การเมือง
“ณพลเดช” ดัน 7 สถานีตรวจแม่น้ำกก เปิดข้อมูลสู่โลก เตรียมนำเสนอ UN
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
“ณพลเดช” ดัน 7 สถานีตรวจแม่น้ำกก เปิดข้อมูลสู่โลก เตรียมนำเสนอ UN เปลี่ยนการเฝ้าระวังจาก “ตรวจเมื่อเกิดปัญหา” เป็นระบบอัตโนมัติ แสดงผลต่อสาธารณะ สะท้อนความเดือดร้อนประชาชนเชียงรายสู่เวทีนานาชาติ
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ดร.ณพลเดช มณีลังกา สมาชิกวุฒิสภาสำรอง จ.เชียงราย และอดีตที่ปรึกษากรรมการที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ในคณะกรรมาธิการงบประมาณ 2570 สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีสื่อออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลผลการตรวจสารปนเปื้อนในพืชบริเวณริมแม่น้ำกก ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพบการปนเปื้อนโลหะหนักในพืชหลายชนิดจากการตรวจติดตามหลายรอบ โดยมีทั้งแคดเมียม ตะกั่ว และสารหนูในบางตัวอย่าง และมีบางรายการที่ถูกระบุว่าเกินค่ามาตรฐาน
รายงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหานี้ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเรื่องของการตรวจพืชเป็นรายครั้ง แต่ต้องมองเป็น ปัญหาความมั่นคงด้านน้ำ ความมั่นคงทางอาหาร สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในลุ่มน้ำกก
ก่อนหน้านี้ ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการปัญหามลพิษข้ามพรมแดนอย่างเป็นระบบ โดยปัญหาการปนเปื้อนของแม่น้ำกกและลำน้ำที่เกี่ยวข้องถูกเชื่อมโยงกับกิจกรรมเหมืองแร่ในพื้นที่ต้นน้ำฝั่งเมียนมา ซึ่งเป็นประเด็นที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์อย่างต่อเนื่อง
“7 สถานี” ต้องไม่ใช่เพียงเครื่องตรวจ แต่ต้องเป็นระบบเตือนภัยของประชาชน
ดร.ณพลเดช กล่าวว่า สิ่งที่ตนเห็นว่าสำคัญอย่างยิ่งคือการผลักดันให้เกิด สถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำและเซ็นเซอร์ตรวจวัดมลพิษในแม่น้ำกกจำนวน 7 สถานี ซึ่งมีการเห็นชอบโครงการของกรมควบคุมมลพิษในกระบวนการงบประมาณปี 2570 แล้ว
แต่หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนสถานีเพียงอย่างเดียว
สิ่งสำคัญที่สุดคือ เมื่อสถานีทั้ง 7 แห่งทำงานแล้ว ข้อมูลต้องถูกส่งเข้าสู่ระบบโดยอัตโนมัติ และแสดงผลให้ประชาชนเห็นได้อย่างรวดเร็ว
ไม่ควรเป็นระบบที่ต้องรอเจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างน้ำ ส่งห้องปฏิบัติการ รอผลตรวจ แล้วจึงนำข้อมูลมารายงานภายหลังหลายวันหรือหลายสัปดาห์
แต่ควรเป็นระบบที่สามารถทำให้ประชาชนเห็นว่า
“วันนี้แม่น้ำกกเป็นอย่างไร”
และสามารถติดตามแนวโน้มของคุณภาพน้ำได้อย่างต่อเนื่อง
หากค่าความผิดปกติเกิดขึ้นบริเวณต้นน้ำ สถานีถัดลงมาก็ควรสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำได้ ทำให้หน่วยงานสามารถเห็นทิศทางของมลพิษและประเมินสถานการณ์ได้รวดเร็วขึ้น
จากข้อมูลในพื้นที่ สู่ “หลักฐานที่โลกมองเห็น”
ดร.ณพลเดช กล่าวว่า หากประเทศไทยสามารถทำให้ข้อมูลจากสถานีทั้ง 7 แห่งถูกบันทึกอย่างต่อเนื่อง มีมาตรฐาน และเปิดเผยต่อสาธารณะ จะเป็นการเปลี่ยนปัญหาแม่น้ำกกจากเรื่องที่ประชาชนพูดถึงกันในพื้นที่ ไปสู่ ข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สามารถนำเสนอในระดับนานาชาติได้
“วันนี้คนเชียงรายพูดว่าพวกเขาเดือดร้อน แต่คำถามคือ เราจะทำให้โลกเห็นความเดือดร้อนนั้นด้วยข้อมูลได้อย่างไร”
คำตอบคือ ข้อมูลที่วัดได้จริง วัดอย่างต่อเนื่อง และตรวจสอบย้อนหลังได้
เมื่อมีสถานีตรวจทั้ง 7 แห่ง ข้อมูลจะสามารถนำมาวิเคราะห์เป็นภาพรวมของลุ่มน้ำ ทั้งในด้านตำแหน่ง เวลา และแนวโน้มของค่ามลพิษ ทำให้สามารถเห็นภาพว่าในช่วงใดมีการเปลี่ยนแปลง และบริเวณใดมีความผิดปกติ
นี่จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการวิเคราะห์ปัญหามลพิษข้ามพรมแดน เพราะการตรวจเพียงครั้งเดียวอาจตอบคำถามได้จำกัด แต่ ข้อมูลต่อเนื่องจากหลายสถานีสามารถสร้างภาพสถานการณ์ของแม่น้ำทั้งระบบได้
ต้องตรวจให้ถึงต้นทางฝั่งเมียนมา
ดร.ณพลเดช กล่าวว่า สำหรับข้อสงสัยเรื่องแหล่งกำเนิดโลหะหนักนั้น ตนเห็นว่าประเทศไทยต้องเดินหน้าเก็บข้อมูลให้ละเอียดที่สุด โดยเฉพาะการตรวจตั้งแต่ ต้นน้ำ พรมแดน พื้นที่ตอนกลาง และพื้นที่ปลายน้ำ
หากพบความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพน้ำกับสารโลหะหนักจากกิจกรรมในพื้นที่ต้นน้ำฝั่งเมียนมา ข้อมูลเหล่านี้จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจรจาระหว่างประเทศ
ที่ผ่านมา มีนักวิชาการและเครือข่ายประชาชนเสนอว่าปัญหามลพิษในแม่น้ำกกและแม่น้ำสายมีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมเหมืองแร่ในเมียนมา และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยใช้กลไกระหว่างประเทศเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา
ดังนั้น สิ่งที่ประเทศไทยควรทำคือ สร้างฐานข้อมูลที่แข็งแรงจนไม่มีใครสามารถปฏิเสธข้อเท็จจริงได้
เตรียมยกระดับข้อมูลสู่ UN
ดร.ณพลเดช กล่าวว่า เมื่อระบบตรวจวัดทั้ง 7 แห่งสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ตนเห็นว่าข้อมูลที่ได้ควรถูกจัดทำเป็น รายงานสถานการณ์มลพิษลุ่มน้ำกกของประเทศไทย โดยนำเสนอทั้งข้อมูลคุณภาพน้ำ ตะกอน ดิน ผลผลิตทางการเกษตร และผลกระทบต่อประชาชน
จากนั้นจึงสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประกอบการสื่อสารกับ องค์การสหประชาชาติ (UN) และกลไกระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาคมโลกเห็นข้อเท็จจริงจากพื้นที่ ไม่ใช่เพียงการรับฟังคำกล่าวอ้างจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ก่อนหน้านี้มีการรายงานว่า UN ได้สอบถามรัฐบาลไทยเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษในพื้นที่ ซึ่งสะท้อนว่าประเด็นดังกล่าวมีมิติด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสิทธิมนุษยชนที่สามารถยกระดับไปสู่เวทีระหว่างประเทศได้
“ข้อมูลต้องพูดแทนประชาชน”
ดร.ณพลเดช กล่าวว่า ความเดือดร้อนของประชาชนเชียงรายไม่ควรต้องอาศัยเพียงภาพข่าวหรือการร้องเรียน แต่ควรมี ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เปิดเผยและตรวจสอบได้ เป็นตัวแทนเสียงของประชาชน
“ถ้าประชาชนบอกว่าน้ำเปลี่ยน เราต้องมีข้อมูลยืนยัน ถ้าเกษตรกรบอกว่ากังวลเรื่องผลผลิต เราต้องมีระบบตรวจสอบ และถ้าประเทศไทยสงสัยว่ามลพิษข้ามพรมแดนเข้ามาจากต้นน้ำ เราต้องมีข้อมูลที่พิสูจน์เส้นทางของมันได้”
ดังนั้น สถานีตรวจทั้ง 7 แห่งจึงไม่ควรเป็นเพียงโครงการจัดซื้อเครื่องมือราชการ แต่ควรเป็น โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสิ่งแวดล้อมของเชียงราย
ข้อมูลต้องขึ้นระบบอัตโนมัติ
ประชาชนต้องเข้าถึงได้
นักวิชาการต้องนำไปวิเคราะห์ต่อได้
หน่วยงานรัฐต้องใช้ตัดสินใจได้
และที่สำคัญ ประเทศไทยต้องสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปสื่อสารกับประชาคมโลกได้
“ผมอยากเห็นวันที่ประชาชนทั่วโลกเปิดระบบขึ้นมาแล้วเห็นว่า วันนี้แม่น้ำกกเป็นอย่างไร เห็นว่าประชาชนเชียงรายกำลังเผชิญกับอะไร และเห็นว่าประเทศไทยกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างไร”
เพราะเมื่อข้อมูลถูกเปิดเผยอย่างต่อเนื่อง ปัญหาของประชาชนเชียงรายจะไม่ใช่เพียงปัญหาที่อยู่ปลายชายแดนอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นข้อมูลที่ประชาคมโลกสามารถรับรู้และตรวจสอบได้ และนี่คือข้อมูลที่เราสามารถนำไปเสนอในเวที UN ต่อไปได้
ดร.ณพลเดชกล่าวทิ้งท้ายว่า การแก้ปัญหาแม่น้ำกกต้องทำทั้ง การตรวจจับ การเตือนภัย การพิสูจน์ต้นเหตุ การคุ้มครองประชาชน และการเจรจาระหว่างประเทศ ไปพร้อมกัน เพราะเป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่เพียงการรู้ว่าน้ำมีสารอะไร แต่คือการทำให้ประชาชนเชียงรายสามารถกลับมาใช้ชีวิต ใช้น้ำ และทำการเกษตรได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- สรุปข่าวเด่นในประเทศไทย 5 ข่าว รอบเช้าวันที่ 31 ตุลาคม 2569 31 ต.ค. 2569
- "วราวุธ" เป็นประธานเปิดแข่งเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทาน อ.บางปลาม้า ครั้งที่ 20 ประจำปี 2569 ยิ่งใหญ่ สืบสานประเพณี 103 ปี สายน้ำท่าจีน 31 ต.ค. 2569
- "วราวุธ" ยันกระทรวงอุตสาหกรรมแก้กฎหมายอุดช่อง ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ ชี้เพิ่มบทลงโทษเข้มข้นแก้ปัญหาสำแดงเท็จได้ 31 ต.ค. 2569
- "วราวุธ" เป็นประธานเปิดงาน "เกษตรแฟร์ สุพรรณบุรี ครั้งที่ 1" เดินหน้ายกระดับเกษตรอุตสาหกรรม ชูนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจฐานราก 31 ต.ค. 2569
- ‘ศ.สุชาติ ธาดาธำรงเวช’ ชี้ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสุด แนะรัฐลงทุน Care Economy ป้องกันก่อนป่วย เตือนอย่าปล่อยความอายุยืนกลายเป็นความยากจนกลืนกิน 31 ต.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
"พ.ต.อ.ทวี" ลั่นต้องล้างระบบ "จ้างงานเทียม"! ฟังเสียงไรเดอร์สงขลา จี้รัฐสกัดทุนข้ามชาติสูบเงินไทย - "วรวีร์" ปลุกรวมพลังสู้การผูกขาด 22:20 น.- “มท.4” วรศิษฎ์ มอบ 31 รางวัลเชิดชูเกียรติ “จังหวัดสะอาด – อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก – Carbon Credit Award” พร้อมมอบนโยบายขับเคลื่อนการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนอย่างยั่งยืน 21:27 น.
- "วราวุธ" เป็นประธานเปิดงาน "เกษตรแฟร์ สุพรรณบุรี ครั้งที่ 1" เดินหน้ายกระดับเกษตรอุตสาหกรรม ชูนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจฐานราก 19:45 น.
- "โสภณ" โต้ยื้อซักฟอก 60 วันไม่จริง! ย้ำรัฐบาลพร้อมตั้งแต่วันแรก ฝ่ายค้านขอเลื่อนเอง วอนอย่าบิดเบือนทำประชาชนสับสน 16:08 น.
- ‘ศ.สุชาติ ธาดาธำรงเวช’ ชี้ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสุด แนะรัฐลงทุน Care Economy ป้องกันก่อนป่วย เตือนอย่าปล่อยความอายุยืนกลายเป็นความยากจนกลืนกิน 15:45 น.


