วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569 12:09 น.

การเมือง

“หมอเปรม” ชำแหละไทยพีบีเอสกลางวุฒิสภา จี้งบปีละ 2 พันล้านคุ้มค่าหรือไม่ ย้ำสื่อสาธารณะต้องโปร่งใส อย่าเป็นเสียเอง

วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.10 น.

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ในการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2568 ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ “ไทยพีบีเอส” นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณของไทยพีบีเอส โดยระบุว่า องค์กรนี้ได้รับเงินสนับสนุนจากภาษีสุราและยาสูบปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท และตลอดระยะเวลาการดำเนินงานเกือบ 19 ปี มีงบประมาณรวมเกือบ 40,000 ล้านบาท จึงเป็นเรื่องที่สังคมมีสิทธิตั้งคำถามว่า เม็ดเงินจำนวนมหาศาลดังกล่าวถูกบริหารอย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์กลับคืนสู่ประชาชนมากน้อยเพียงใด

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ไทยพีบีเอสประกาศตัวเป็น “สื่อสาธารณะ” และ “สื่อของทุกคน” พร้อมยืนยันถึงหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ดังนั้น เมื่อมีข้อสงสัยเกิดขึ้นก็จำเป็นต้องเปิดให้มีการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา  การอภิปรายครั้งนี้ไม่ได้มุ่งโจมตีผู้ปฏิบัติงาน นักข่าว หรือบุคลากรภาคสนาม แต่ต้องการตรวจสอบในระดับนโยบายและการบริหาร เป็นการ “ติเพื่อก่อ ไม่ใช่ติเพื่อทำลาย”

นพ.เปรมศักดิ์ อภิปรายอีกว่า เงินที่นำมาใช้บริหารองค์กรเป็นเงินจากภาษีของประชาชน ผู้บริหารจึงควรตระหนักถึงความประหยัดและความคุ้มค่า โดยเฉพาะเมื่อไทยพีบีเอสเป็นองค์กรสื่อสาธารณะ ไม่ใช่ส่วนราชการประเภทกระทรวงหรือกรม จึงควรอธิบายให้สังคมเข้าใจถึงความจำเป็นในการจ่ายค่าตอบแทนหรือสวัสดิการลักษณะดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงความจำเป็นของการมีสถานีโทรทัศน์ภาครัฐและสื่อสาธารณะทั้ง NBT ช่อง 11 และไทยพีบีเอส หากบทบาทและเนื้อหามีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยเห็นว่า ต้องแสดงให้ประชาชนเห็นถึงความแตกต่างและความคุ้มค่าของงบประมาณอย่างชัดเจน

อีกประเด็นที่ นพ.เปรมศักดิ์ ตั้งข้อสังเกตอย่างเข้มข้น คือ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของไทยพีบีเอส โดยตั้งคำถามถึงการใช้วิธีเฉพาะเจาะจงในหลายโครงการว่า มีความจำเป็นและสอดคล้องกับหลักการแข่งขัน ความโปร่งใส และกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ โดยเฉพาะหากมีการเลือกผู้รับจ้างรายเดิมต่อเนื่องหลายปี ยิ่งจำเป็นต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาถึงความสัมพันธ์หรือการเอื้อประโยชน์

นพ.เปรมศักดิ์ ยกตัวอย่างการผลิตสารคดีเกี่ยวกับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม ในวาระครบรอบ 50 ปี เมื่อปี 2566 ซึ่งมีการว่าจ้างเอกชนผลิตด้วยวงเงินประมาณ 2-3 ล้านบาท ทั้งที่ไทยพีบีเอสมีบุคลากรและศักยภาพด้านการผลิตรายการของตนเอง จึงควรพิจารณาว่าการว่าจ้างภายนอกมีเหตุผลและเกิดความคุ้มค่าสูงสุดจริงหรือไม่

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เงินที่ไทยพีบีเอสได้รับไม่ใช่เงินส่วนตัวขององค์กร แต่เป็นเงินภาษีของประชาชน เมื่อประกาศตัวเป็นสื่อสาธารณะที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ก็ต้องพร้อมรับคำถามและการตรวจสอบจากสังคม

“ผมต้องการให้สถานีแห่งนี้เป็นหูเป็นตาให้ประชาชน สอดส่อง ตีแผ่ และขุดคุ้ยสิ่งฉ้อฉลต่าง ๆ แต่เราต้องไม่เป็นเสียเอง องค์กรต้องคืนภาษีให้ประชาชนอย่างคุ้มค่า มีผลงานจับต้องได้ และเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนผู้ไม่มีปากเสียง” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารไทยพีชีเอสชี้แจงว่า สิ่งที่ดำเนินการมาดำเนินการถูกต้องตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) การดำเนินการสุจริตแต่อาจจะบกพร่องบ้างก็จะขอนำไปปรับปรุงแก้ไข พร้อมกับจะทำรายงานเสนอมายังวุฒิสภาใน 1 เดือนว่า ไทยพีบีเอสจะแก้ปัญหาที่สมาชิกอภิปรายอย่างไรกบ้าง

 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง