วันศุกร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569 23:48 น.

การเมือง

“เจเศรษฐ์” ลงบัญชาการฟื้นฟู “ปัว” ครบทุกมิติ  กั้นคันน้ำ–เร่งประปา–จ่ายไฟ 7 วันต้องคืนพื้นที่ให้ชาวบ้าน

วันศุกร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 22.16 น.

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ลงพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน ติดตามสถานการณ์และสั่งการเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยแบบครบทุกมิติ โดยระดมกำลังจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ทั้งเครื่องจักร รถบรรทุกน้ำ กำลังคน และทรัพยากรที่จำเป็น เข้าสนับสนุนภารกิจอย่างเต็มกำลัง พร้อมกำหนดเป้าหมายให้การฟื้นฟูเดินหน้าอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนกลับเข้าบ้านและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

สำหรับพื้นที่ตำบลปัวได้รับผลกระทบรวม 11 หมู่บ้าน โดยบางจุดถนนได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีถนนขาดเป็นระยะทางประมาณ 10 เมตร และมีความสูงของแนวถนนประมาณ 4 เมตร จนไม่สามารถสัญจรได้

มท.3 จึงกำชับให้เร่งระดมเครื่องจักรและกำลังจากทุกหน่วยงานเข้าฟื้นฟู พร้อม ขีดเส้น 7 วัน ให้เร่งดำเนินการในส่วนของเส้นทางที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้กลับมาใช้การได้โดยเร็วที่สุด เพราะถนนคือเส้นทางสำคัญที่ประชาชนใช้เดินทางและเป็นช่องทางในการขนส่งสิ่งของช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่

ปภ.–อบต.ระดมรถน้ำ ล้างบ้านคืนชีวิตหลังน้ำลด

ในภารกิจฟื้นฟูหลังน้ำลด มท.3 สั่งการให้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระดมเครื่องจักรและรถบรรทุกน้ำขนาดใหญ่ เข้าพื้นที่ โดยนำน้ำจาก อ่างเก็บน้ำนิวซีแลนด์ มาใช้สนับสนุนภารกิจทำความสะอาดบ้านเรือน

ขณะเดียวกัน ให้ อบต.ในพื้นที่และ อบต.ข้างเคียง ระดมรถบรรทุกน้ำ เข้ามาช่วยแบ่งจ่ายน้ำและสนับสนุนภารกิจฉีดล้างโคลน ทำความสะอาดบ้านเรือนให้กับประชาชน เพื่อให้สามารถฟื้นฟูบ้านและกลับมาใช้ชีวิตได้เร็วที่สุด

เร่งประปาหมู่บ้าน–ฟื้นฟูไฟฟ้า พร้อมรถชาร์จไฟบริการประชาชน

ด้านระบบสาธารณูปโภค มท.3 กำชับผู้นำในแต่ละพื้นที่เร่งสำรวจ ระบบประปาหมู่บ้าน และประสานช่างจากการประปาส่วนภูมิภาคเข้าตรวจสอบและเร่งฟื้นฟูระบบให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว

ส่วนระบบไฟฟ้า ในจุดที่มีปลั๊กหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าถูกน้ำท่วม ต้องตรวจสอบความปลอดภัยก่อนจ่ายไฟกลับเข้าระบบ พร้อมกำชับหน่วยงานไฟฟ้าเร่งดำเนินการฟื้นฟูและจ่ายไฟในพื้นที่ที่มีความพร้อมโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ได้จัด รถผลิตไฟฟ้าและรถชาร์จไฟเคลื่อนที่ ลงให้บริการบริเวณที่ว่าการอำเภอปัว เพื่อให้ประชาชนสามารถนำโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์จำเป็นมาชาร์จไฟได้ โดยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนนำ ปลั๊กสามตาและสายชาร์จของตนเอง มาใช้บริการ เพื่อรองรับการใช้งานของประชาชนได้อย่างทั่วถึง

มท.3 ย้ำ “ดูแลคนที่มาช่วยเหมือนลูก” ระดมทุกเครื่องจักรที่มี

มท.3 ยังเน้นย้ำให้พื้นที่ดูแลเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชนอย่างดีที่สุด ทั้ง ข้าว น้ำ อาหาร และที่พัก โดยกำชับว่า “คนที่มาช่วยต้องดูแลให้เหมือนลูกเหมือนคนในครอบครัว” เพราะทุกคนคือกำลังสำคัญในการเร่งฟื้นฟูพื้นที่และช่วยเหลือประชาชน

“เจเศรษฐ์” กล่าวว่า ภารกิจครั้งนี้อาจจะเป็นงานที่ยากและต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย แต่ทุกคนต้องช่วยกันทำให้สำเร็จ หากทรัพยากรที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ ขอให้พื้นที่รายงานขึ้นมาทันที เพื่อจัดกำลัง เครื่องจักร และสิ่งของที่จำเป็นเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม

“งานที่เรากำลังทำ เป็นงานที่ยากที่สุด แต่ถ้าไม่มีใครทำนอกจากพวกเรา เราก็ต้องทำ และต้องทำให้สำเร็จ ถ้ายังไม่พอ ขอเพิ่มอีก 2-3 วัน บอกผมได้เลย ผมรอฟังอยู่ว่าอยากได้อะไร” มท.3 กล่าว พร้อมระบุว่า ขณะนี้มีอาหารเตรียมพร้อมจากทางกรุงเทพฯ จำนวน 2 คัน เพื่อเร่งลำเลียงส่งมายังจังหวัดน่าน และจะระดมทุกเครื่องจักรที่มี เข้ามาสนับสนุนภารกิจฟื้นฟูอย่างเต็มกำลัง

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการลงพื้นที่ มท.3 ขี่รถจักรยานยนต์วิบากติดตามเจ้าหน้าที่และกำนัน เพื่อเข้าถึงจุดที่ได้รับผลกระทบให้ได้มากที่สุด ท่ามกลางสภาพเส้นทางที่ได้รับความเสียหายและการเดินทางที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก ก่อนตรวจสอบสภาพพื้นที่และรับฟังปัญหาจากผู้นำและประชาชนโดยตรง

เร่งกั้นคันน้ำ ดัน “ลำน้ำขว้าง” กลับสู่ทางหลัก หยุดน้ำท่วมบ้านเรือน

มท.3 สั่งการเร่งด่วนในพื้นที่ บ้านราษฎร์พัฒนา หมู่ 4 ตำบลวรนคร อำเภอปัว หลังได้รับรายงานจากกำนันว่า ปริมาณน้ำใน “ลำน้ำขว้าง” ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาขนาดใหญ่ มีปริมาณน้ำจำนวนมากจนกระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางและไหลออกจากแนวทางน้ำหลัก ส่งผลให้น้ำเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชน

โดยลำน้ำขว้างมีเส้นทางไหลไปรวมกับ “ลำน้ำปัว” ก่อนจะไหลต่อไปยังแม่น้ำน่าน มท.3 จึงสั่งการให้เร่งกั้นแนวป้องกันหรือทำคันกั้นน้ำ เพื่อปรับและบังคับทิศทางกระแสน้ำให้กลับเข้าสู่ทางน้ำหลัก ลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าชุมชน และเปิดทางให้ประชาชนสามารถกลับเข้าบ้านเพื่อทำความสะอาดและฟื้นฟูบ้านเรือนได้โดยเร็ว

พร้อมกำชับให้ใช้กำลังจาก ทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ ท้องถิ่น และภาคเอกชน ระดมเครื่องจักร วัสดุ อุปกรณ์ และกำลังคนเข้าดำเนินการ โดยไม่จำกัดว่าเป็นภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดผลเร็วที่สุดและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง