วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569 12:13 น.

การเมือง

 “อนุทิน” แถลงสภาชี้ความจำเป็น พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน รับมือวิกฤตพลังงาน ลดค่าครองชีพ–เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน ลดพึ่งพาฟอสซิลต่างประเทศ

วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.43 น.

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569   เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวแถลงประกอบพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำหนดกรอบวงเงินกู้ไม่เกิน 400,000 ล้านบาท

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อแหล่งผลิต โครงสร้างพื้นฐาน และเส้นทางขนส่งพลังงาน โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกตึงตัวและราคาพลังงานปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ประเทศไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเกือบร้อยละ 50 และยังพึ่งพาพลังงานฟอสซิลในระดับสูง จึงกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต ราคาสินค้าและบริการ ค่าครองชีพ และกำลังซื้อของประชาชน จำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการเพื่อไม่ให้ผลกระทบขยายวงกว้างและยืดเยื้อ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เหตุผลสำคัญที่จำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก. คือแหล่งเงินและเครื่องมือทางการคลังตามปกติไม่เพียงพอและไม่ทันต่อสถานการณ์ โดยงบกลางปี 2569 ซึ่งตั้งไว้ 99,000 ล้านบาท ได้ถูกใช้รองรับภารกิจเร่งด่วนหลายด้าน ทั้งภัยพิบัติ ความมั่นคงชายแดน และภารกิจตามกฎหมาย ขณะที่ยังมีความต้องการใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ 140,000 ล้านบาท แม้รวมเงินทุนสำรองจ่ายอีก 50,000 ล้านบาทก็ยังไม่เพียงพอ

ขณะเดียวกัน งบประมาณปี 2569 มีการใช้จ่ายแล้วประมาณร้อยละ 72 และยังต้องรองรับแผนงานในช่วงที่เหลือของปี การจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 เดือน ส่วนวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณเหลือเพียงประมาณ 17,000 ล้านบาท ขณะที่งบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท จะเริ่มใช้ในเดือนตุลาคม 2569 จึงไม่ทันต่อสถานการณ์ที่ต้องดำเนินการในขณะนี้

นายกรัฐมนตรีระบุว่า แม้รัฐบาลได้ใช้มาตรการทางการคลังในรูปแบบต่าง ๆ แล้ว แต่ยังไม่เพียงพอจึงจำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก. เป็นเครื่องมือเร่งด่วน โดยมี 1 เป้าหมาย 2 วัตถุประสงค์ 3 แนวทาง เป้าหมายคือรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ วัตถุประสงค์คือ 1) ช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ และ 2) ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลโดยเร็ว ผ่านการลดค่าครองชีพและต้นทุนอาชีพ สนับสนุนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกที่ผลิตในประเทศ และพัฒนาทักษะประชาชนและนวัตกรรมด้านพลังงาน

สำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 400,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 200,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการจากผลกระทบวิกฤตพลังงาน และอีก 200,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก รวมถึงพัฒนาทักษะและนวัตกรรมด้านพลังงาน โดยกระทรวงการคลังสามารถกู้เงินหรือออกตราสารหนี้โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีได้ภายในวันที่ 30 กันยายน 2570

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า การกู้เงินครั้งนี้เป็น ทางเลือกสุดท้าย หลังรัฐบาลพยายามบริหารแหล่งเงินภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่แล้ว โดยเมื่อรวมการกู้กรณีอื่นยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง และคาดว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะไม่เกินร้อยละ 70 พร้อมวางแผนการกู้และชำระหนี้อย่างเป็นระบบเพื่อควบคุมต้นทุนและกระจายความเสี่ยง

ทั้งนี้ การใช้เงินจะผ่านการกลั่นกรอง โดยโครงการต้องตรงตามวัตถุประสงค์ จำเป็นเร่งด่วน คุ้มค่า ไม่ซ้ำซ้อนกับงบประมาณหรือแหล่งเงินอื่น และพร้อมดำเนินการทันที ภายใต้หลัก 5T ได้แก่ Target ตรงจุด, Transition เร่งเปลี่ยนผ่าน, Transformation ปรับโครงสร้าง, Transparent โปร่งใสตรวจสอบได้ และ Together ขับเคลื่อนร่วมกันทุกภาคส่วน

นายกรัฐมนตรีกล่าวในตอนท้ายว่า วิกฤตพลังงานเป็นสถานการณ์ร้ายแรงและเร่งด่วนที่ส่งผลโดยตรงต่อประชาชนและเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาอนุมัติพระราชกำหนดฯ เพื่อให้ประเทศมีเครื่องมือเพียงพอและทันท่วงทีในการ ช่วยประชาชนวันนี้ พร้อมลดความเปราะบางด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว

"ณัฐพงษ์" นำทัพฝ่ายค้าน ชำแหละ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้กระทบวินัยคลัง 

ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวถึงการพิจารณาอนุมัติ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและ สร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ว่า โดยประเด็นแรกจะพูดถึงความคุ้มค่าของโครงการ และแผนการใช้เงินของคณะรัฐมนตรีว่าจะนำเงินไปใช้ในโครงการใดบ้าง ส่วนอีกประเด็นสำคัญ คือการพิจารณาอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งรัฐสภายังมีอำนาจเต็มในการพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทั้งในส่วนที่ว่าการตรา พ.ร.ก.เป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศหรือไม่ และมีเหตุการณ์จำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้หรือไม่

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม จะเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญให้ความเห็นไว้อย่างชัดเจนว่า อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยอยู่ในส่วนหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น เมื่อ พ.ร.ก.กู้เงินกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภา จึงอยากให้สมาชิกทุกคนใช้อำนาจของรัฐสภาพิจารณาทั้ง 2 ส่วน และไม่อยากให้มีการตีความว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญแล้ว จะทำให้รัฐสภาไม่สามารถอภิปรายได้อย่างเต็มที่ โดยยืนยันว่า สภายังมีอำนาจพิจารณาว่ารัฐบาลมีความจำเป็นหรือไม่ โดยเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาทในเรื่องการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการอภิปรายแล้วหากรัฐบาลยังเดินหน้าต่อ และจะไม่กระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องดูความเป็นไปได้ทางการเมือง เนื่องจากรัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภา และ พ.ร.ก.ฉบับนี้ก็น่าจะได้รับการอนุมัติจากสภาอยู่แล้ว แต่ในฐานะฝ่ายค้าน จะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นก้อนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงาน เพราะการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานต้องใช้เวลาหลายปี และแหล่งเงินทุนสำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอาจไม่จำเป็นต้องใช้เงินกู้เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเงินจากภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ 3 การไฟฟ้า รวมถึงกองทุนต่าง ๆ ที่สามารถเข้ามาช่วยลงทุนได้

“เงินกู้ทุกบาทที่รัฐบาลกู้ สุดท้ายจะเป็นภาระของลูกหลานในอนาคต จึงต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของแหล่งเงินว่า รัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างไร และมีความเหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้ข้ออ้างเรื่องการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานมาออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาท” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อสังเกตจากการแถลงของ ครม.เงา ว่าจะมีโครงการเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเหมาบางราย มีข้อมูลหลักฐานชัดเจนหรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอให้ติดตามการอภิปรายของสมาชิกในวันนี้ เพราะได้เห็นเนื้อหาบางส่วนแล้ว และจะมีการตรวจสอบว่าโครงการที่เตรียมใช้งบ 2 แสนล้านบาท จะสามารถเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานได้จริงหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงการนำโครงการต่าง ๆ เช่น โซลาร์เซลล์ตามพื้นที่ข้างทาง หรือโซลาร์เซลล์ในภาคการเกษตร มารวมไว้ในโครงการ ทั้งนี้ ยอมรับว่าโซลาร์เซลล์ภาคการเกษตรเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในการลดค่าไฟ แต่ยังมีเงินกองทุนและช่องทางงบประมาณอื่นที่สามารถนำมาใช้ได้ จึงอาจไม่จำเป็นต้องตราเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน

เมื่อถามว่า การอภิปรายในวันนี้จะเป็นการจัดหนักหรือเป็นการซ้อมย่อยอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจขอให้รอวันจริง ส่วนวันนี้เป็นการเตรียมอภิปรายในส่วนของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเทศมีเรื่องวินัยการเงินการคลัง และพรรคต้องการเห็นการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศ
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง