การเมือง
"ฤทธิรงค์" หนุนร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ย้ำหัวใจกฎหมายยกระดับการดูแลประชาชน ชู 10 จุดเปลี่ยนสำคัญ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. .... โดย นายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ได้ขึ้นอภิปรายว่า หัวใจของกฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มโทษให้ผู้กระทำความผิด แต่เป็นการตอบคำถามสำคัญว่า เมื่อความรุนแรงเกิดขึ้นในบ้าน รัฐจะเข้าไปช่วยประชาชนได้เร็วแค่ไหน ผู้เสียหายจะปลอดภัยแค่ไหน และจะป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นซ้ำได้อย่างไร
นายฤทธิรงค์ ชี้ว่า กฎหมายที่ใช้ในปัจจุบันคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ซึ่งบังคับใช้มานานแล้ว โดยเอกสารประกอบร่างระบุว่าบทบัญญัติบางส่วนไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน การคุ้มครองสิทธิ์ของผู้ถูกกระทำและบุคคลในครอบครัวยังขาดความชัดเจน รวมถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่จำเป็นต้องมีกลไกที่ชัดเจนและรวดเร็วยิ่งขึ้น ร่างฉบับนี้ไม่ได้แก้เพียง 1 หรือ 2 มาตรา แต่กำหนดให้ยกเลิก พ.ร.บ. 2550 เพื่อจัดระบบใหม่ทั้งฉบับ พร้อมกำหนดระยะเวลาเตรียมความพร้อม 180 วัน ก่อนมีผลบังคับใช้ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญอย่างน้อย 10 เรื่อง
เรื่องที่ 1 จากยอมความได้ เป็นยอมความไม่ได้ กฎหมาย พ.ศ. 2550 กำหนดความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัวเป็นความผิดอันยอมความได้ แต่ร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้ กำหนดว่า เป็นความผิดที่ไม่สามารถยอมความได้ เรื่องนี้จะไม่ถูกมองว่าเป็นเพียงข้อพิพาทส่วนตัวระหว่างคนสองคนในครอบครัว เพราะในหลายกรณี ผู้ถูกกระทำอาจอยู่ในภาวะพึ่งพาผู้กระทำ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ที่อยู่อาศัย บุตร หรือความสัมพันธ์ภายในครอบครัว คำถามของรัฐจึงต้องไม่หยุดเพียงว่า คู่กรณีตกลงกันหรือยัง แต่ต้องถามต่อว่า ผู้เสียหายปลอดภัยจริงหรือเปล่า
เรื่องที่ 2 กฎหมายเดิมกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 6,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนร่างกฎหมายฉบับใหม่ กำหนดโทษเป็น จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สะท้อนน้ำหนักของกฎหมายว่า ความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องเล็ก หรือเรื่องภายในบ้านที่รัฐไม่ควรเข้าไปยุ่ง แต่เป็นการกระทำที่อาจกระทบต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ และศักดิ์ศรีของบุคคล
เรื่องที่ 3 มีเหตุเพิ่มโทษกรณีพิเศษ หากกระทำต่อเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ให้เพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่ง และหากเป็นการกระทำผิดซ้ำกันภายใน 3 ปี ก็ให้เพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่งเช่นกัน เป็นการแยกให้เห็นว่า ความรุนแรงบางลักษณะมีความเสี่ยงหรือมีผลกระทบมากกว่าปกติ โดยเฉพาะบุคคลเสียหายเมื่อเป็นเด็ก หรือผู้มีพฤติกรรมกระทำซ้ำ
เรื่องที่ 4 นิยามความรุนแรงกว้างและชัดขึ้น ไม่ได้หมายถึงแค่การตบตี หรือการทำร้ายร่างกาย แต่ครอบคลุมความผิดเกี่ยวกับเพศ ชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง การสร้างความกลัว การบังคับ หรือการใช้อำนาจครอบงำ รวมถึงการควบคุมบุคคลในครอบครัวอย่างไม่เป็นธรรม เพิ่มความชัดเจนเรื่องความรุนแรงทางเศรษฐกิจ เช่น การจำกัดหรือบั่นทอนความสามารถของอีกฝ่ายในการประกอบอาชีพ หรือมีรายได้ได้อย่างอิสระ และเอกสารวิเคราะห์ร่างยังระบุถึงความผิดเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศให้ชัดขึ้น เปลี่ยนความเข้าใจว่า ความรุนแรงไม่จำเป็นต้องมีบาดแผลให้เห็นเสมอไป
เรื่องที่ 5 ให้อำนาจเจ้าพนักงานดำเนินมาตรการเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวได้ ไม่ว่าจะมีการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษแล้วหรือไม่ หากมีเหตุอันควร ตั้งแต่ห้ามก่อเหตุซ้ำ ห้ามเข้าใกล้ผู้เสียหาย ห้ามเข้าไปในบ้าน ที่ทำงาน หรือสถานศึกษาของบุตร ให้ส่งมอบอาวุธ หรือกำหนดมาตรการอื่นเพื่อป้องกันอันตราย เป็นการเปลี่ยนปรัชญาจากการรอให้เกิดความผิด มาเป็นการให้อำนาจรัฐป้องกันเหตุซ้ำก่อนเกิดความเสียหายที่รุนแรงกว่าเดิม
เรื่องที่ 6 คำสั่งฉุกเฉินต้องถูกตรวจสอบโดยศาลภายในกรอบเวลาที่ชัดเจน เมื่อเจ้าหน้าที่ออกมาตรการชั่วคราวตามร่างมาตรา 13 แล้ว ต้องเสนอต่อศาลเยาวชนและครอบครัวภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อให้ศาลพิจารณาและไต่สวน เนื่องจากส่งผลกระทบต่อสิทธิ์ของบุคคล จึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบโดยศาลอย่างรวดเร็ว โดยยึดหลักคุ้มครองให้เร็ว แต่อำนาจต้องตรวจสอบได้
เรื่องที่ 7 เพิ่มผู้จัดการรายกรณี หรือผู้ประสานรายกรณี เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่ไม่รู้ว่าเมื่อเกิดเหตุจะต้องไปโรงพยาบาล สถานีตำรวจ พม. ฝ่ายปกครอง หรือศาลก่อน โดยให้มีผู้รับผิดชอบและเชื่อมการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาชนจะได้ไม่ต้องเดินประสานระบบราชการด้วยตัวเองในวันที่อยู่ในภาวะเสี่ยง แต่ให้รัฐประสานงานแทนประชาชน
เรื่องที่ 8 แม้ยอมความไม่ได้ แต่ก็ยังมีกระบวนการแก้ไขและฟื้นฟูภายใต้ศาล ไม่ได้หมายความว่าทุกคดีต้องเดินไปสู่การจำคุกเพียงอย่างเดียว ในร่างมาตรา 19 ถึงมาตรา 24 เปิดช่องให้ในคดีที่เข้าเงื่อนไข คู่กรณีทั้งสองฝ่ายร้องขอ และศาลเห็นสมควร จัดทำแผนแก้ไข ป้องกัน และใช้ความรุนแรงในครอบครัวได้ หากปฏิบัติตามแผนสำเร็จ ศาลจะพิจารณายุติการดำเนินคดีความตามความผิดในร่างมาตรา 6 ได้ แต่หากไม่ปฏิบัติตาม คดีจะกลับเข้าสู่การพิจารณาต่อ ซึ่งต่างจากการยอมความเอง เพราะเป็นกระบวนการฟื้นฟูภายใต้การกำกับของศาล
เรื่องที่ 9 เปลี่ยนจากต่างหน่วยต่างทำ มาสู่การบูรณาการพร้อมงบประมาณที่รองรับ กำหนดให้เห็นการทำงานร่วมกันระหว่างการบริหารงบประมาณและกรอบอบรมบุคลากรอย่างเป็นระบบ เพราะหากหน่วยงานไม่มีคน ไม่มึงบ ไม่มีสถานที่ปลอดภัย ไม่มีนักสังคมสงเคราะห์ หรือนักจิตวิทยาเพียงพอ ประชาชนก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองจริง
เรื่องที่ 10 ปัจจุบันข้อมูลความรุนแรงในครอบครัวกระจายอยู่หลายหน่วยงาน ร่างใหม่กำหนดให้ พม. มหาดไทย สาธารณสุข ตำรวจ ศาล อัยการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่ข้อมูลผู้ถูกกระทำ ผู้กระทำ ลักษณะเหตุ ปัจจัยกระตุ้น การช่วยเหลือ การออกคำสั่ง ไปจนถึงการกระทำซ้ำ และกำหนดให้มีระบบฐานข้อมูลกลางเพื่อเชื่อมโยง แบ่งปันข้อมูล วิเคราะห์ ป้องกัน และแก้ปัญหาได้ในอนาคต
ทั้งนี้ นายฤทธิรงค์ ได้สรุปในตอนท้ายว่า เห็นควรให้รับหลักการ เพื่อพิจารณาต่อในร่างกฎหมายฉบับนี้
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- เครือข่ายประชาชนปราจีนฯ ร้องมหาดไทยสอบปมตั้งกรรมการสอบกำนันบ่อทอง ชี้ร่วมเวทีค้านขยาย EEC เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ–ขอยุติหรือชะลอการสอบสวน 17 ก.ย. 2569
- “สส.เชน” เสนอร่าง พ.ร.บ.ความรุนแรงในครอบครัวฯ ฉบับพรรคเพื่อไทย ชี้เป็นวิกฤตเศรษฐกิจแสนล้าน ย้ำไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป 17 ก.ย. 2569
- "นิกร" เล็งฟื้นฟู "เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง " สร้างคอนโดติดสถานีรถไฟฟ้า พลิกฟื้นคุณภาพชีวิต ลดภาระคนตั้งตัว 17 ก.ย. 2569
- 5 ข่าวเด่นประเทศไทย เช้าวันที่ 17 กันยายน 2569 ฝนถล่มเหนือ–อีสาน เศรษฐกิจเร่งกระตุ้น จับตาคดีฮั้ว สว.–การค้าไทย-สหรัฐฯ และทางด่วนภูเก็ต 17 ก.ย. 2569
- "ฤทธิรงค์" หนุนร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ย้ำหัวใจกฎหมายยกระดับการดูแลประชาชน ชู 10 จุดเปลี่ยนสำคัญ 17 ก.ย. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
"อนุทิน" ยิ้มร่ารับวันเกิด โชว์ห้อยพระกริ่งเมืองสุรินทร์ เผยวันเกิด 60 ปีนี้ทำบุญที่บ้านอยู่กับครอบครัวไม่มีฉลอง ขอพร “ให้ประเทศ-ประชาชนมีความสุข” 19:52 น.- 'อนุทิน' เผยเตรียมขยาย 'ไทยช่วยไทย' ต่ออีก 19:35 น.
- “นักเรียนตาดีกา” จ.ปัตตานี ขอบคุณ “มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า-ยูนัยดี วาบา”ส่งต่อความช่วยเหลือ ใส่ใจความเป็นอยู่และโอกาสเยาวชนพื้นที่ชายแดนใต้ 19:33 น.
- “ฐิติภัสร์”ฟาดกลับ ปชป.อย่าเอาน้ำมันรั่วมาเล่นการเมือง ! ยัน จนท.ลุย 24 ชม. ตากแดด ตากฝน ขุดทุกจุดหาต้นตอ ลั่น ถ้ามีข้อมูลมาช่วยก็พร้อมฟัง 17:49 น.
- “โสภณ” ส่งมอบบ้านผู้พิการ–ผู้ยากไร้ 3 อำเภอบุรีรัมย์ เปลี่ยนความห่วงใยให้เป็นหลังคาที่อยู่ได้จริง ถวายเป็นพระราชกุศล เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 17:45 น.



