วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2569 22:04 น.

การเมือง

 “พ.ต.อ.ทวี” ชี้โต๊ะพูดคุยดับไฟใต้ต้องเปิดพื้นที่ประชาชนร่วมกำหนดอนาคต เสนอออกกฎหมายค้ำประกันความต่อเนื่อง แย้มโมเดลกระจายอำนาจแบบ กทม.

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 15.05 น.

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ชี้กระบวนการพูดคุยสันติภาพชายแดนใต้เดินหน้ามากว่า 12 ปี แต่ยังไม่มีข้อยุติ เหตุขาดความต่อเนื่องและความหวาดระแวง ย้ำเพิ่มงบประมาณและอาวุธไม่ใช่คำตอบ เสนอให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตภายใต้รัฐธรรมนูญ พร้อมผลักดันโครงสร้างโต๊ะเจรจาเป็นกฎหมาย และเปิดทางหารือรูปแบบกระจายอำนาจคล้ายกรุงเทพมหานคร 

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่บักกะห์แลนด์ รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชาติ ลงพื้นที่พบปะสมาชิกสมาคมศิษย์เก่ามาเลเซียในประเทศไทย โดยมีนายอาห์หมัด ฟาห์มี อาห์หมัด ซากาวี กงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนคณาจารย์ นักวิชาการ ข้าราชการ และสมาชิกสมาคมฯ เข้าร่วมให้การต้อนรับ

ย้ำปัญหาชายแดนใต้ต้องเปลี่ยนจากความมั่นคงนำ สู่การสร้างสันติภาพ

พ.ต.อ.ทวี กล่าวปาฐกถาถึงบทบาทของปัญญาชนมุสลิมและศิษย์เก่าที่สำเร็จการศึกษาจากประเทศมาเลเซียว่า เป็นบุคลากรที่มีคุณค่าต่อสังคม โดยการเกษียณอายุราชการเป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านช่วงวัย แต่ความรู้และความสามารถในการทำประโยชน์ให้สังคมยังคงดำเนินต่อไปได้

พร้อมย้อนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียเข้ามาทำหน้าที่ผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยเพื่อสันติภาพ โดยเห็นว่าการแก้ปัญหาความขัดแย้งจำเป็นต้องปรับแนวคิดจากการใช้มาตรการด้านความมั่นคงและกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก ไปสู่การสร้างสันติภาพที่เข้าใจความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้คนในพื้นที่

พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีรากฐานยาวนานกว่าสองทศวรรษ และมีความเป็นมาย้อนหลังไปนับร้อยปี โดยในอดีตเคยมีความพยายามใช้ช่องทางการเมืองแก้ไขปัญหา แต่เหตุการณ์ความรุนแรงและโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นทำให้ผู้เห็นต่างบางส่วนขาดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการทางการเมือง

“สิ่งที่เราพบเมื่อ 12 ปีที่แล้ว คือเราพบทางออกแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันเรายังไม่มีข้อยุติ เพราะความไม่ต่อเนื่องและความหวาดระแวง”

พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวถึงข้อจำกัดในการพูดคุยที่ผ่านมา โดยยกตัวอย่างประเด็นการใช้ถ้อยคำเรียกฝ่ายเห็นต่าง ซึ่งสะท้อนความแตกต่างทางมุมมองระหว่างผู้เข้าร่วมกระบวนการ พร้อมชี้ว่าการสร้างความไว้วางใจระหว่างคู่เจรจาเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้การพูดคุยเดินหน้าได้อย่างมีความหมาย

ชี้ปี 2570 เป็นหมุดหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ

หัวหน้าพรรคประชาชาติกล่าวว่า กรอบยุทธศาสตร์ชาติกำหนดเป้าหมายให้จังหวัดชายแดนภาคใต้มีข้อยุติความขัดแย้งและเกิดสันติสุขภายในปี 2570 ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทุกฝ่ายควรเร่งดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่าการเพิ่มงบประมาณหรือจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มเติมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้ หากปราศจากการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการกำหนดอนาคตของตนเอง

“เมื่อเราเปิดพื้นที่ให้กับคนถือปืนกับคนถือปืนมาคุยกันแล้ว มันยังไม่พอ เพราะจะต้องมีประชาชนเข้าร่วมรับฟังและกำหนดอนาคตด้วย”

พ.ต.อ.ทวี เน้นว่า การพูดคุยสันติภาพต้องไม่จำกัดอยู่เฉพาะผู้มีอาวุธหรือผู้แทนของคู่ขัดแย้ง แต่ควรเปิดโอกาสให้ภาคประชาชน นักวิชาการ ผู้นำศาสนา และเครือข่ายในพื้นที่เข้ามาร่วมสะท้อนปัญหาและออกแบบแนวทางพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการของคนในท้องถิ่น

ยกตัวอย่างการศึกษาชายแดนใต้ ชี้ประชาชนต้องเป็นผู้ร่วมออกแบบการพัฒนา

พ.ต.อ.ทวี ยกตัวอย่างบทบาทของปัญญาชนและผู้นำศาสนาที่เดินทางไปศึกษาต่างประเทศ ก่อนกลับมาพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ โดยกล่าวถึงโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา เช่น โรงเรียนดารุสสลาม และโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ ซึ่งตามข้อมูลที่เขานำเสนอสามารถพัฒนาผู้เรียนให้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันทางวิชาการและสอบเข้าศึกษาต่อในคณะแพทยศาสตร์ได้

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงโครงการ CHANGE หรือห้องเรียนเชนจ์ ซึ่งเป็นความพยายามปฏิรูปการศึกษาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีนายแพทย์กิ๊ฟลัน ดอเลาะ จิตแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นผู้ริเริ่มและที่ปรึกษาโครงการตามข้อมูลที่ระบุ

ในทางตรงกันข้าม พ.ต.อ.ทวี ยกกรณีอาคารนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลในอำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี จำนวน 30 หลัง ซึ่งเขาระบุว่าถูกปล่อยทิ้งร้าง เพื่อสะท้อนข้อจำกัดของการพัฒนาที่รัฐกำหนดรูปแบบจากส่วนกลางโดยไม่ได้ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเพียงพอ

เขาเห็นว่าแนวทางพัฒนาที่เหมาะสมควรเป็นการสนับสนุนทรัพยากรและเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ร่วมคิด ร่วมเขียนแผน และลงมือดำเนินการ เพื่อให้โครงการตอบโจทย์ชีวิตจริงและสามารถสานต่อได้แม้มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารหรือข้าราชการ

เสนอออกกฎหมายรองรับโต๊ะเจรจา ป้องกันสะดุดเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล

ภายหลังการปาฐกถา พ.ต.อ.ทวี ให้สัมภาษณ์พิเศษแก่สื่อมวลชนมาเลเซียเกี่ยวกับทิศทางกระบวนการพูดคุยสันติภาพ โดยแสดงความเชื่อมั่นต่อบทบาทของรัฐบาลมาเลเซียภายใต้การนำของนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ว่ามีความมุ่งมั่นสนับสนุนการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้

สำหรับกรณีที่มาเลเซียแต่งตั้งผู้อำนวยความสะดวกคนใหม่ซึ่งมีภูมิหลังเป็นทหาร พ.ต.อ.ทวี ให้ความเห็นว่า อาจเป็นการพิจารณาความเหมาะสมกับบริบทการทำงานของฝ่ายไทย ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงยังมีบทบาทสำคัญในการดำเนินนโยบายในพื้นที่ พร้อมฝากให้ทุกฝ่ายยึดถือ “อมานะฮ์” หรือความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เพื่อให้กระบวนการพูดคุยเดินหน้าอย่างจริงจัง

ส่วนปัญหาการเปลี่ยนตัวบุคคลทั้งฝ่ายอำนวยความสะดวกและคณะเจรจาของไทยหลายครั้ง เขาเสนอว่าควรพิจารณาบัญญัติโครงสร้างและกลไกการพูดคุยสันติภาพไว้ในกฎหมาย เพื่อสร้างหลักประกันด้านความต่อเนื่อง ไม่ให้กระบวนการต้องเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล

“ในอนาคต โครงสร้างของกระบวนการพูดคุยควรจะต้องบัญญัติไว้เป็นกฎหมาย เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ไม่ว่านายกฯ หรือรัฐบาลจะเปลี่ยนไป โครงสร้างนี้จะได้ยังคงทำหน้าที่ต่อไปได้ และเชื่อมั่นว่าการเจรจาต้องเป็นไปในเชิงบวก เพราะหากไม่เจรจาก็ต้องสู้รบกันอยู่ตลอด”

เปิดทางหารือกระจายอำนาจแบบ กทม. ย้ำต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ

เมื่อถูกถามถึงกรณีที่ขบวนการบีอาร์เอ็น (BRN) อาจเสนอแนวทางการปกครองตนเอง พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อเสนออย่างเป็นทางการเข้ามา แต่ยืนยันว่าการหารือทุกแนวทางต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญไทยและไม่เกี่ยวข้องกับการแบ่งแยกดินแดน

เขากล่าวว่า แนวคิดการกระจายอำนาจในรูปแบบที่มีการเลือกตั้งผู้บริหาร เช่น กรุงเทพมหานคร หรือรูปแบบการบริหารพิเศษที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ เป็นประเด็นที่สามารถนำมาศึกษาและพูดคุยกันได้ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ

สำหรับคำถามสมมุติว่า หากข้อเสนอไม่ได้รับการยอมรับ ฝ่ายบีอาร์เอ็นจะกลับไปใช้กำลังอาวุธอีกหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ไม่ประสงค์ตอบคำถามในลักษณะดังกล่าว โดยเห็นว่าทุกฝ่ายที่ตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการพูดคุยย่อมต้องตระหนักถึงกติกาและความรับผิดชอบของตน

ย้ำการเมืองต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเป็นเจ้าของ

ในประเด็นบทบาททางการเมือง พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า พรรคประชาชาติต้องการสร้างพื้นที่ทางการเมืองอย่างสันติวิธี เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม และส่งต่อบทบาทให้คนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นเจ้าของพรรคในอนาคต

เขาระบุว่า เป้าหมายของพรรคคือการสร้างความยุติธรรม เคารพความหลากหลาย และยืนยันหลักการที่ว่าประชาชนควรมีสิทธิกำหนดอัตลักษณ์และอนาคตของตนเองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

ทั้งนี้ ข้อเสนอสำคัญจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ประกอบด้วยการสร้างความต่อเนื่องของกระบวนการพูดคุยสันติภาพด้วยกลไกทางกฎหมาย การเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมกำหนดอนาคต การกระจายอำนาจภายใต้รัฐธรรมนูญ และการเปลี่ยนแนวทางพัฒนาจากการสั่งการโดยรัฐไปสู่การสนับสนุนให้คนในพื้นที่มีบทบาทนำ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติปี 2570
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง