วันพฤหัสบดี ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569 00:44 น.

การเมือง

นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยห่วงส่งออกข้าวลดลงกระทบราคาข้าวเปลือกในประเทศ โดยเฉพาะช่วงผลผลิตข้าวนาปีออกสู่ตลาด

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 11.21 น.

นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยห่วงส่งออกข้าวลดลงกระทบราคาข้าวเปลือกในประเทศ โดยเฉพาะช่วงผลผลิตข้าวนาปีออกสู่ตลาด เสนอเร่งขยายตลาดส่งออกควบคู่กับการปรับแผนผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก และรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มความเสี่ยงจากภัยแล้งและน้ำท่วม 

 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวถึงกรณีกระทรวงพาณิชย์หารือร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า​ การส่งออกข้าวไทยเผชิญการแข่งขันด้านราคาจากอินเดียและปากีสถาน รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ส่งผลให้ปริมาณส่งออกข้าวไทยช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 ลดลง 19.26% ว่า การส่งออกข้าวที่ลดลงย่อมส่งผลกระทบต่อเกษตรกร เนื่องจากเมื่อผู้ส่งออกขายข้าวได้น้อยลง ความต้องการซื้อข้าวจากโรงสีและเกษตรกรก็มีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย ซึ่งอาจกดดันราคาข้าวเปลือกในประเทศ โดยเฉพาะช่วงที่ผลผลิตข้าวนาปีทยอยออกสู่ตลาด

ทั้งนี้แม้ผู้ส่งออกจะระบุว่าข้าวไทยมีราคาสูงกว่าประเทศคู่แข่ง แต่ราคาข้าวเปลือกที่เกษตรกรขายได้ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิต โดยยกตัวอย่างการทำนาในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งมีต้นทุนประมาณ 6,500 บาทต่อไร่ หากขายผลผลิตได้ประมาณ 7,500 บาทต่อไร่ จะเหลือกำไรเพียง 1,000 บาทต่อไร่ต่อรอบการผลิต ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 4–5 เดือน จึงเห็นว่าปัญหาราคาข้าวส่งออกสูงควรพิจารณาต้นทุนและส่วนต่างราคาตลอดห่วงโซ่การค้า เนื่องจากราคาข้าวเปลือกที่ชาวนาได้รับกับราคาข้าวสารส่งออกมีกลไกและต้นทุนแตกต่างกัน

สำหรับแนวทางเพิ่มรายได้เกษตรกร นายปราโมทย์เห็นว่า การลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตต่อไร่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา เนื่องจากการทำนาขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศเป็นสำคัญ หากลดการใช้ปุ๋ยหรือปัจจัยการผลิตมากเกินไป อาจทำให้ผลผลิตลดลงตามไปด้วย ขณะที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นอีกปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการผลิตข้าว เนื่องจากเกษตรกรต้องเผชิญความไม่แน่นอนของฤดูกาล ทั้งฝนทิ้งช่วงและฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วม ซึ่งอาจทำให้ผลผลิตเสียหาย แม้ข้าวกำลังเจริญเติบโตดีจึงเห็นว่า​กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรให้ความสำคัญกับการวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการพัฒนาพันธุ์ข้าวอายุสั้นที่สามารถเก็บเกี่ยวได้เร็วขึ้น และเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยแล้งและน้ำท่วม รวมถึงการปรับช่วงเวลาเพาะปลูกให้เหมาะสมกับฤดูกาล เพื่อให้เกษตรกรสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนของสภาพอากาศได้ดีขึ้น

นอกจากนี้นายปราโมทย์ยังแสดงความเป็นห่วงเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่ทำนาได้ปีละครั้ง และมีผลผลิตต่อไร่ค่อนข้างต่ำ แม้ราคาข้าวบางชนิดจะสูง แต่เมื่อคำนวณจากปริมาณผลผลิตที่ได้รับแล้ว รายได้ต่อปีอาจไม่เพียงพอกับต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ จึงจำเป็นต้องมีแนวทางดูแลเกษตรกรกลุ่มนี้ควบคู่กับการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต

ส่วนด้านการตลาด นายปราโมทย์เห็นว่า กระทรวงพาณิชย์ควรเร่งขยายตลาดส่งออกและเพิ่มคำสั่งซื้อข้าวไทยให้สอดคล้องกับปริมาณผลผลิต โดยกรมการค้าต่างประเทศดูแลการขยายตลาดต่างประเทศ ขณะที่กรมการค้าภายในดูแลต้นทุนปัจจัยการผลิตและสถานการณ์ราคาข้าวในประเทศ เพื่อให้การบริหารจัดการด้านการผลิตและการตลาดเชื่อมโยงกัน และช่วยรักษารายได้ของเกษตรกร

 โดยข้อมูลกรมการค้าต่างประเทศระบุว่า ช่วงเดือนมกราคม–กันยายน 2569 ไทยส่งออกข้าว 4.99 ล้านตัน ลดลง 19.26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 2,962 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 94,912 ล้านบาท ลดลง 16.84% โดยกระทรวงพาณิชย์เตรียมเจรจากับฟิลิปปินส์เพื่อเพิ่มคำสั่งซื้อรองรับผลผลิตข้าวฤดูกาลใหม่ รวมถึงมีแผนพบผู้นำเข้าในญี่ปุ่นและแอฟริกาใต้ช่วงต้นปี 2570 เพื่อรักษาและขยายตลาดข้าวไทย

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง