วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2569 05:44 น.

การเมือง

กรมประมงร่วมกรมควบคุมมลพิษลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เก็บตัวอย่างน้ำ และซากสัตว์น้ำส่งตรวจห้องแล็บ พิสูจน์สาเหตุปลาตายเกลื่อนหลังน้ำท่วม 

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 18.28 น.

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569  นายมานพ หนูสวน รองอธิบดีกรมประมง  เปิดเผยถึงแนวทางการตรวจสอบและพิสูจน์หาสาเหตุปัญหามลพิษในแหล่งน้ำ จากสถานการณ์น้ำท่วม จังหวัดปราจีนบุรี ส่งผลทำให้สัตว์น้ำของกลุ่มเกษตรกร ตายเกลื่อนเป็นจำนวนมาก ว่าขั้นตอนและมาตรการดำเนินการ ขณะนี้ ได้บูรณาการทำงานร่วมกันในระดับพื้นที่ จังหวัดปราจีนบุรี ด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมประมง และกรมควบคุมมลพิษ  

สำหรับการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่จัดเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อนำไปตรวจวัดค่าน้ำพื้นฐาน ซึ่งผลการตรวจน้ำ เบื้องต้นสามารถบอกสภาวะน้ำทั่วไปได้ว่ามีค่าออกซิเจนในน้ำต่ำหรือสภาพน้ำไม่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ส่วนขั้นตอน การตรวจสารปนเปื้อนในเนื้อปลา ขณะนี้ กรมประมงได้จัดเก็บตัวอย่างปลาและซากสัตว์น้ำที่ได้รับความเสียหาย ส่งเข้าห้องปฏิบัติการ (ห้องแล็บ) ของกรมประมงแล้ว เพื่อตรวจวิเคราะห์สารตกค้างและสารปนเปื้อน  โดยจะใช้เวลาตรวจวิเคราะห์ในห้องแล็บประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อยืนยันให้ชัดเจนว่าสัตว์น้ำตายจากมลพิษประเภทใด คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะรู้ผล

ส่วนการสืบหาต้นตอ และการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ขณะนี้ยังไม่ชี้ชัด ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อผลตรวจแล็บออกมาชัดเจนว่าพบสารชนิดใดในเนื้อปลา เจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลชนิดสารดังกล่าวไปวิเคราะห์ย้อนกลับเพื่อสืบหาต้นตอว่าน่าจะมาจากแหล่งใด

ทั้งนี้ ในระเบียบการดำเนินการทางกฎหมายเมื่อทราบผล ว่าน้ำเกิดจากมลพิษชนิดใด  และกระบวนการสืบสอบสามารถระบุตัวผู้กระทำผิดหรือแหล่งต้นตอของมลพิษได้ชัดเจน  จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายทั้ง คดีแพ่งและคดีอาญา เพื่อดำเนินคดีและเรียกร้องค่าเสียหายให้กับผู้ได้รับผลกระทบ โดยมีกฎหมายรองรับ เช่น พ.ร.บ. การประมง (มาตรา 59) ความผิดเกี่ยวกับการปล่อยสิ่งของหรือมลพิษลงสู่แหล่งน้ำจนทำให้เกิดความเสียหายต่อสัตว์น้ำ รวมถึง กฎหมายของกรมควบคุมมลพิษ และกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม 

ขณะที่ความคืบหน้า การเยียวยา ความเสียหายภาคประมงจาก สถานการณ์อุทกภัยในปี 2569 ก่อนหน้านี้ กรมประมง ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน ด้วยการจัดตั้งชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ช่วยเหลือ ขนย้ายสัตว์น้ำ  รวมถึง เตรียมมาตรการ เยียวยาชดเชยความเสียหายตามระเบียบกระทรวงการคลัง สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง 
โดย หลักเกณฑ์และอัตราการชดเชยเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำที่ประสบภัยอุทกภัยตามระเบียบกระทรวงการคลัง  เงื่อนไขและคุณสมบัติของผู้มีสิทธิรับการช่วยเหลือ จะต้องขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ กับกรมประมงก่อนเกิดภัยพิบัติ เพื่อยืนยันตัวตน ฐานข้อมูล และกิจกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำที่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องอยู่ในพื้นที่ประกาศประสบภัยพิบัติ 

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจริงร่วมกับเกษตรกรที่มายื่นคำขอ  ส่วนลักษณะการเยียวยา จะเป็นการชดเชยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ตามระเบียบราชการไม่ใช่การชดใช้ความเสียหายทั้งหมด โดยอัตราการจ่ายเงินชดเชย จะแบ่งตามประเภทการเลี้ยง 3 กลุ่ม ได้แก่ กุ้งก้ามกาม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล ชดเชยตามพื้นที่เสียหายจริง ไร่ละ 12,350 บาท ไม่เกิน 5 ไร่ /
ปลา หรือสัตว์น้ำอื่นๆ ที่เลี้ยงในบ่อดิน นาข้าว หรือร่องสวน ชดเชย ไร่ละ 4,890 บาท ไม่เกิน 5 ไร่ /และสัตว์น้ำที่เลี้ยงในกระชัง หรือบ่อซีเมนต์ ชดเชยตามพื้นที่ตารางเมตรละ 390 บาท ไม่เกิน 80 ตารางเมตร

นายมานพ บอกอีกว่าขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการ เมื่อ ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบและได้รับการอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ตามระเบียบมีกรอบระยะเวลาต้องจ่ายเงินให้เกษตรกรภายใน 3 เดือน
 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง