วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2569 20:35 น.

การเมือง

 'โฆษกรัฐบาล' สวนกลับ  'WHO'  ต้องไม่ก้าวก่ายกิจการภายใน เคารพอธิปไตยประเทศสมาชิก

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 19.24 น.

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 น.พ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก “หมอเอก Ekkapob Pianpises” เรื่อง “ขอขอบคุณ WHO ที่ใส่ใจกิจการภายในประเทศไทย” เนื้อหาดังนี้

ประเทศไทยในฐานะสมาชิกองค์การอนามัยโลก ซึ่งเป็นประเทศที่มีอธิปไตย การดำเนินการแก้ไขหรือจัดทำกฎหมายเป็นขั้นตอนตามกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ มีแนวนโยบายของฝ่ายบริหารที่ได้แถลงเป็นสัญญาต่อรัฐสภาและต่อประชาชน รวมทั้งมีระบบตุลาการที่คุ้มครองความยุมติธรรมในสังคม

“ประเทศไทยเข้าใจบทบาทของ WHO ในฐานะองค์กรด้านสาธารณสุขของโลกซึ่งสามารถให้ความเห็นหรือคำแนะนำเกี่ยวกับกิจกรรมด้านสุขภาพสำหรับประเทศสมาชิกได้ แต่ต้องคำนึงถึงการไม่ก้าวก่ายกิจการภายใน และให้ความเคารพต่ออธิปไตยของประเทศสมาชิกด้วยเช่นกัน”

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส (Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) หรือ WHO ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และสำเนาถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงการต่างประเทศ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงสาธารณสุข, คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ และองค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ ณ นครเจนีวา ลงวันที่ 14 ต.ค. 2569 ที่ผ่านมา โดยได้แสดงจุดยืนและมุมมองต่อทิศทางนโยบายสาธารณสุขของไทย พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความยั่งยืนทางการเงินการคลังของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวมถึงการคงความเข้มข้นของมาตรการภาษีผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อปกป้องสุขภาพและลดภาระโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ของประชาชนในระยะยาว

นพ.เทดรอส ได้ระบุรายละเอียดในจดหมายถึงบทบาทอันโดดเด่นและยาวนานของไทย ในฐานะผู้นำทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกด้านการสร้างเสริมสุขภาพและงานป้องกันโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสำเร็จในการรับมือกับความท้าทายด้านสาธารณสุขที่สำคัญ เช่น อันตรายที่เกิดจากการบริโภคยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งไทยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม

“สสส. เป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นต้นแบบนวัตกรรม (Innovative Model) ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการลงทุนอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและงานป้องกันโรค ความโดดเด่นนี้ทำให้ สสส. เคยได้รับรางวัลอันทรงเกียรติอย่าง "รางวัลเนลสัน แมนเดลา ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ" (Nelson Mandela Award for Health Promotion) ประจำปี 2564 มาแล้ว” ผอ.ใหญ่ WHO ระบุ

นพ.เทดรอส กล่าวว่า สำหรับประเด็นการพิจารณาโครงสร้างและแหล่งเงินทุนในอนาคตนั้น WHO มีข้อแนะนำถึงรัฐบาลไทยว่า ประสบการณ์ทั้งภายในประเทศและระดับนานาชาติได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า การลงทุนที่ออกแบบมาอย่างมีประสิทธิภาพในด้านการป้องกันโรค สามารถสร้างผลตอบแทนที่เป็นประโยชน์อย่างมหาศาล ทั้งในมิติของสุขภาพที่ดีขึ้น มิติทางสังคม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างหลักประกันว่าจะมีแหล่งเงินทุนที่เพียงพอ ยั่งยืน และสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้สำหรับการดำเนินงานในส่วนนี้

“ขอเน้นย้ำว่า การปรับเปลี่ยนข้อตกลงด้านการจัดหาเงินทุนใดๆ ควรคำนึงถึงการปกป้องผลกระทบด้านสาธารณสุขจากภาษียาสูบและแอลกอฮอล์เป็นสำคัญ ผ่านการรักษาภาระภาษีโดยรวม (Overall Tax Burden) เนื่องจากมาตรการทางภาษีถือเป็นเครื่องมือด้านสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพสูง มีการศึกษาวิจัยที่ระบุชัดว่าช่วยลดอัตราการบริโภคและบรรเทาอันตรายที่ตามมา และช่วยสร้างรายได้เข้ารัฐไปพร้อมกัน ซึ่งสอดคล้องกับข้อริเริ่ม "3 by 35 Initiative" ของ WHO ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกใช้มาตรการทางภาษีเพิ่มราคาที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น ยาสูบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ตามบริบทและสถานการณ์ภายในปี 2578” นพ.เทดรอส กล่าว

นพ.เทดรอส ยังได้เน้นย้ำในช่วงท้ายของจดหมายเปิดผนึก แสดงความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลไทย จะยังคงให้ความสำคัญกับการลงทุนระยะยาวด้านการป้องกันโรค และรักษาไว้ซึ่งประโยชน์ด้านสาธารณสุขที่เกิดจากระบบภาษีเพื่อสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ WHO พร้อมสนับสนุนข้อมูลเชิงประจักษ์ คำแนะนำทางเทคนิค และแบ่งปันประสบการณ์จากนานาประเทศ เพื่อร่วมเคียงข้างและสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลไทยต่อไป
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง