดีมานด์ตลาดกรมประมง..พร้อมโชว์ศักยภาพการผลิต เพิ่มลูกพันธุ์–ขยายพื้นที่เลี้ยง สร้างรายได้ให้เกษตรกรชายฝั่ง 20:07 น.
- “เจเศรษฐ์” บัญชาการทุกระดับ! ล็อกเป้า “บ่อเกลือ” เชื่อมศูนย์เตือนภัยถึงท้องถิ่น ย้ำ “เตือนเร็ว–อพยพทัน” พร้อมตั้ง War Room 24 ชม. 19:14 น.
- กลาโหมจัดให้! ส่งกำลังพล-เครื่องจักรลุยโคลน อ.ปัว ด้าน "รองนายกฯ เชน" ลุยหน้างานติดตามความคืบหน้า ขอบคุณ "บิ๊กดุลย์" ตอบสนองความต้องการพื้นที่ทันท่วงที 17:37 น.
- เลขาธิการ กกต. ลงพื้นที่กาฬสินธุ์ รับฟังบรรยายสรุปความพร้อมก่อนเลือกตั้งนายก อบจ.กาฬสินธุ์ 17:17 น.



