วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569 04:21 น.

การเมือง

"สรณ" เปิดหลักฐานใหม่สู้ปมคุณสมบัติ! ชูหนังสือ "มหิดล-ภาษี"  ยันพ้นพนักงานปี 65 ลั่นรายได้เป็นวิชาชีพอิสระ จ่ออุทธรณ์ศาลปกครอง

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.37 น.

 "นพ.สรณ" เปิดแถลงข่าว-เปิดใจร่ายยาว หลังประชุม กสทช. ล่มรอบ 4 ย้ำยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองแน่ พร้อมเปิดหลักฐานใหม่ "หนังสือ ม.มหิดล-หนังสือรับรองหักภาษี"  ยืนยันชัดเจน พ้นการเป็นพนักงานในปี 2565 และรายได้ในเดือน ม.ค.-มิ.ย.65 ก่อนโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เป็นวิชาชีพอิสระตามกฎหมาย ไม่ใช่เงินค่าจ้างพนักงานตามมาตรา 40 (1) พร้อมท้าให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีพิสูจน์

ถามกลับ "บอร์ดสรรหา"  ทำไมไม่รอหนังสือตอบจาก "มหิดล" แต่เร่งรัดพิจารณา ทิ้งบอมบ์ "ปธ.สรรหา"  อายุเกิน 70 ปี ทำไมไม่หยิบเรื่องนี้มาพิจารณาบ้าง

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569  ที่สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หลังการนัดประชุมบอร์ด กสทช. แต่ก็ไม่สามารถประชุมได้ เพราะกรรมการ กสทช. 3 คน ได้แก่ ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ และนายศุภัช ศุภชลาศัย ได้เดินออกจากห้องประชุมในทันทีที่ ศ.นพ.คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เดินเข้าห้องประชุม ส่งผลให้องค์ประชุมไม่ครบ ล่มซ้ำเป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติมีมติว่า นพ.สรณ ประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง โดยถือว่าเป็นการสละสิทธิ ทำให้การนัดประชุม 3 ครั้งก่อนหน้านี้ ไม่สามารถดำเนินต่อได้ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบเช่นเดียวกับวันนี้ ที่ไม่สามารถประชุมต่อได้เป็นครั้งที่ 4 ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็ยอมรับกับสื่อมวลชนว่า ได้ยื่นเรื่องของ ศ.นพ.คลินิก สรณ ประธาน กสทช. ขึ้นทูลเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทางด้าน ศ.นพ.คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เปิดโต๊ะแถลงข่าวภายหลังการประชุมบอร์ด กสทช. ล่มเป็นครั้งที่ 4 เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ โดยระบุว่า จำเป็นต้องเรียกประชุมในวันนี้ เนื่องจากมีเรื่องสำคัญที่ต้องแจ้งให้กรรมการ กสทช.ทุกคนรับทราบและเข้าใจ ทั้งเรื่องคำสั่งศาลปกครองที่ไม่รับฟ้อง รวมถึงพยานหลักฐานที่ยืนยันว่า ตนไม่ได้กระทำผิดตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งเพิ่งได้รับจากมหาวิทยาลัยมหิดล

นพ.สรณ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ กสทช.บางคน ไม่ได้เข้าร่วมประชุม แต่หวังว่า หากได้รับทราบข้อเท็จจริงและเหตุผลแล้ว อาจเปลี่ยนใจกลับมาร่วมประชุมและปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและสาธารณะต่อไป จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน และถ่ายทอดเสียงให้กรรมการ กสทช. รวมถึงผู้สื่อข่าวและพนักงานที่อยู่ภายนอกห้องประชุมได้รับทราบ

ประการแรก กรณีคำสั่งศาลปกครองที่ไม่รับฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า ตนไม่ได้เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนเสียหาย หมายความว่า “คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ” ไม่มีผลต่อการดำรงตำแหน่งและอำนาจหน้าที่ของตน ขณะนี้ตนยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจ จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง

“คณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยว่า ผมสละสิทธิ และไม่เคยดำรงตำแหน่งตั้งแต่ต้น แต่ตามกฎหมาย “การสละสิทธิ” จะต้องเกิดขึ้นก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำความขึ้นทูลเกล้าฯ ขณะที่ “คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา” เกิดขึ้นภายหลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง โดยนายกรัฐมนตรีนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ และมีพระบรมราชโองการเมื่อวันที่ 13 เม.ย.2565 ดังนั้น การที่คณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยว่า คำวินิจฉัยมีผลทันทีและเป็นที่สุด จึงไม่ถูกต้อง” ศ.นพ.คลินิก สรณ กล่าวย้ำ

ประการที่สอง ตนเพิ่งได้รับหนังสือตอบจาก “มหาวิทยาลัยมหิดล” เมื่อวานนี้ โดยหนังสือลงวันที่ 8 ส.ค.2569 ที่ยืนยันชัดเจนว่า ตนได้ลาออกจากการเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยมหิดลและคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีโดยสมบูรณ์ ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.2565 โดยตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.ถึงวันที่ 12 เม.ย.2565 เป็นการประกอบวิชาชีพแพทย์อิสระเฉพาะทางตามความจำเป็นในการส่งต่อผู้ป่วยให้ผู้อื่นดูแล โดยไม่ได้รับเงินโดยตรงจากมหาวิทยาลัยหรือคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

ทั้งนี้ การประกอบวิชาชีพในลักษณะดังกล่าว อาจารย์แพทย์ที่เกษียณแล้ว รวมถึงอาจารย์หรือแพทย์จากภาคเอกชน สามารถเข้ามาประกอบวิชาชีพในโรงพยาบาลรามาธิบดี หรือโรงพยาบาลของรัฐอื่นได้ โดยมีหลักฐานการแจ้งเสียภาษีประจำปี 2565 ยืนยันว่า รายได้ของตนตั้งแต่เดือนม.ค.ถึงมิ.ย.2565 เป็นรายได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (6) ไม่ใช่เงินเดือนหรือค่าจ้างตามมาตรา 40 (1) ซึ่งสามารถให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีอธิบายรายละเอียดได้

ศ.นพ.คลินิก สรณ ได้ตั้งคำถามไปยัง “คณะกรรมการสรรหาฯ” ว่า เหตุใดจึงไม่รอหนังสือตอบจากมหาวิทยาลัยมหิดล และเหตุใดจึงต้องเร่งรีบสรุปผล โดยระบุว่า คณะกรรมการสรรหาฯ ประชุม 4 ครั้ง ใช้เวลา 37 วัน และตนไม่ทราบว่า คณะกรรมการได้รับเอกสารจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่อง “อำนาจของคณะกรรมการสรรหาด้วยกันเอง” รวมถึงข้อสงสัยว่า เหตุใดเลขาธิการวุฒิสภาจึงเชิญกรรมการสรรหาบางคน แต่ไม่เชิญบางคน ทั้งที่เป็นเอกสารสำคัญ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากมีหลักฐานการเสียภาษีจากกรมสรรพากร ก็ควรตรวจสอบให้ชัดเจน ว่าเงินที่ได้รับเป็นรายได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40 (6) หรือเป็นเงินเดือนและค่าจ้างตามมาตรา 40 (1) เพราะคณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยว่าเป็นเงินเดือนหรือค่าจ้างตามมาตรา 40 (1)

ประเด็นที่สาม เรื่อง “คุณสมบัติของประธานกรรมการสรรหา” โดย ศ.นพ.คลินิก สรณ กล่าวว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่า การดำรงตำแหน่งกรรมการของประธานกรรมการสรรหา น่าจะสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2568 ซึ่งเป็นวันที่มีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ และควรใช้มาตรฐานเดียวกันกับการดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. จึงฝากให้สื่อมวลชนสอบถามว่า เหตุใดจึงไม่มีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นหารือในที่ประชุมเพื่อวินิจฉัยเสียก่อน

ประเด็นสุดท้าย ศ.นพ.คลินก สรณ ฝากสื่อมวลชนสอบถามผู้เกี่ยวข้องที่ออกมากดดันให้นายกรัฐมนตรีเร่งนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ว่า เมื่อปรากฏหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว จะดำเนินการอย่างไร เพราะหากเรื่องดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนและยังไม่ยุติ ก็ไม่น่าจะนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ

ส่วนกรณีกระแสข่าว พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข ที่ลาออกจากตำแหน่งเลขานุการประจำประธาน กสทช. ศ.นพ.คลินิก สรณ กล่าวว่า ได้รับทราบว่า มีการทำหนังสือลาออกตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว ส่วนเหตุผลการลาออก ตนจำไม่ได้ และหากจะมีนัยสำคัญใดหรือไม่ คงต้องสอบถามเจ้าตัวเอง เพราะตนไม่สามารถชี้แจงแทนได้

เมื่อถามถึงแรงกดดันตลอดช่วงกว่า 4 ปีที่ผ่านมา ศ.นพ.คลินิก สรณ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวสร้างแรงกดดันมาโดยตลอด และหากย้อนกลับไปตั้งแต่ประเด็นในชั้นกรรมาธิการ ปัญหาเกิดขึ้นจากหนังสือของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีความผิดพลาดเกี่ยวกับตัวเลขและวันที่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และถูกนำไปสรุปไว้ในรายงานของกรรมาธิการ โดยใช้ถ้อยคำว่า “อาจเข้าข่ายผิดคุณสมบัติ” แต่ไม่ได้ระบุว่า “ตนผิดคุณสมบัติ”

ศ.นพ.คลินิก สรณ กล่าวย้ำว่า รายงานดังกล่าวเป็นรายงานลับ และยังไม่ได้รับรองโดยที่ประชุมวุฒิสภา จึงเห็นว่า ไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเอกสารหลักฐานในการพิจารณา ส่วนการดำเนินการตามกฎหมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล โดยต้องยื่นภายใน 30 วัน ส่วนแนวทางการต่อสู้ทางกฎหมาย ยืนยันว่า ตนไม่ได้กระทำความผิด โดยเฉพาะประเด็นที่กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจคณะกรรมการสรรหาโดยตรง แต่อำนาจดังกล่าวเป็นความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งไม่ใช่กฎหมาย และความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ได้ผูกพันรัฐสภา

สำหรับกระแสข่าวว่ามีการเร่งรัดการประชุม กสทช. เนื่องจากต้องพิจารณาโครงการกองทุน USO นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. และรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. กล่าวชี้แจงว่า โครงการ USO ไม่ได้เป็นเรื่องที่ประธาน กสทช. สามารถอนุมัติได้เพียงคนเดียว ทุกเรื่องต้องผ่านการพิจารณาของบอร์ด กสทช.

นายไตรรัตน์ กล่าวว่า การดำเนินโครงการ USO แต่ละโครงการใช้เวลาพิจารณาเป็นเวลานาน บางโครงการใช้เวลามากกว่า 1 ปี กว่าจะผ่านกระบวนการพิจารณา ดังนั้น เมื่อบอร์ด กสทช. อนุมัติหลักการให้ดำเนินโครงการแล้ว สำนักงาน กสทช. จึงสามารถนำโครงการไปดำเนินการประกวดราคาได้ตามกรอบวงเงินที่กำหนด

ส่วนกรณีวงเงินที่อยู่ในอำนาจของตนก็สามารถลงนามได้ หากเป็นวงเงินขนาดใหญ่จะต้องเสนอประธาน กสทช. ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงาน โดยการลงนามของประธานเป็นการเห็นชอบหรือรับทราบว่ากระบวนการประกวดราคาเสร็จสิ้นและได้ผู้รับจ้างแล้ว ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการลงนามในสัญญาจ้าง ไม่ใช่การอนุมัติโครงการแต่เพียงผู้เดียว

นายไตรรัตน์ กล่าวย้ำว่า ทุกโครงการของ USO ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ กสทช. ก่อน จึงจะสามารถเข้าสู่กระบวนการประกวดราคาและทำสัญญาได้ หากบอร์ดไม่อนุมัติ สำนักงานก็ไม่สามารถดำเนินการประกวดราคาได้

เมื่อถามว่า การไม่สามารถประชุมได้เป็นการดิสเครดิตประธาน กสทช. หรือเป็นเกมทางการเมืองหรือไม่ ศ.นพ.คลินิก สรณ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเกมทั้งหมด ขึ้นอยู่กับว่า แต่ละคนจะอ่านเกมอย่างไร ส่วนตัวไม่สามารถบอกได้ว่าอ่านเกมอย่างไร

ศ.นพ.คลินก สรณ ยังกล่าวถึงแรงกดดันของนายกรัฐมนตรีว่า เชื่อว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้รู้สึกกดดัน แต่คงดำเนินการไปตามกฎหมาย เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ กสทช. และไม่ว่าใครจะอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวก็ย่อมมีแรงกดดันเป็นธรรมดา ดังนั้น หากตนหยุดปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด อาจทำให้ใบอนุญาตหลายเรื่อง ไม่สามารถออกได้ และอาจถูกตั้งคำถามว่า การไม่ปฏิบัติหน้าที่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ จึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าขอบเขตของการหยุดปฏิบัติหน้าที่ควรอยู่ตรงจุดใด


 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง