วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569 17:19 น.

การเมือง

กมธ.ศาสนาฯ เร่งชุบชีวิต “โคกพนมดี” แหล่งเจ้าแม่ 3,600 ปี เปิดทางท้องถิ่นดูแลเต็มตัว

วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569, 13.48 น.

กมธ.ศาสนาฯ  ลงพื้นที่ “โคกพนมดี” จ. ชลบุรี เคาะแนวทางถ่ายโอนอาคารพิพิธภัณฑ์ให้ อบจ.รับช่วงบริหาร พร้อมจัดงบบูรณะ หวังรักษามรดกก่อนประวัติศาสตร์กว่า 4,000 ปีให้คนรุ่นหลัง  

เมื่อวันที่  11 กันยายน 2569 นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะกรรมาธิการฯ ลงพื้นที่ แหล่งโบราณคดีโคกพนมดี ต.ท่าข้าม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี รับฟังปัญหาและหารือแนวทางบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้สามารถดูแลรักษามรดกทางประวัติศาสตร์สำคัญแห่งนี้ได้อย่างต่อเนื่อง

การลงพื้นที่ครั้งนี้มี นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สส.ชลบุรี นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายอำเภอพนัสนิคม ผู้แทนกรมศิลปากร คณะสงฆ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้ข้อมูลและสะท้อนปัญหา

ที่ประชุมได้ข้อสรุปสำคัญ โดย กรมศิลปากรจะดำเนินการนำอาคารพิพิธภัณฑ์ขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุกับกรมธนารักษ์ ก่อนส่งคืนอาคารดังกล่าวให้กรมธนารักษ์ เพื่อเปิดทางให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี สามารถยื่นขอใช้ประโยชน์และรับช่วงดูแลอาคารตามขั้นตอน

พร้อมกันนี้ จะจัดทำหนังสือและเอกสารเกี่ยวกับการถ่ายโอนทรัพย์สินและภารกิจไปยัง อบจ.ชลบุรี เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถเข้ามาบริหารจัดการ รวมถึงจัดสรรงบประมาณสำหรับบูรณะ ทำนุบำรุง และดูแลพิพิธภัณฑ์ได้อย่างต่อเนื่อง หลังที่ผ่านมาการบริหารจัดการยังติดข้อจำกัดด้านอำนาจหน้าที่และทรัพย์สิน

นางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ จะเร่งประสานและติดตามทุกขั้นตอนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การถ่ายโอนอาคารพิพิธภัณฑ์เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เนื่องจาก โคกพนมดีไม่ใช่เพียงโบราณสถานของชุมชน แต่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าระดับประเทศ และควรได้รับการดูแลให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชนและคนรุ่นต่อไป

สำหรับ แหล่งโบราณคดีโคกพนมดี ตั้งอยู่หมู่ 3 ต.ท่าข้าม อ.พนัสนิคม เป็นแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์สำคัญของภาคตะวันออก ลักษณะเป็นเนินดินขนาดใหญ่กลางพื้นที่ราบลุ่มนา เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 230 เมตร สูงจากพื้นที่โดยรอบราว 12 เมตร มีพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปี 2527

หลักฐานที่ค้นพบชี้ว่า พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นชุมชน สมัยหินใหม่เมื่อราว 4,000-3,500 ปีก่อน ในยุคที่สภาพภูมิประเทศยังอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลและปากแม่น้ำบางปะกง ผู้คนดำรงชีวิตด้วยการใช้ทรัพยากรจากทะเล พื้นที่ชุ่มน้ำ การจับสัตว์น้ำ ก่อนพัฒนาไปสู่สังคมที่มีการเพาะปลูกและโครงสร้างชุมชนซับซ้อนขึ้น

การขุดค้นครั้งสำคัญในช่วงปี 2527-2528 จากความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากรกับมหาวิทยาลัยโอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์ พบ หลุมฝังศพมนุษย์มากกว่า 150 โครง ฝังซ้อนกันหลายยุค พร้อมขวานหินขัด เครื่องมือกระดูก ภาชนะดินเผา เครื่องประดับจากเปลือกหอย และซากสัตว์ทะเลจำนวนมาก

หนึ่งในหลักฐานที่โดดเด่นที่สุดคือ “เจ้าแม่โคกพนมดี” โครงกระดูกหญิงอายุราว 35 ปี มีอายุประมาณ 3,600 ปี ซึ่งถูกฝังพร้อมเครื่องประดับจำนวนมาก โดยเฉพาะลูกปัดเปลือกหอยนับแสนเม็ด รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตภาชนะดินเผา ทำให้นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า หญิงผู้นี้อาจเป็นช่างปั้นหม้อที่มีสถานะสูงและมีบทบาทสำคัญในชุมชน

ความสำคัญของโคกพนมดีจึงไม่ได้อยู่เพียงการพบโครงกระดูกจำนวนมาก แต่หลักฐานทั้งหมดช่วยเปิดภาพชีวิตของผู้คนภาคตะวันออกเมื่อหลายพันปีก่อน ตั้งแต่การกินอยู่ การจับสัตว์น้ำ การผลิตเครื่องปั้นดินเผา พิธีกรรมฝังศพ ไปจนถึงความแตกต่างด้านสถานะของคนในสังคม ซึ่งถือเป็น “หน้าต่างทางประวัติศาสตร์” สำคัญที่ควรได้รับการอนุรักษ์อย่างจริงจัง
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง