วันเสาร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2569 02:06 น.

การเมือง

"เจเศรษฐ์" นำนายอำเภอ-ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธร 17 จังหวัดภาคเหนือ ระดมความคิดตามแนวทาง "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล”

วันศุกร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.56 น.

"เจเศรษฐ์" นำนายอำเภอ-ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธร 17 จังหวัดภาคเหนือ ระดมความคิดตามแนวทาง "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” พร้อมฝาก 3 ประเด็นเร่งด่วน "ยาเสพติด-อาวุธปืน-คนกระทำความผิดทางเพศ" ให้หมดไปจากสังคม

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569  เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมเอ็มเพรส แกรนด์ฮอลล์ ดิ เอ็มเพรส โฮเทล กรุ๊ป แอนด์ คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 2 (ภาคเหนือ) โดยมี นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายสันติ รังษิรุจิ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ผู้แทนกรมในสังกัดกระทรวงมหาดไทย พลตำรวจตรี ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ต.พงศธร เครียดธฤมาล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บังคับการ นายอำเภอ ผู้กำกับการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายเจเศรษฐ์ ระบุว่า การเวิร์กช็อปในวันนี้เพื่อยกระดับการปฏิบัติการสร้างความสงบเรียบร้อยในสังคม ตามนโยบาย "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โดยนำความรู้ความสามารถของนายอำเภอและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรมาถอดบทเรียนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ใน 9 ประเด็นความมั่นคง ได้แก่  1. การบุกรุกที่ดินสาธารณะ 2. อาชญากรรมทางด้านเทคโนโลยี 3. ธุรกิจที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง 4. การฟอกเงิน 5. ผู้มีอิทธิพล 6. หนี้นอกระบบ 7. ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว 8. การเชื่อมโยงข้อมูลด้านความมั่นคง และ 9. ยาเสพติด
 
นายเจเศรษฐ์ ได้กล่าวเน้นย้ำถึง 3 ประเด็นความมั่นคงที่ต้องทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน คือ การปราบปรามยาเสพติด อาวุธปืน และผู้กระทำความผิดทางเพศ โดยในส่วนของปัญหา "ยาเสพติด" ให้นายอำเภอ-ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธร จับคู่ดูโอบูรณาการประสานความร่วมมือ ขยายผลทั้งมิติป้องกัน ปราบปราม และบำบัดฟื้นฟู ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งจังหวัด เพื่อทำให้ปัญหายาเสพติดลดน้อยลงไปได้มากกว่าที่จะแยกกันทำคนละส่วน รวมถึงการเข้มงวดกวดขันสนับสนุนบทบาท "กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน" ซึ่งเป็นผู้นำท้องที่ที่รู้ทุกเรื่องในตำบล/หมู่บ้าน เพราะถ้าเรายังปล่อยยาเสพติดให้อยู่ในประเทศ มันก็จะเข้ามาในจังหวัด ถ้าปล่อยให้อยู่ในจังหวัด มันก็จะเข้ามาในอำเภอ ถ้าปล่อยให้อยู่ในอำเภอ มันก็จะเข้ามาในตำบล ถ้าปล่อยอยู่ในตำบล มันก็เข้ามาในหมู่บ้าน และสุดท้ายก็เข้ามาอยู่ในบ้านของเรา รวมถึงการกำหนดหลักเกณฑ์ควบคุมดูแล "ผู้เสพและผู้ป่วยจิตเวช" ให้อยู่ในสถานที่ที่กำหนดเพื่อบำบัดรักษาอย่างเข้มงวด 
 
สำหรับ "มาตรการเกี่ยวกับอาวุธปืน" สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน คือ ตรวจเช็คผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (ป.3) แต่ยังไม่มีใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (ป.4) รวมทั้งเร่งรัดและตรวจสอบปืน เครื่องกระสุนปืนของร้าน และสนามยิงปืนให้ตรงกับใบอนุญาต ตรวจสอบภาษี และเร่งปราบปรามปืนเถื่อนอย่างจริงจัง โดยในระยะยาว ตนเข้าใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธปืน ซึ่งต้องหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับทุกภาคส่วน แต่ทั้งนี้ "ตำรวจต้องอยู่เคียงคู่อาวุธปืนและใช้อาวุธปืนให้ก่อเกิดประโยชน์มากที่สุดเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน เพื่อดำรงไว้ซึ่งกฎหมายอันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไทย" ขอให้มั่นใจในบทบาทและอำนาจของตำรวจในการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมฝากประเด็นระดมความคิดว่า จะทำอย่างไรให้เอาปืนเถื่อนออกจากสังคม จะทำอย่างไรให้คนที่มีพฤติกรรม/พฤติการณ์ที่มีแนวโน้มจะใช้อาวุธปืนก่อความรุนแรงในสังคม ใช้อาวุธที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนคนอื่น เพราะอาวุธปืนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีที่ตนเคยสัมผัสด้วยตนเองสมัยยังเด็ก คือ การที่ที่บ้านครอบครองอาวุธปืนถูกกฎหมาย เวลาโจรเข้าบ้าน ต้องยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่ แล้วผู้ร้ายก็ออกจากบ้าน ซึ่งในประเทศไทย ยังมีความจำเป็นต้องครอบครองอาวุธปืนเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพวกเขา ดังนั้น จึงต้องหาทางออกว่า จะเดินไปทางทิศทางใด ขอให้สะท้อนมาตรการควบคุมการออกใบอนุญาตรวมถึงปืนสวัสดิการ
 
และสำหรับ "การป้องกันการกระทำความผิดทางเพศ" ที่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้ที่เคยได้รับโทษติดคุกในคดีดังกล่าวมาก่อน และเมื่อกลับเข้ามาในสังคม กลับมีพฤติกรรมที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเคสที่จังหวัดอุทัยธานี มีคนร้ายเคยติดคุกคดีการกระทำความผิดทางเพศ 2 ครั้ง พอออกมาก็ไถฟีดเฟซบุ๊ก จนไปเจอน้องนักเรียน ม.5 กระทั่งรู้วิถีชีวิตของน้อง กระทั่งก่อเหตุนำอาวุธมีดดักเส้นทางการเดินทางจากบ้านไปโรงเรียน แม้นักเรียนคนดังกล่าวจะพยายามหลบหนี สุดท้ายก็ถึงแก่ชีวิต เราต้องบูรณาการป้องกันไม่ให้บุคคลเหล่านี้ก่อเหตุได้อีกอย่างเด็ดขาด ต้อง "ยืดอกหลังตรงในการกำจัดคนเหล่านี้ออกไปจากสังคม"
 
อำเภอเป็นหน่วยงานปกครองที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด โดยมี "นายอำเภอ" ในฐานะผู้แทนรัฐบาลในระดับพื้นที่มีบทบาทอำนวยการ บูรณาการ และเชื่อมโยงการปฏิบัติงานทุกภาคส่วน ขณะที่ "ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร" ในฐานะหัวหน้าสถานีตำรวจในพื้นที่ที่มีบทบาทป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมและรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ที่ทั้ง 2 ตำแหน่งต้องทำงานร่วมกันในลักษณะ "ทีมอำเภอ" สร้างทีมเป็นเอกภาพ ทำงานทิศทางเดียวกัน ขับเคลื่อนการทำงานทุกภาคส่วนโดยชุดข้อมูลเดียวกัน โดยเฉพาะการบูรณาการการข่าวความมั่นคงผ่านโต๊ะข่าว เพื่อวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มความความถี่ จุดตรวจ/จุดสกัดในระดับอำเภอ เพื่อสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้กระทำผิด โดยไม่ละเว้น
 
"การเวิร์กช็อปวันนี้เป็นความคาดหวังของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ เพื่อเป็นที่พึ่ง มีนายอำเภอที่สามารถประสานงานกับผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรได้ มีผู้กำกับที่สามารถประสานกับนายอำเภอได้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและก่อเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน และขอยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนทุกท่านในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อดูแลรับใช้พี่น้องประชาชนอย่างสุดกำลังความสามารถ"
 
ด้านนายทศพล กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำ คนมหาดไทยในระดับพื้นที่ต้องทำให้ประชาชนสัมผัสได้จริงถึงความผาสุกของสังคม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดป็นผู้นำทีมจังหวัด เชื่อมโยงทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน กำหนดประเด็นปัญหาสำคัญของพื้นที่ จัดลำดับความเร่งด่วน กำหนดตัวผู้รับผิดชอบ กำหนดตัวชี้วัดในการขับเคลื่อนภารกิจอย่างสม่ำเสมอ โดยมีนายอำเภอ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และผู้เกี่ยวข้อง นำแนวทางไปสู่ระดับอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน และชุมชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ และเปลี่ยนวิธีการรายงาน โดยไม่รายงานว่าได้ทำอะไรไปแล้ว แต่ "ต้องสามารถตอบได้ว่าปัญหานี้ลดลงหรือไม่ ประชาชนปลอดภัยขึ้นหรือไม่ และประชาชนได้รับประโยชน์อย่างไร" เพราะเป้าหมายสูงสุดของการทำงานด้านความมั่นคงไม่ใช่การทำกิจกรรมให้ครบตามแผน แต่คือ การทำให้ประชาชนมีความปลอดภัย มีความเชื่อมั่นต่อรัฐ และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
 
นายรัฐพล กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ต้องเผชิญภัยคุกคามด้านความมั่นคงหลายรูปแบบ ทั้งปัญหายาเสพติด การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ปัญหาธุรกิจที่คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ผู้มีอิทธิพลที่เข้าบุกรุกที่ดินของรัฐ จึงได้ขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงในพื้นที่ด้วยแนวคิด "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” บูรณาการฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร หน่วยงานความมั่นคง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนเพื่อเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นเอกภาพ มีความรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
 
ด้าน พล.ต.ต.ธนะรัชต์ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมสนับสนุนแนวทางการขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาลให้เกิดผลเป็นรูปธรรม 3 แนวทาง คือ 1) ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดโดยไม่ยึดติดสายงานตนเอง รวมถึงนายอำเภอและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร 2) เดินหน้าขับเคลื่อนผ่าน 4 ยุทธศาสตร์หลัก คือ 1. สร้างภาวะผู้นำที่เน้นการบูรณาการเป็นเจ้าของพื้นที่ร่วมกันเพื่อกำหนดเป้าหมายแก้ปัญหา 2. ปรับโครงสร้างเป็น "ศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้อาชญากรรมบางประเภท" เช่น ยาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี การฟอกเงิน เป็นต้น 3. ขับเคลื่อนด้วยระบบฐานข้อมูลอัจฉริยะ (Big Data) 4. ปรับกระบวนทัศน์บุคลากร ปลูกฝังให้ข้าราชการทุกคนตระหนักถึงหน้าที่ตนเอง ไม่เพิกเฉยและหลีกเลี่ยงผลประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อสร้างความศรัทธาประชาชนเชื่อมั่น และ 3) สกัดกั้นภัยคุกคามอย่างเป็นระบบ ช่วยกันซีลพื้นที่ สกัดกั้นทุกขั้นตอน ไม่ให้ฟังรากลึกกลายเป็นมะเร็งร้ายในพื้นที่
 
ด้านนายวิฑูรย์ กล่าวว่า การประชุมฯ ในวันนี้ จะทำให้นายอำเภอและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรได้รับทราบนโยบายและทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจนจากรัฐบาล และผู้บริหารระดับสูงโดยตรง เกิด "ทีมอำเภอ" คิดร่วมกัน วางแผนพร้อมกัน และทำไปด้วยกัน และเป็นเวทีระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติงานอันจะนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมในทุกอำเภอ
 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง