วันพุธ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569 20:42 น.

การเมือง

“มณีรัฐ” เดินหน้าตั้งกระทู้ถามปัญหามลพิษแม่น้ำกก จี้รัฐบาลแก้ปัญหาที่ต้นทาง ใช้กฎหมาย–ความร่วมมือไทย–เมียนมา ควบคู่กัน

วันพุธ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569, 17.33 น.

“มณีรัฐ เขมะวงค์” เดินหน้าติดตามปัญหามลพิษข้ามพรมแดน เตรียมนำประเด็นสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกเข้าสู่เวทีวุฒิสภา ตั้งคำถามรัฐบาลถึงแนวทางควบคุมกิจกรรมต้นน้ำ การใช้กฎหมาย และการประสานความร่วมมือกับเมียนมา ชี้การแก้ปัญหาต้องไม่หยุดเพียงการตรวจน้ำปลายน้ำ แต่ต้องค้นหาต้นเหตุและมีกลไกแก้ไขร่วมกันระหว่างสองประเทศ 

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด แจ้งผลการพิจารณากระทู้ถาม กรณีการติดตามและควบคุมการนำเข้าแร่และการส่งออกสารเคมี เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนจากกิจกรรมเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา โดยระบุว่า ประธานวุฒิสภาได้พิจารณาและอนุญาตให้ตั้งเป็นกระทู้ถามเป็นหนังสือ และจะดำเนินการบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภาในโอกาสอันควร

ประเด็นดังกล่าวมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสถานการณ์ แม่น้ำกก ซึ่งเป็นแม่น้ำข้ามพรมแดนที่มีต้นน้ำในประเทศเมียนมา ก่อนจะไหลเข้าสู่ประเทศไทย โดยปัญหาคุณภาพน้ำจึงไม่สามารถพิจารณาเฉพาะพื้นที่ปลายน้ำในประเทศไทยได้ แต่จำเป็นต้องพิจารณาตลอดเส้นทางของลำน้ำ ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ จุดที่เข้าสู่ประเทศไทย และพื้นที่ที่ประชาชนใช้ประโยชน์จากแม่น้ำ

ที่ผ่านมา หน่วยงานไทยตรวจพบปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำกกและลำน้ำที่เกี่ยวข้อง และภาครัฐได้ดำเนินมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำและตะกอนอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุว่า การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลทางวิชาการและการสำรวจร่วมกันระหว่างไทยกับเมียนมา เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีข้อเท็จจริงชุดเดียวกันในการพิจารณาแนวทางแก้ไข 

นางสาวมณีรัฐ เขมะวงค์ จึงมุ่งตั้งคำถามในประเด็นสำคัญว่า รัฐบาลมีมาตรการอย่างไรในการติดตามและควบคุมกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดมลพิษบริเวณต้นน้ำ มีการตรวจสอบการนำเข้าแร่และการใช้หรือส่งออกสารเคมีที่เกี่ยวข้องอย่างไร รวมถึงจะดำเนินการอย่างไรเมื่อแหล่งกำเนิดมลพิษอยู่ในดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการตรวจพบสารปนเปื้อนในประเทศไทย แต่ต้องตอบให้ได้ว่า สารดังกล่าวมาจากแหล่งใด มีเส้นทางการปนเปื้อนอย่างไร และจะป้องกันไม่ให้สารปนเปื้อนเข้าสู่ระบบแม่น้ำกกได้อย่างไร

ในด้านกฎหมาย การแก้ปัญหาจำเป็นต้องดำเนินการทั้ง กฎหมายภายในประเทศและกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเมื่อปัญหามีลักษณะเป็นมลพิษข้ามพรมแดน ซึ่งรัฐบาลไทยเองได้รับข้อเสนอให้ผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศ และพัฒนากฎหมายภายในเพื่อรองรับการจัดการ ป้องกัน และเยียวยาผลกระทบจากมลพิษข้ามพรมแดน 

ขณะเดียวกัน ไทยและเมียนมาได้เดินหน้าเพิ่มกลไกความร่วมมือ โดยเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ทั้งสองประเทศได้ลงนามใน TOR การจัดตั้งคณะทำงานร่วมด้านการจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างสองประเทศ เพื่อร่วมกันติดตาม เฝ้าระวัง แลกเปลี่ยนข้อมูล และกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน โดย TOR มีผลเป็นเวลา 3 ปี 

กลไกดังกล่าวจึงเป็นช่องทางสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาแม่น้ำกกในระยะยาว เพราะการแก้ไขปัญหาที่มีต้นเหตุข้ามพรมแดนจำเป็นต้องอาศัย ข้อมูลที่ตรวจสอบร่วมกัน การแจ้งเตือน การติดตามคุณภาพน้ำ และมาตรการจัดการที่ทั้งสองประเทศยอมรับร่วมกัน

สำหรับประเด็นที่ มณีรัฐ ต้องการผลักดันผ่านกระทู้ถาม จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบคุณภาพน้ำ แต่ต้องการให้เกิดคำตอบที่ชัดเจนว่า ประเทศไทยจะใช้กฎหมายและกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนริมแม่น้ำกกต้องรับผลกระทบจากมลพิษข้ามพรมแดน

โดยเฉพาะการกำหนดแนวทางตั้งแต่ ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ การตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษ การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับประเทศเพื่อนบ้าน การกำหนดมาตรการควบคุมกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดมลพิษ ตลอดจนการเยียวยาประชาชนหากพิสูจน์ได้ว่าได้รับผลกระทบ

“แม่น้ำกกไม่ใช่เพียงปัญหาของจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง แต่เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนที่ต้องใช้ทั้งวิทยาศาสตร์ กฎหมาย และความร่วมมือระหว่างประเทศ การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญคือต้องค้นหาต้นเหตุและสร้างระบบความร่วมมือที่สามารถป้องกันไม่ให้มลพิษไหลเข้าสู่ประเทศไทยได้ตั้งแต่ต้นทาง”

ทั้งนี้ หนังสือสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาลงวันที่ 9 กันยายน 2569 ระบุว่า กระทู้ถามดังกล่าวได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นกระทู้ถามเป็นหนังสือแล้ว และจะบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภาตามขั้นตอนต่อไป ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการติดตามการดำเนินงานของรัฐบาลต่อปัญหามลพิษข้ามพรมแดนและผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำกก

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง