วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2569 00:03 น.

การเมือง

"พลพีร์" นำแถลงโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ยืนยันยึด ประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ไม่เอื้อผู้ประกอบการรายใหญ่ พร้อมเชิญชวนประชาชนลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 

วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 21.21 น.

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569  เวลา 14.00 น. ที่ศูนย์แถลงข่าว ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวแนวทางการดำเนินโครงการโซลาร์ภาคประชาชน โดยมี นายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และนายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รวมถึง นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมด้วย

นายพลพีร์ กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนงบประมาณตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ภายใต้วงเงินสนับสนุนรวม 50,000 ล้านบาท โดยให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับประชาชนครัวเรือนละ 50,000 บาท เป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือน ซึ่งประชาชนสามารถติดตั้งแผง Solar Rooftop ความจุ 5-10 กิโลวัตต์ โดยการไฟฟ้าจะรับคืนไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ ในอัตรายูนิตละ 2.2 บาท ทั้งนี้ แผง Solar Rooftop ขนาด 5 กิโลวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 500-700 ยูนิต และมีอายุใช้งาน 20-25 ปี ซึ่งขณะนี้ มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 56,000 ราย แบ่งเป็น พื้นที่บริการ กฟภ. 44,004 ราย และพื้นที่บริการ กฟน. 12,000 ราย

"เช่น ถ้าบ้านหลังใดมีค่าไฟฟ้าประมาณ 5,000 บาท/เดือน เพราะใช้ไฟทั้งกลางวันและกลางคืนด้วย ถ้าท่านติดแผงโซล่าเซลล์ตามโครงการฯ นี้ 5 กิโลวัตต์สามารถผลิตไฟได้ประมาณ 500 ยูนิต คูณ 4 บาท ก็สามารถประหยัดได้ 2,000 บาท/รอบบิล เมื่อคำนวณ 12 เดือนก็ตกปีละประมาณ 24,000 บาท และหากประชาชนที่อาจจะไม่ได้ใช้ไฟในช่วงกลางวันเยอะ แต่เข้าร่วมโครงการฯ ก็สามารถขายไฟที่ผลิตได้จากแผง โซลาร์เซลล์คืนให้กับการไฟฟ้า ซึ่งเหล่านี้สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายครัวเรือนให้น้อยลง และสามารถนำเงินเหล่านี้ไปใช้ในการใช้จ่ายครอบครัวหรือต่อยอดทำธุรกิจต่าง ๆ ได้ด้วย"

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ประชาชนที่ต้องการเข้าถึงแหล่งทุน เรามี 3 ธนาคารรัฐ คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่พร้อมปล่อยเงินกู้ให้ประชาชนในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียงร้อยละ 2.5 เป็นเวลา 7 ปี (จากข้อมูล ธอส.) โดยปริมาณไฟฟ้าที่ขายคืนให้กับการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทางการไฟฟ้าก็จะนำรายได้เหล่านี้ไปส่งให้กับธนาคารเพื่อช่วยผ่อนธนาคารให้กับพี่น้องประชาชนด้วย โดยประชาชนสามารถศึกษารายละเอียดแบบฟอร์มและลงทะเบียนได้ทางเว็บไซต์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง
 
"สำหรับผู้ให้บริการ (Vendor) ซึ่งขณะนี้การไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งได้เปิดรับลงทะเบียนผู้ประกอบการแล้วกว่า 1,000 ราย ตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนด รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ อาทิ แผง Solar และ Inverter อินเวอร์เตอร์ ที่มีมาตรฐาน IEC และ มอก. เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจของพี่น้องประชาชน ซึ่งประชาชนสามารถ เลือกผู้ประกอบการด้วยตนเองโดยไม่มีการเอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรายใหญ่แต่อย่างใด และขอยืนยันว่าผู้ประกอบการทุกรายจะต้องได้รับการการันตีมาตรฐานจากการไฟฟ้าทั้ง 2 การไฟฟ้าอย่างเข้มข้น และเมื่อติดตั้งให้กับประชาชนเป็นที่เรียบร้อยแล้วจะมีบริการหลังการขายคือการรับประกันอุปกรณ์และการติดตั้ง"
 
นายพลพีร์ ยังได้กล่าวถึงกรณีมีข้อสังเกตเรื่องหนังสือค้ำประกันโดยธนาคาร (Bank Gaurantee : BG) มูลค่า 50,000 บาท ซึ่งเป็นหลักประกันของผู้ประกอบการในการให้บริการประชาชนว่าสามารถติดตั้งให้กับประชาชนและมีบริการหลังการขายตามสัญญาและเงื่อนไขที่ได้รับการรับรองจากการไฟฟ้า และภายหลังจากที่การดำเนินการเสร็จสิ้นทางการไฟฟ้าก็จะคืนเงินดังกล่าวให้กับผู้ประกอบการภายใน 7 วัน ดังนั้น ขอยืนยันว่า การดำเนินการต่าง ๆ ยึดประโยชน์ของประชาชน และผู้ประกอบการไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับ BG เพราะหากได้ดำเนินการติดตั้งให้กับประชาชนตลอดจนถึงบริการหลังการขายที่มีการประกันคุณภาพงานตามเงื่อนไขที่การไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งได้กำหนดแล้ว ก็จะได้รับเงินดังกล่าวคืนตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนด
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง