วันอาทิตย์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2569 15:58 น.

การเมือง

 กมธ.การศาสนาฯ เปิดมิติใหม่ทุนวัฒนธรรม ดันงานช่าง อาหาร และภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ Soft Power ที่สร้างอาชีพได้จริง ปลุกเมืองเพชรสู่ศูนย์กลางวัฒนธรรมสร้างสรรค์

วันอาทิตย์ ที่ 06 กันยายน พ.ศ. 2569, 14.54 น.

เมื่อวันที่  5 กันยายน 2569 นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร นำคณะกรรมาธิการฯ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและร่วมกิจกรรมโครงการ “เปิดคลังทุนวัฒนธรรม UNESCO สู่ Soft Power ยุคใหม่” ณ โรงแรมรอยัล ไดมอน เพชรบุรี โดยมี นายกิตติพงษ์ เทพพานิช นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาควัฒนธรรม และผู้เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ “เปิดคลัง” ทุนทางวัฒนธรรมที่เพชรบุรีสั่งสมมาอย่างยาวนาน นำมาปัดฝุ่น ต่อยอด และเชื่อมเข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ เพื่อให้มรดกทางศิลปะ ภูมิปัญญา อาหาร และฝีมือช่าง ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการอนุรักษ์ แต่สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงานมีการจัดบูธแสดงผลงานและกิจกรรมทางวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัส เรียนรู้ และทดลองปฏิบัติจริง ไม่ว่าจะเป็น ผ้าภูษาและผ้าลายอย่าง งานผ้าไทยโบราณที่สะท้อนความประณีตของช่างฝีมือ งานช่างลายรดน้ำ ซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาช่างสิบหมู่เมืองเพชร ขนมหม้อแกง ของขึ้นชื่อที่กลายเป็นภาพจำของจังหวัด ตลอดจน งานแกะสลักหยวกกล้วย ศิลปะชั้นสูงที่ปัจจุบันหาชมได้ยาก รวมถึงศิลปหัตถกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นอีกหลากหลายแขนง

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “ของดีเมืองเพชร” ไม่ได้มีเพียงอาหารขึ้นชื่อเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยทุนทางศิลปวัฒนธรรม ฝีมือช่าง และองค์ความรู้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งหากได้รับการออกแบบ การสื่อสาร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสม สามารถต่อยอดเป็นสินค้า บริการ และประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวที่มีมูลค่าเพิ่มได้อีกมหาศาล

นางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม มองว่า โจทย์สำคัญของการทำงานด้านวัฒนธรรมในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการรักษาของเก่าเอาไว้ให้คงอยู่เท่านั้น แต่ต้องทำให้มรดกและภูมิปัญญาเหล่านั้น “มีชีวิต” อยู่ร่วมกับสังคมสมัยใหม่ และสามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนซึ่งเป็นเจ้าของวัฒนธรรมได้ด้วย

“คำว่า Soft Power จะมีความหมายก็ต่อเมื่อทุนวัฒนธรรมของเราสามารถสร้างโอกาสให้คนในพื้นที่ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นช่างฝีมือ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ คนทำอาหาร ศิลปิน หรือชุมชน ทุกคนต้องสามารถนำต้นทุนที่บรรพบุรุษส่งต่อมาแปลงเป็นอาชีพและรายได้ โดยไม่ทำลายคุณค่าดั้งเดิมของตัวเอง” นางธิวัลรัตน์กล่าว

ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า เพชรบุรีมีต้นทุนที่โดดเด่นทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม งานช่าง อาหาร และวิถีชีวิต อีกทั้งยังมีศักยภาพจากการได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในมิติที่เกี่ยวข้องกับ UNESCO จึงถือเป็นจังหวะสำคัญในการนำ “แบรนด์เมืองเพชรบุรี” มาสร้างเรื่องราวและเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

“เราไม่ควรมอง UNESCO เป็นเพียงตราสัญลักษณ์หรือเกียรติยศ แต่ต้องใช้การยอมรับในระดับสากลเป็นประตูเปิดให้โลกเข้ามารู้จักรากเหง้าและภูมิปัญญาของเรา ขณะเดียวกัน คนเพชรบุรีเองต้องเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากคุณค่าที่เกิดขึ้น ทั้งรายได้ ตลาดใหม่ และโอกาสในการสืบทอดอาชีพ” นางธิวัลรัตน์กล่าว

นางธิวัลรัตน์ ย้ำว่า การพัฒนา Soft Power จำเป็นต้องทำทั้งระบบ ตั้งแต่การรักษาองค์ความรู้เดิม การสร้างคนรุ่นใหม่เข้ามาสืบทอด การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับตลาด การสร้างเรื่องราวที่น่าสนใจ ตลอดจนเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหาร และงานหัตถกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้มาเยือนไม่เพียง “มาดู” แต่ได้สัมผัส เรียนรู้ ทดลอง และใช้จ่ายในชุมชน

“หากเราทำได้เช่นนี้ วัฒนธรรมจะไม่ใช่ต้นทุนที่ต้องใช้งบประมาณเพื่อรักษาเพียงอย่างเดียว แต่จะกลายเป็นสินทรัพย์ของประเทศ เป็นพลังทางเศรษฐกิจ และเป็นเครื่องมือสร้างอนาคตให้ลูกหลาน โดยที่รากเหง้าของเรายังคงอยู่ครบถ้วน” ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าว

นางธิวัลรัตน์กล่าวทิ้งท้ายว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งในการผลักดันทุนทางวัฒนธรรมของจังหวัดเพชรบุรีให้ก้าวสู่ Soft Power ที่เข้มแข็งและจับต้องได้ เชื่อมโยงวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน เพื่อให้ภูมิปัญญาที่ถูกส่งต่อมาหลายชั่วอายุคน ไม่เพียงได้รับการอนุรักษ์ แต่สามารถสร้างคุณค่าใหม่ สร้างอาชีพ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง