การเมือง
“สุชาติ ธาดาธำรงเวช” เสนอปฏิรูป กอช. ชู 3 แนวทาง เพิ่มการออมจริง–เสริมแรงจูงใจ–บริหารโปร่งใส มุ่งสร้างบำนาญมั่นคงให้ประชาชนวัยเกษียณ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เสนอแนวทางพัฒนากองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ให้ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง โดยเน้นเพิ่มจำนวนผู้ที่ออมเงินจริงอย่างต่อเนื่อง เพิ่มแรงจูงใจด้วยเงินสมทบจากรัฐบาลอย่างเหมาะสม และยกระดับการบริหารกองทุนให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส เพื่อให้ประชาชนมีรายได้เพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตในวัยเกษียณอย่างมีศักดิ์ศรี
ศาสตราจารย์สุชาติกล่าวว่า กองทุนการออมแห่งชาติจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการออมและสร้างหลักประกันรายได้หลังเกษียณให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และแรงงานนอกระบบ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีระบบบำนาญรองรับ โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569 กอช. มีสมาชิกประมาณ 2.92 ล้านคน และมีสินทรัพย์กองทุนประมาณ 16,290 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีแรงงานนอกระบบประมาณ 20.9 ล้านคน ขณะที่ผู้เข้าสู่ระบบการออมเพื่อวัยเกษียณมีสัดส่วนเพียงประมาณ 14% อีกทั้งการมีชื่อเป็นสมาชิกไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะส่งเงินออมอย่างสม่ำเสมอ จึงจำเป็นต้องปรับแนวทางดำเนินงานให้มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนมากกว่าการเพิ่มจำนวนสมาชิกเพียงอย่างเดียว
เสนอ 3 แนวทาง ยกระดับ กอช. ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
1. เพิ่มจำนวนผู้ที่ออมเงินจริงอย่างต่อเนื่อง
ศาสตราจารย์สุชาติเสนอให้ กอช. เปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจนว่า จากสมาชิกทั้งหมด 2.92 ล้านคน มีผู้ส่งเงินออมจริงในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาเท่าใด และมีสมาชิกจำนวนเท่าใดที่หยุดออมไปแล้ว เพื่อให้สามารถประเมินประสิทธิผลของกองทุนได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ควรพัฒนาระบบหักเงินออมอัตโนมัติด้วยความสมัครใจผ่านธนาคารหรือช่องทางชำระเงินต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถออมเงินได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีรายได้ไม่แน่นอน โดยเฉพาะเกษตรกร ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และแรงงานนอกระบบ
2. เพิ่มแรงจูงใจในการออมด้วยเงินสมทบจากรัฐบาลอย่างเหมาะสม
ปัจจุบันรัฐบาลจ่ายเงินสมทบให้สมาชิกตามช่วงอายุ โดยสูงสุดไม่เกิน 1,800 บาทต่อคนต่อปี ศาสตราจารย์สุชาติเสนอให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการเพิ่มเงินสมทบแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย และผู้ที่มีวินัยในการออมอย่างต่อเนื่อง โดยต้องพิจารณาภาระงบประมาณของประเทศในระยะยาวควบคู่กันไป
พร้อมเน้นย้ำว่า การใช้เงินภาษีของประชาชนเพื่อส่งเสริมการออม เป็นการลงทุนสร้างความมั่นคงในอนาคต ไม่ใช่เพียงมาตรการกระตุ้นการบริโภคในระยะสั้น เพราะเมื่อประชาชนมีเงินออมเพิ่มขึ้น ประเทศก็จะมีเงินทุนระยะยาวมากขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้สูงอายุจะขาดรายได้ในการดำรงชีวิต
3. บริหารกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างบำนาญที่เพียงพอ
สำหรับสินทรัพย์กองทุนที่มีมูลค่าประมาณ 16,290 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินออมเพื่ออนาคตของประชาชน ศาสตราจารย์สุชาติเสนอให้ กอช. เปิดเผยผลตอบแทนจากการลงทุน ต้นทุนการบริหารจัดการ และผลการดำเนินงานเมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและติดตามการบริหารเงินของกองทุนได้
ขณะเดียวกัน การลงทุนต้องให้ความสำคัญกับความมั่นคงของเงินต้นควบคู่กับการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว โดยไม่รับความเสี่ยงเกินสมควร
ประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับคำตอบ คือ ปัจจุบันสมาชิกที่เกษียณอายุแล้วได้รับเงินบำนาญเฉลี่ยเดือนละเท่าใด และรายได้ดังกล่าวเพียงพอต่อการดำรงชีวิตหรือไม่ เพราะหากประชาชนออมเงินมาเป็นเวลาหลายสิบปี แต่เมื่อถึงวัยเกษียณกลับได้รับบำนาญเพียงเล็กน้อย ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาความยากจนในวัยชราได้อย่างแท้จริง
ย้ำความสำเร็จของ กอช. ต้องวัดจากคุณภาพชีวิตประชาชน
ในช่วงท้ายของการอภิปราย ศาสตราจารย์สุชาติสรุปว่า กองทุนการออมแห่งชาติควรมุ่งดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมาย 3 ประการ ได้แก่ การเพิ่มจำนวนผู้ที่ออมเงินจริงอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มแรงจูงใจในการออมด้วยเงินสมทบจากรัฐบาลที่เหมาะสม และการบริหารเงินกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนได้รับบำนาญที่มั่นคงเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ
พร้อมย้ำว่า ความสำเร็จของ กอช. ไม่ได้อยู่ที่จำนวนสมาชิกหลายล้านคน หรือการมีเงินกองทุนหลายหมื่นล้านบาทเท่านั้น แต่อยู่ที่การทำให้ประชาชนมีเงินเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตในวัยชราอย่างมีศักดิ์ศรี สามารถพึ่งพาตนเองได้ และไม่ต้องเป็นภาระแก่ลูกหลาน
ข้อเสนอครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบการออมเพื่อวัยเกษียณของประเทศไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยมุ่งให้เงินออมและเงินสมทบจากภาครัฐเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน พร้อมสร้างหลักประกันทางรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- "วราวุธ" วางศิลาฤกษ์ โรงงานกาแฟเนสท์เล่ แห่งใหม่ ย้ำ เป้าหมายยกระดับไทยเป็นฐานอุตสาหกรรมชั้นนำ สร้างมูลค่าสูง 21 ต.ค. 2569
- 5 ข่าวเด่นประเทศไทย ประจำเช้าวันที่ 21 ตุลาคม 2569 21 ต.ค. 2569
- “วัชระพล” เปิดตำนาน 10 ปี จากความฝันสู่ความจริง! “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” พลิกผืนดินหนองแดสู่แลนด์มาร์กระดับโลก 21 ต.ค. 2569
- มหาดไทยร่วมคณะองคมนตรี ติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ ณ จังหวัดเพชรบูรณ์ มุ่งขยายผลการพัฒนาแหล่งน้ำและคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน 21 ต.ค. 2569
- "กนกพร-นครศรีฯ" หารือสภาฯ แนะรัฐบาลรับมือน้ำท่วมภาคใต้-เร่งแก้ปัญหาน้ำมันแพง พุ่งลิตรละ 40 บาท 21 ต.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
ยิงพ่อลูกเจ็บ 2 ราย ปมขัดแย้งเรื้อรัง ก่อนรอมอบตัว 21:00 น.- "วราวุธ" ลงสงขลาร่วมคณะ "อนุทิน" เป็นประธานพิธีฌาปนกิจ "คุณแม่แฉล้ม" มารดา "นิกร จำนง" วัดแหลมทราย "รมต.-สส.-ขรก.-นักการเมือง" ร่วมไว้อาลัยเพียบ 17:24 น.
- มหาดไทยแจ้งทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 24 ต.ค. 69 ด้วยความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ 17:20 น.
- “โรงครัวภูมิใจไทย” วันที่ 19 แจกฟรีกว่า 20 เมนู ประชาชนยังแห่รับต่อเนื่อง ครบ 3 รอบต่อวัน ทั้งเจ–ฮาลาล–อาหารทั่วไป 17:18 น.
- "ศ.สุชาติ" ชี้ "สึนามิ AI" กำลังถล่มเศรษฐกิจโลก ไทยต้องเร่งสร้างคน สร้างงาน และเพิ่มผลิตภาพ เพิ่มการลงทุน 17:15 น.


