วันพุธ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569 18:36 น.

การเมือง

“รัดเกล้า” จี้ ป.ป.ส. แจง “เข้าเจ้าเดียว แต่ยังเข้าเต็มงบ” ไม่เกรงใจภาษีประชาชน! พบโครงการ 70 ล้าน ผู้เสนอรายเดียว ราคาต่ำกว่ากลางแค่ 3 พันบาท

วันพุธ ที่ 09 กันยายน พ.ศ. 2569, 17.34 น.

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569  ที่รัฐสภา นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) โดยตั้งข้อสังเกตถึงโครงการก่อสร้างอาคารเก็บรักษาทรัพย์สินของ ป.ป.ส. จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ อาคารเก็บรักษาทรัพย์สิน ป.ป.ส. ภาค 4 จังหวัดขอนแก่น วงเงินประมาณ 70.6 ล้านบาท และ ป.ป.ส. ภาค 7 จังหวัดสมุทรสาคร วงเงินประมาณ 62.85 ล้านบาท รวมกว่า 133 ล้านบาท โดยเฉพาะงบประมาณปี 2570 ที่เกี่ยวข้องกับทั้งสองโครงการประมาณ 42.9 ล้านบาท
 
นางรัดเกล้ากล่าวว่า ตนไม่ได้ตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการเก็บรักษาทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดจากคดียาเสพติด เพราะทรัพย์สินเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย ไม่สูญหายหรือเสียหาย และต้องสามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานหรือดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง แต่ก่อนที่จะใช้งบประมาณกว่า 133 ล้านบาทในการก่อสร้างอาคารใหม่ รัฐบาลและ ป.ป.ส. ควรตอบให้ได้ก่อนว่า  “การสร้างอาคารใหม่ เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดแล้วจริงหรือ?” 
 
“อย่างน้อย ป.ป.ส. ควรมีข้อมูลให้เห็นว่า ปัจจุบันมีทรัพย์สินคงค้างอยู่จำนวนเท่าไร เพิ่มขึ้นปีละเท่าไร ทรัพย์สินเหล่านั้นมีมูลค่ารวมเท่าไร และโดยเฉลี่ยทรัพย์สินหนึ่งรายการถูกเก็บรักษาไว้นานแค่ไหน ที่สำคัญคือได้เปรียบเทียบกับทางเลือกอื่นแล้วหรือยัง” นางรัดเกล้ากล่าว
 
นางรัดเกล้าระบุว่า ทางเลือกอื่นที่ควรนำมาเปรียบเทียบ ได้แก่ การปรับปรุงอาคารราชการที่มีอยู่ การใช้พื้นที่ร่วมกับหน่วยงานอื่น การนำพื้นที่ราชการที่ถูกทิ้งร้างกลับมาใช้ประโยชน์ การเช่าพื้นที่จัดเก็บที่มีมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงการเร่งกระบวนการจำหน่ายทรัพย์สินที่สามารถจำหน่ายได้ และเร่งคืนทรัพย์สินที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดให้เจ้าของโดยเร็ว เพื่อไม่ให้รัฐต้องแบกรับภาระพื้นที่จัดเก็บเป็นเวลานาน
 
“จากเอกสารขอบเขตงานที่ดิฉันได้รับ ยังไม่พบข้อมูลเชิงปริมาณที่เพียงพอที่จะตอบคำถามเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุนครั้งนี้ ดิฉันจึงขอตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนว่า โครงการนี้ยังไม่เร่งด่วนและยังไม่เห็นความคุ้มค่าเพียงพอ ” นางรัดเกล้ากล่าว
 
จี้ตรวจสอบโครงการขอนแก่น ผู้เสนอราคาเพียงรายเดียว ราคาต่างจากราคากลางแค่ 3,000 บาท
 
นางรัดเกล้ายังขอให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบเป็นพิเศษถึงโครงการก่อสร้างอาคารเก็บรักษาทรัพย์สิน ป.ป.ส. ภาค 4 จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีราคากลางประมาณ 70,603,000 บาท ขณะที่ราคาที่เสนอและตกลงอยู่ที่ประมาณ 70,600,000 บาท แตกต่างจากราคากลางเพียง 3,000 บาท หรือประมาณ 0.004% และที่สำคัญคือมีผู้เสนอราคาเพียงรายเดียว
 
“การมีผู้เสนอราคาเพียงรายเดียว ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง ไม่ได้แปลว่าการจัดซื้อจัดจ้างผิดกฎหมาย แต่ในมุมของการบริหารเงินภาษีประชาชน เมื่อมีผู้เสนอราคาเพียงรายเดียว การแข่งขันด้านราคาย่อมเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบ และเมื่อโครงการมีมูลค่ากว่า 70 ล้านบาท แต่ราคาสุดท้ายต่ำกว่าราคากลางเพียง 3,000 บาท ประชาชนย่อมมีเหตุผลที่จะตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความคุ้มค่า” นางรัดเกล้ากล่าว
 
นางรัดเกล้าขอให้ ป.ป.ส. เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมต่อสาธารณะว่า มีผู้ประกอบการกี่รายที่สนใจโครงการ มีผู้ดาวน์โหลดเอกสารกี่ราย เหตุใดจึงมีผู้ยื่นข้อเสนอเพียงรายเดียว และเงื่อนไขใน TOR มีข้อใดที่อาจเป็นอุปสรรคหรือจำกัดการแข่งขันหรือไม่ พร้อมตั้งคำถามว่า เมื่อมีผู้เสนอราคาเพียงรายเดียวและราคาต่ำกว่าราคากลางเพียงเล็กน้อย เหตุใด ป.ป.ส. จึงไม่พิจารณาทบทวนหรือเปิดการแข่งขันใหม่เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าที่สุดแก่รัฐ
 
“งบยาเสพติดมีจำกัด ทุกบาทต้องเลือกว่าจะสร้างตึก หรือสร้างโอกาสให้คนหลุดจากวงจรยาเสพติด”
นางรัดเกล้ากล่าวว่า สำหรับงบประมาณปี 2570 ที่เกี่ยวข้องกับสองโครงการประมาณ 42.9 ล้านบาท ตนขอให้คณะกรรมาธิการพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง ทั้งความก้าวหน้าของงาน ความเหมาะสมของแต่ละงวดงาน ขนาดและพื้นที่ใช้สอย รวมถึงรายการใดที่ยังสามารถทบทวน ปรับลด หรือชะลอได้
 
“เหตุผลที่ดิฉันอยากให้ทบทวนงบประมาณโครงการนี้ เพราะงบประมาณด้านยาเสพติดของประเทศไทยมีจำกัด ทุกบาทที่เราใช้สร้างอาคาร คือหนึ่งบาทที่อาจไม่ได้ถูกนำไปใช้ป้องกันเด็กและเยาวชนจากยาเสพติด ไม่ได้ถูกนำไปค้นหาและช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยง ไม่ได้ถูกนำไปสนับสนุนการบำบัดในชุมชน และไม่ได้ถูกนำไปติดตามผู้ผ่านการบำบัดเพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ”
 
นางรัดเกล้ายังกล่าวถึงปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำว่า จากข้อมูลที่ตนติดตาม  กว่า 70% ของผู้ต้องขังเป็นผู้ต้องขังในคดียาเสพติด  ดังนั้น การแก้ปัญหายาเสพติดให้ตรงจุดจะช่วยลดภาระของกระบวนการยุติธรรมและปัญหาคุกล้นได้อย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อในฐานะประธานอนุกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องการยกระดับทัณฑสถานของประเทศไทย ตนเห็นว่าการแก้ปัญหาคุกล้นและการคืนคนดีสู่สังคมควรเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของกระทรวงยุติธรรม
 
“ในขณะที่เรามีปัญหาคุกล้น และโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังเพื่อคืนคนดีสู่สังคมกลับถูกตัดงบ ดิฉันอยากถามว่ากระทรวงยุติธรรมควรเรียงลำดับความสำคัญอย่างไร หากประมาณ 70% ของผู้ต้องขังไม่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน เราควรลงทุนสร้างโอกาสทางการศึกษาในเรือนจำ เพื่อให้คนที่เคยทำผิดหลุดจากวงจรการกระทำผิดซ้ำหรือไม่ และเมื่อมีข้อมูลว่าผู้พ้นโทษคดียาเสพติด 20.82% กลับมากระทำผิดซ้ำภายใน 1 ปี เราไม่ควรเร่งแก้ปัญหานี้ก่อนหรือ” นางรัดเกล้ากล่าว
 
นางรัดเกล้าทิ้งท้ายว่า ในปีต่อไปควรมีการจัดทำงบบูรณาการเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบเชื่อมโยงตั้งแต่การป้องกัน การค้นหากลุ่มเสี่ยง การบำบัด การติดตามหลังการบำบัด ไปจนถึงการลดการกระทำผิดซ้ำและการคืนคนดีสู่สังคม
 
“สำหรับปีนี้ ดิฉันขอให้ทบทวนปรับลด และชะลองบประมาณการก่อสร้างอาคารเก็บรักษาทรัพย์สินในส่วนที่ยังไม่จำเป็น แล้วนำทรัพยากรไปลงทุนกับคน เพราะเป้าหมายของการแก้ปัญหายาเสพติดไม่ควรจบอยู่ที่การจัดการของกลาง แต่ต้องจบที่การทำให้คนกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ และทำให้สังคมปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน” นางรัดเกล้ากล่าว
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง