การเมือง
"รัดเกล้า" จี้ รื้อฐานรากการศึกษาไทย ชี้หลงทางแก้แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง วอนวางเสาเข็ม "สร้างคน-จิตสำนึกร่วม" แบบสวีเดน-ญี่ปุ่น-เกาหลี ดันโรงเรียนเป็นนิติบุคคล
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เตือนอย่ามัวแก้แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ชี้ต้องวางเสาเข็มด้านคุณค่าและจิตสำนึกร่วม เรียนรู้บทเรียนญี่ปุ่น-สวีเดน-เกาหลีใต้ ควบคู่กระจายอำนาจให้โรงเรียนบริหารคนและงบประมาณได้จริง
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเวทีเสวนา “รวมพลังการเมือง ปลดล็อกการศึกษาไทย” ในงาน Matichon Forum 2026: Thailand Education Next for All พลิกโฉมอนาคตการศึกษาไทย ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ (รางน้ำ) โดยเสนอว่า หัวใจของการปฏิรูปการศึกษาไทยไม่ใช่เพียงการปรับหลักสูตรหรือรื้อโครงสร้างหน่วยงาน แต่ต้องเริ่มจากคำถามพื้นฐานว่า ประเทศไทยต้องการสร้างคนแบบไหน และจะทำอย่างไรให้ทุกภาคส่วนมีเป้าหมายร่วมกัน ก่อนแปลงเป้าหมายนั้นให้เป็นระบบการศึกษาที่ปฏิบัติได้จริง
นางรัดเกล้า ระบุว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน และคะแนน PISA ที่ยังไม่น่าพอใจ เป็นโจทย์สำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข แต่หากการปฏิรูปยังมุ่งแก้เฉพาะปัญหาที่มองเห็น โดยไม่ทบทวนรากฐานทางความคิดและค่านิยมที่หล่อหลอมระบบ การแก้ปัญหาก็อาจวนกลับมาที่เดิม แม้จะปรับหลักสูตร เปลี่ยนโครงสร้าง หรือแก้ไขกฎหมายมาแล้วหลายครั้ง
“เราต้องไม่ติดอยู่กับการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หรือมัวแต่แก้ยอดภูเขาน้ำแข็ง แต่ต้องลงไปให้ถึงรากฐานของปัญหา คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ว่าเราจะทำอย่างไรให้เด็กอ่านออกเขียนได้ หรือทำคะแนนสอบได้ดีขึ้น แต่คือเราต้องการสร้างคนไทยให้มีคุณลักษณะอย่างไร และจะทำอย่างไรให้ทุกภาคส่วนมีเป้าหมายร่วมกัน” นางรัดเกล้ากล่าว
นางรัดเกล้านำกรอบวิเคราะห์อนาคตศาสตร์ Causal Layered Analysis (CLA) หรือการวิเคราะห์ปัญหาเชิงชั้น มาอธิบายผ่านแนวคิดภูเขาน้ำแข็ง 4 ระดับ ได้แก่ ปัญหาที่ปรากฏให้เห็น (Litany) โครงสร้างและระบบที่ก่อให้เกิดปัญหา (Systemic Causes) โลกทัศน์หรือกรอบความคิดที่รองรับระบบ (Worldview/Discourse) และความเชื่อหรือภาพแทนทางสังคมที่ฝังรากลึก (Myth/Metaphor)
นางรัดเกล้า เห็นว่า การถกเถียงเรื่องการศึกษาไทยมักให้น้ำหนักกับปัญหาที่มองเห็นและการปรับโครงสร้างระบบเป็นหลัก ขณะที่คำถามระดับลึกเกี่ยวกับปรัชญาการศึกษา โลกทัศน์ และค่านิยมร่วมของสังคมยังไม่ได้รับความสนใจอย่างเพียงพอ หากประเทศไทยยังไม่มีคำตอบร่วมกันว่าอยากสร้างพลเมืองที่มีคุณลักษณะอย่างไร ผู้เกี่ยวข้องแต่ละฝ่ายก็อาจดำเนินงานไปคนละทิศทาง แม้จะมีเจตนาดีและพยายามแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ก็ตาม
นางรัดเกล้าเสนอว่า การปฏิรูปจึงต้องเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายร่วมให้ชัดเจน ก่อนออกแบบกฎหมาย หลักสูตร ระบบบริหาร และการจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกัน โดยยกตัวอย่าง บทเรียนจากญี่ปุ่น-สวีเดน-เกาหลีใต้ ที่เน้นสร้างพลเมืองปลูกฝังคุณค่าทางสังคมควบคู่กับการพัฒนาความรู้และทักษะของผู้เรียน ทุกเพศ ทุกวัย
ประเทศญี่ปุ่นมี Fundamental Law of Education หรือกฎหมายพื้นฐานทางการศึกษา ซึ่งกำหนดหลักการและเป้าหมายของการศึกษา รวมถึงการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม การเคารพวัฒนธรรม และจิตสำนึกสาธารณะ ขณะที่สวีเดนมีแนวคิด “ลากอม” (Lagom) ซึ่งสื่อถึงความพอดีและความสมดุล สะท้อนความสำคัญของการอยู่ร่วมกันและการคำนึงถึงส่วนรวม ส่วนเกาหลีใต้มีแนวคิด “ฮงอิกอินกึน” (Hongik Ingan) ซึ่งมุ่งทำประโยชน์แก่มนุษยชาติและส่วนรวม
บทเรียนสำคัญจากตัวอย่างเหล่านี้ คือการศึกษาต้องไม่จำกัดอยู่เพียงการถ่ายทอดความรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีงานทำ แต่ต้องมีบทบาทในการสร้างพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีจิตสำนึกสาธารณะ และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ ทั้งนี้ การนำแนวคิดจากต่างประเทศมาประยุกต์ใช้ต้องคำนึงถึงบริบทและรากฐานของสังคมไทยด้วย
ควบคู่กับการกำหนดเป้าหมายและปรัชญาการศึกษา นางรัดเกล้าเสนอให้ผลักดันการกระจายอำนาจสู่สถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้โรงเรียนมีสถานะเป็น “นิติบุคคล” พร้อมอำนาจและทรัพยากรที่เพียงพอสำหรับการบริหารจัดการ ภายใต้กรอบมาตรฐาน ความโปร่งใส และระบบตรวจสอบที่เหมาะสม
ข้อเสนอนี้ครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่
1. การบริหารบุคลากร เปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถสรรหาผู้มีความรู้และความสามารถจากหลากหลายสาขา รวมถึงผู้มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาชุมชน เข้ามาร่วมบริหารหรือพัฒนาสถานศึกษา เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและสร้างนวัตกรรมให้เหมาะกับบริบทของแต่ละพื้นที่
2. งบประมาณและโภชนาการเด็ก เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารงบประมาณ เปิดทางให้โรงเรียนร่วมมือกับเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นเพื่อจัดหาวัตถุดิบอาหารกลางวันที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม เพราะโภชนาการเป็นพื้นฐานสำคัญต่อพัฒนาการทางสมองและความพร้อมในการเรียนรู้ของเด็ก
3. การเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดระบบรถรับส่งนักเรียนระดับอำเภอ เพื่อช่วยให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงสถานศึกษาที่มีความพร้อมมากขึ้น โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ค่าใช้จ่าย และความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่
นางรัดเกล้าย้ำว่า การกระจายอำนาจต้องไม่ใช่เพียงการถ่ายโอนภารกิจจากส่วนกลางไปยังโรงเรียน แต่ต้องมอบอำนาจในการตัดสินใจควบคู่กับทรัพยากร บุคลากร และความรับผิดชอบที่สอดคล้องกัน เพื่อให้โรงเรียนสามารถออกแบบการจัดการศึกษาให้ตอบโจทย์ผู้เรียนและชุมชนได้จริง
นางรัดเกล้าย้ำให้ใช้ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ วางเสาเข็มอนาคตประเทศ และให้เห็นว่า การจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่เป็นโอกาสสำคัญในการวางรากฐานการศึกษาไทยในระยะยาว โดยกฎหมายต้องไม่มุ่งเพียงกำหนดโครงสร้างหน่วยงานหรือกลไกการบริหาร แต่ต้องช่วยกำหนดทิศทางร่วมกันว่า ประเทศไทยต้องการสร้างผู้เรียนและพลเมืองที่มีคุณลักษณะอย่างไร พร้อมสร้างระบบที่เอื้อให้เป้าหมายนั้นเกิดขึ้นได้จริง
“การศึกษาต้องเป็นมากกว่าแค่การสร้างเด็กให้มีความรู้และออกไปมีงานทำ แต่ต้องเป็นการสร้างคน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เราต้องตอบให้ได้ว่าอยากเห็นคนในประเทศมีคุณสมบัติอย่างไร แล้วจึงออกแบบหลักสูตร ระบบบริหาร บุคลากร และงบประมาณให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน
“หากเราไม่สามารถวางเสาเข็มและกำหนดคุณค่าร่วมได้ ต่อให้แก้กฎหมายหรือปรับเปลี่ยนโครงสร้างอีกกี่ครั้ง การศึกษาไทยก็เสี่ยงที่จะวนกลับไปเผชิญปัญหาเดิม สิ่งที่ต้องทำจึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนระบบ แต่ต้องสร้างเป้าหมายร่วมให้ทุกคนช่วยกันขับเคลื่อนการศึกษาไทยไปสู่อนาคตที่ดีกว่า” นางรัดเกล้ากล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ เวทีเสวนาเกี่ยวกับอนาคตการศึกษาไทยและการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และรายการ V-Space เป็นอีกหนึ่งพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อเสนอจากภาครัฐ ภาคการเมือง ภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่นำไปปฏิบัติได้จริง และสร้างระบบการศึกษาที่พัฒนาคนไทยได้อย่างเต็มศักยภาพและยั่งยืน
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- สรุป 5 ข่าวเด่นในประเทศไทย ประจำเช้าวันที่ 28 ตุลาคม 2569 28 ต.ค. 2569
- ภาคประชาชนยื่นหนังสือถึงหัวหน้าพรรคประชาชน ค้านแก้กฎหมาย 4 ฉบับ ห่วงตัดแหล่งเงินกระทบความต่อเนื่อง–ความเป็นอิสระ เสนอใช้กลไกสภาศึกษาผลกระทบรอบด้าน 28 ต.ค. 2569
- "เอกนัฏ" ถอด "ต้นทุนทิพย์" 22 ปี! จากโครงสร้างราคาน้ำมันไทยถาวร เซฟเงินประชาชน 1.08 หมื่นล้านบาทต่อปี 28 ต.ค. 2569
- “ดร.การดี” ชำแหละร่าง พ.ร.บ.ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชี้ 3 ช่องโหว่ใหญ่ จี้อุดรูรั่ว AI Agent – Deepfake หวั่นผลักภาระประชาชน 28 ต.ค. 2569
- “อนุทิน” ย้ำทุกหน่วยงานกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ หนุน ตร. ออกหมายจับ “เบน สมิธ” 28 ต.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
ดีอี เตือน เว็บไซต์ปลอม แอบอ้าง “ธนาคารออมสิน” ปล่อยกู้สินเชื่อส่วนบุคคล ระวังมิจฉาชีพหลอก สูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล 19:53 น.- ดีอี เตือน Line ID ปลอม แอบอ้าง “กระทรวงยุติธรรม” เปิดให้ ปชช. ขอรับความช่วยเหลือจาก “สแกมแมอร์” ระวังถูกหลอก สูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล 19:41 น.
- รมว.ดีอี เคาะมาตรการ D/ID บูรณาการความร่วมมือ PDPC - ปณท เดินหน้าคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลดิจิทัลไทย 18:52 น.
- รมช.ดีอี เปิดการฝึกทดสอบขีดความสามารถทางไซเบอร์ อัปเกรดเกราะป้องกันระบบหน่วยงานรัฐ รับมือการโจมตีไซเบอร์ ยกระดับการสร้างความปลอดภัยให้กับ ปชช. 18:41 น.
- ‘พ.ต.อ.ทวี’ ชี้ทางออกไฟใต้ แนะลดทิฐิ-คุยสันติสุขในประเทศ ไม่ต้องพึ่งคนกลางมาเลย์ ยก ‘อัตลักษณ์-มลายู’ กุญแจเชื่อมโลก 18:33 น.


