วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2569 23:11 น.

การเมือง

"วรศิษฎ์" เปิดปฏิบัติการ "พิทักษ์กุหลาบตูม" นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง บุกทลายรังค้ามนุษย์ย่านรามคำแหง ช่วยเหยื่อแม่-ลูกและเด็กเมียนมาถูกทารุณใช้ช้อนลนไฟนาบ-บังคับขายของข้ามคืน 

วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 15.24 น.

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569  นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการ "พิทักษ์กุหลาบตูม" จับกุมผู้ต้องหาในขบวนการค้ามนุษย์และบังคับใช้แรงงานชาวเมียนมา โดยมี นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร.ต.ต. สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ และนายศักดิ์ชัย โรจนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง พร้อมด้วยเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้อง เข้าจับกุมในครั้งนี้ ที่บ้านพักในซอยรามคำแหง 122 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร
 
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการด้วยแนวทาง "มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5 PLUS" มุ่งสู่เป้าหมาย "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล" เพื่อกวาดล้างการค้ามนุษย์และการกดขี่ข่มเหงแรงงานอย่างเด็ดขาด ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
 
“ปฏิบัติการพิเศษ “กุหลาบตูม” ได้เริ่มต้นมาจากการที่ กรมการปกครองได้รับการประสานข้อมูลและเบาะแสการร้องเรียนจากกลุ่มไทยไม่ทน ส่งต่อมายังนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย จึงได้มีการสั่งการให้บูรณาการจัดตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเร่งด่วน“

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นพบผู้เสียหายจำนวน 2 ราย เป็นมารดาสัญชาติเมียนมา อายุ 28 ปี และบุตรสาวอายุ 5 ปี ซึ่งถูกผู้ต้องหาตามหมายจับหลอกลวงโดยอาศัยความคุ้นเคยส่วนตัวว่าจะพาเข้ามาทำงานเป็นแม่บ้านในประเทศไทย พร้อมสัญญาจะจ่ายค่าตอบแทน จัดทำเอกสารประจำตัวถูกต้อง และส่งเสียบุตรสาวให้ได้เรียนหนังสือ แต่เมื่อพาหลบหนีเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติจาก อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มายังบ้านพักในกรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหากลับบังคับให้ผู้เสียหายและบุตรสาววัย 5 ปี ตระเวนเร่ขายสินค้า ขนม และดอกไม้ตามสถานบันเทิงยามค่ำคืน ทั้งยังใช้ถ้อยคำรุนแรง ยึดเอกสารประจำตัว และทำร้ายร่างกายด้วยการใช้ความร้อนจากช้อนลนไฟนาบตามร่างกายอย่างทารุณ จนผู้เสียหายทนไม่ไหวหลบหนีออกมาร้องขอความช่วยเหลือ นำไปสู่การขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย

นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อไปว่า โดยในช่วงเช้าของวันปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายในซอยรามคำแหง 122 สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับได้ทั้ง 2 ราย และเข้าช่วยเหลือเด็กสัญชาติเมียนมาเพิ่มเติมอีก 5 ราย อายุระหว่าง 11 ถึง 18 ปี จากนั้นได้ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักอีกหนึ่งหลังในบริเวณใกล้เคียงที่มีความเชื่อมโยงทางเครือญาติและมีลักษณะกระทำความผิดในรูปแบบเดียวกัน โดยพบเด็กสัญชาติเมียนมาเพิ่มเติมอีก 1 ราย อายุ 12 ปี ซึ่งผู้เช่าบ้านอ้างว่าได้จ่ายเงินจำนวน 30,000 บาท ให้แก่มารดาของเด็กเพื่อรับตัวมาดูแลและทำงานบ้าน

ในด้านการคุ้มครองและช่วยเหลือเยาวชนทั้งหมด ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบเด็กและผู้เสียหายให้อยู่ในการดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับทีมสหวิชาชีพและกระทรวงแรงงาน เพื่อเข้ารับการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจให้มีความพร้อม ก่อนเข้าสู่กระบวนการสอบถามข้อเท็จจริงอย่างละเอียดตามขั้นตอนการคุ้มครองเด็กและเยาวชน (NRM) ซึ่งเป็นขั้นตอนที่มีความละเอียดอ่อนสูง สำหรับพยานหลักฐานการทำร้ายร่างกาย ปัจจุบันมีความชัดเจนในส่วนของผู้เสียหาย 2 รายแรก ขณะที่เยาวชนที่เหลืออยู่ระหว่างรอผลการตรวจร่างกายและซักถามอย่างเป็นทางการ

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดี พฤติการณ์ของผู้ต้องหาเข้าข่ายความผิดตามหมายจับอย่างชัดเจนใน 2 ฐานความผิด คือ ร่วมกันค้ามนุษย์ และการบังคับใช้แรงงานเด็กอันอาจเป็นอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนขยายผลในทุกมิติ ทั้งการตรวจสอบเส้นทางการเงิน รูปแบบการนำพา และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในบ้านพักจุดที่สอง นอกจากนี้ กรมการปกครองจะตรวจสอบเชิงลึกเกี่ยวกับเอกสารประจำตัวของผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งพบว่ามีทั้งผู้ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรเลข 7) บัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรเลข 0) และบัตรประจำตัวประชาชน หากตรวจสอบพบว่าได้มาโดยมิชอบหรือมีการทุจริตทางทะเบียนราษฎร จะดำเนินการเพิกถอนสถานะทางทะเบียนโดยทันที ควบคู่กับการดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
 
นายวรศิษฎ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การเปิดปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ที่กระทำผิดอย่างโหดร้าย ทารุณ และละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะการบังคับใช้แรงงานเด็กและการทำร้ายร่างกายด้วยความร้อน ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยไม่อาจยอมรับได้ ตนได้สั่งการให้กรมการปกครองเร่งสืบสวนขยายผลร่วมกับ สน.บางชัน สตม. กระทรวงแรงงาน และ กระทรวง พม. เพื่อดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการทุกคนอย่างถึงที่สุด ทั้งการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ขบวนการนำพา และการตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัว หากพบว่ามีการทุจริตทางทะเบียนราษฎรเพื่อสวมสิทธิบัตรประชากรประเภทต่างๆ กรมการปกครองจะดำเนินการเพิกถอนสถานะทางทะเบียนทันที แต่ทั้งนี้ ตนยังขอยืนยันว่าประเทศไทยยินดีต้อนรับชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบอาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากผู้ใดเข้ามากระทำผิดหรือประพฤติตนอยู่เหนือกฎหมาย จะต้องถูกบังคับใช้กฎหมายและดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดที่สุดโดยไม่มีข้อเว้น
 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง