วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2569 01:10 น.

การเมือง

ผ่าระบบฉุกเฉินไทย! 2,574 ตำบลยังไร้หน่วยแพทย์ เร่งปั้น Paramedic 7,500 คน

วันอาทิตย์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2569, 13.10 น.

ชีวิตฉุกเฉินรอไม่ได้! คณะทำงานวุฒิสภาพบหน่วยแพทย์ฉุกเฉินยังกระจายไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะภาคกลาง เร่งดันท้องถิ่นตั้งหน่วย เพิ่มทีมระดับสูง และผลิต Paramedic 7,500 คนใน 5 ปี 

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาปฏิรูปการบริหารจัดการภาวะวิกฤตและการแพทย์ฉุกเฉินโดยเทคโนโลยีดิจิทัล ในคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา เปิดเผยผลการประชุมคณะทำงานล่าสุด ซึ่งมีการ “ผ่าระบบ” การแพทย์ฉุกเฉินของประเทศ พบว่ายังมีช่องว่างสำคัญทั้งด้านพื้นที่ กำลังคน และหน่วยปฏิบัติการ โดยเฉพาะประชาชนในหลายพันตำบลที่ยังเข้าไม่ถึงหน่วยแพทย์ฉุกเฉินมาตรฐาน

ข้อมูลปีงบประมาณ 2568 ระบุว่า ประเทศไทยมีตำบลที่มีหน่วยปฏิบัติการแพทย์ได้มาตรฐาน 4,861 ตำบล หรือ 65.38% ขณะที่อีก 2,574 ตำบล หรือ 34.62% ยังไม่มีหน่วยปฏิบัติการ รองรับประชาชนในพื้นที่อย่างเพียงพอ เมื่อแยกรายภาค พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความครอบคลุมสูงสุด 75.06% รองลงมาคือภาคเหนือ 71.70% ภาคใต้ 67.68% ขณะที่ ภาคกลางมีความครอบคลุมเพียง 46.62%

จังหวัดที่มีความครอบคลุมสูง ได้แก่ ภูเก็ต 100% ลำพูน 98.04% และสตูล 94.44% ส่วนพื้นที่ที่มีความครอบคลุมต่ำ ได้แก่ สมุทรสงคราม 27.78% พระนครศรีอยุธยา 29.67% และอ่างทอง 34.25% ขณะที่หน่วยปฏิบัติการแพทย์ระดับสูง มีอัตราเฉลี่ยเพียง 1.76 หน่วยต่อประชากร 1 แสนคน หรือประมาณ 1 หน่วยต่อประชากร 56,818 คน ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์อ้างอิงที่ใช้ในการศึกษา และมีเพียง 39 จังหวัดที่มีหน่วยมาตรฐานตั้งแต่ 2 หน่วยต่อประชากร 1 แสนคนขึ้นไป

สำหรับโครงสร้างระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ปัจจุบันเริ่มตั้งแต่การรับแจ้งเหตุผ่าน หมายเลข 1669 และช่องทางดิจิทัล การประเมินคัดแยกความรุนแรง สั่งการหน่วยปฏิบัติการ ดูแลผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ ลำเลียง และส่งต่อโรงพยาบาล โดยมีการพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง National Digital Emergency Medical Services Platform หรือ NDEMS และระบบรับแจ้งเหตุและสั่งการ RNIS เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ระบุตำแหน่งผู้แจ้ง บริหารสายโทรเข้า บันทึกประวัติการติดต่อ รวมถึงรองรับสถานการณ์วิกฤตและภัยพิบัติแบบทันเวลา

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ด้านทรัพยากร ปัจจุบันมีหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ 92 หน่วย และหน่วยปฏิบัติการแพทย์ที่ได้รับอนุมัติรวม 5,521 หน่วย ประกอบด้วยหน่วยระดับพื้นฐาน 4,372 หน่วย ระดับสูง 1,102 หน่วย และหน่วยเฉพาะทาง 102 หน่วย โดยบางแห่งมีสถานะมากกว่าหนึ่งระดับ ส่วนกำลังคน มีบุคลากรวิชาชีพรวม 7,449 คน ในจำนวนนี้เป็นแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน 1,798 คน พยาบาลเวชปฏิบัติฉุกเฉิน 3,779 คน และนักฉุกเฉินการแพทย์ หรือ Paramedic เพียง 1,790 คน ขณะที่ผู้ช่วยวิชาชีพมีรวมกว่า 135,353 คน โดยเป็นอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์มากถึง 111,605 คน ระบบยังมีรถ EMS รวม 9,841 คัน แบ่งเป็นรถลำเลียงผู้ป่วย 9,641 คัน และรถสนับสนุนอีก 200 คัน ส่วนรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสะสมตั้งแต่ปี 2564 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีจำนวน 15,092 คัน

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบ Thai Sky Doctor เพื่อเข้าถึงผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร เกาะ หรือพื้นที่ที่การลำเลียงทางบกทำได้ยาก โดยช่วงปีงบประมาณ 2565-2569 มีภารกิจทางอากาศต่อเนื่อง และในปี 2569 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน มีหน่วยปฏิบัติการทางอากาศ 37 หน่วย พร้อมอบรมหลักสูตร Basic HEMS แล้ว 21 รุ่น รวม 956 คน ขณะเดียวกันยังพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเลในพื้นที่สำคัญ เพื่อประสานพิกัดและส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบเหตุ

เป้าหมายสำคัญของระบบ คือทำให้ ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตได้รับการปฏิบัติการภายใน 8 นาที แต่ผลการศึกษาพบอุปสรรคสำคัญ ทั้งหน่วยปฏิบัติการที่ยังไม่ครอบคลุม หน่วยระดับสูงต่ำกว่าความต้องการ กำลังคนโดยเฉพาะ Paramedic ไม่เพียงพอ ตลอดจนหน่วยเฉพาะทางสำหรับโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจฉุกเฉิน และผู้บาดเจ็บรุนแรงที่ยังมีจำกัด

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า คณะทำงานจึงเสนอให้สนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีศักยภาพจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการ เพิ่มงบลงทุนและบุคลากร วิเคราะห์พื้นที่ที่ยังเป็นช่องว่าง รวมทั้งยกระดับหน่วยพื้นฐานเป็นหน่วยระดับสูง และพัฒนาระบบ Fast Track สำหรับโรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหัวใจฉุกเฉิน อุบัติเหตุทางถนน สาธารณภัย และเหตุที่มีประชาชนรวมตัวจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน เตรียมเร่งผลิตนักฉุกเฉินการแพทย์ผ่านโครงการ Paramedic Sandbox ตั้งเป้าเพิ่มกำลังคนเป็น 7,500 คนภายใน 5 ปี จากปัจจุบันที่มีเพียง 1,790 คน พร้อมขยายแหล่งฝึกอบรม เพิ่มผู้ตรวจประเมิน และพัฒนาอาสาฉุกเฉินชุมชน หรือ Community First Responder ในพื้นที่ที่ยังไม่มีหน่วยปฏิบัติการ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางดังกล่าว และเตรียมนำเสนอต่อคณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาผลักดันต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบเสนอแต่งตั้ง นายกิตติ วงศ์ถาวราวัฒน์ และนายณัฐนันท์ ทัดพิทักษ์กุล เป็นคณะทำงานเพิ่มเติมอีก 2 คน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการศึกษาปฏิรูประบบการบริหารจัดการภาวะวิกฤตและการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศ

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง