วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 22:40 น.

ภูมิภาค

หนุ่มเพาะเห็ดหลินจือ รักษาภรรยาก่อนจะกลายเป็นรายได้อย่างงาม

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 09.34 น.


หนุ่มเพาะเห็ดหลินจือ
รักษาภรรยาก่อนจะกลายเป็นรายได้อย่างงาม


หนุ่มกระบี่เพาะเห็ดหลินจือ รักษาภรรยา ก่อนจะกลายเป็นรายได้อย่างงามส่งขาย กก.ละ 1,500 บาท

 

 

 

 


หนุ่มกระบี่ค้นหาสารพัดวิธีรักษาอาการป่วยไมเกรนของภรรยา จนทราบว่าเห็ดหลินจือ ช่วยได้ ก่อนจะทดลองเพาะเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จ กลายเป็นรายได้เสริมอย่างดีรายนี่ เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 30 พ.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 180 หมู่ 6 บ้านคลองเสียด ต.ปกาสัย อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ หลังรับทราบจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า ที่บ้านหลังดังกล่าว ทำฟาร์มเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือ ส่งขายได้กำไรอย่างงาม ซึ่งถือเป็นเกษตรกรรายแรกใน จ.กระบีา ที่เพาะเลี้ยงเองได้สำเร็จ โดยที่บ้านดังกุล่าวพบกับ 2 สามีภรรยา คือนายจีราวุฒิ รักขาว อายุ 36 ปี และ นางวรินทร์รัตน์ สมศักดิ์ อายุ 36 ปี อาชีพทำสวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมัน โดยพบว่าบริเวณสวนยางหลังบ้าน ทั้งคู่ปลูกสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดขึ้น 3 หลัง ภายในมีก้อนเชื่อเพาะเห็ด หลากหลายชนิด ทั้งเห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า และที่สำคัญคือเห็ดหลินจือแดง ที่มีการเพาะเลี้ยงไว้มากกว่า 2,000 ถุง กำลังให้ผลผลิตเบ่งบานจำนวนมาก

 


นายจีราวุฒิ เผยที่มาของการเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือ ให้ฟังว่า เดิมทีภรรยาของตน จะป่วยเป็นโรคประจำตัว คือปวดหัวเป็นไมเกรนตลอดเวลา พยายามหาหมอรักษามาแล้วหลายที่ แต่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ จนตนมาทราบว่าเห็ดหลินจือแดง มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยได้ จึงลองเอามาให้ภรรยารับประทาน จนอาการเริ่มดีขึ้น กระทั่งทุกวันนี้หายเป็นปกติแล้ว จึงลองศึกษาเพื่อที่จะเพาะเลี้ยงเอง เพื่อให้ภรรยาและญาติๆ ที่บ้านได้ไว้กิน เนื่องจากหากไปซื้อตามท้องตลาด จะมีราคาแพง กก.ละ 2,000-2,500 บาท ตนจึงลองศึกษาจากเว็บไซต์ยูทูป และหาข้อมูลเพิ่มเติม มาทดลองเพาะเลี้ยง ช่วงแรกๆ ก็มีผิดพลาดบ้าง แต่พอมีข้อมูลมากขึ้น บวกกับประสบการณ์ความผิดพลาดที่ผ่านมา ทำให้เพาะเลี้ยงได้จนประสบความสำเร็จ

 


นายจีราวุฒิ กล่าวต่อว่า ต่อมาลองเอาเห็ดที่เพาะได้ไปขายปรากฎว่ามีคนสนใจ สั่งซื้อเช้ามาจำนวนมาก จนผลิตส่งขายไม่ทัน โดยตนจะขายส่งในราคา กก.ละ 1,500 บาทเท่านั้น จากนั้นทาง สนง.การยางแห่งประเทศไทย ทราบเรื่อง ก็เข้ามาสนับสนุน ให้ตนขยายพื้นที่เพาะเพิ่ม เพื่อต่อไปจะเป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับเกษตรกรสวนยางที่สนใจ ปัจจุบันตนสามารถเก็บเห็ดขายได้ครั้งละ 2-3 หมื่นบาท โดยจะเก็บทุก 3 เดือน สามารถเก็บเห็ดสดน้ำหนักรวม 80 กก. พอนำมาตากแห้งส่งขาย จะเหลือน้ำหนัก 20 กก.เป็นอย่างน้อย ถือว่าทำรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อย่างดี ซึ่งอยาคตวางแผนจะเพื่มพื้นที่เพาะให้สามารถเก็บขายได้ทุกเดือน

 


ด้านนางวรินทร์รัตน์ กล่าวว่า ก่อนจะมาเพาะเห็ดขาย ตนป่วยเป็นไมเกรน ต้องกินยารักษาอยู่นาน แต่ไม่หาย เวลาป่วยต้องนอนพักตลอด ไม่สามารถทำงานได้ กระทั่งทดลองกินเห็ดหลินจือมานานประมาณ 4-5 ปี ปรากฎว่า อาการหายเป็นปกติ ทุกวันนี้ไม่ต้องกินยาอะไรแล้ว นอกจากนี้แม่ และญาติ ที่มีอาการป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดัน ก็ให้ทดลองกิน ปรากฎว่าทุกคนหายจากอาการป่วย จนไม่ต้องพึ่งหมอกันแล้ว ซึ่งจากการศึกษาพบเห็ดหลินจือมีสรรพคุณหลายอย่าง โดยเฉพาะการปรับสมดุลร่างกาย ลดระดับน้ำตาลในเลือด ที่สำคัญป้องกันความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งด้วย ตนและสามี จึงตัดสินใจเพาะขายกันอย่างจริงจัง เพราะปัจจุบันราคาปาล์ม-ยาง ก็ถูกมาก เห็ดหลินจือจึงทำรายได้ให้ครอบครัวเป็นอย่างดี หากใครสนใจจะมาศึกษา ตนและสามีก็พร้อมจะแนะนำ เพราะความต้องการของตลาดมีมากจนไม่สามารถผลิตได้ทัน ทุกวันนี้นอกจากผลิตส่งขายแล้ว ยังทำแพ็กเก็จขายเอง โดยขายเป็นถุงๆ ละ 150 บาท 1 ถุงจะมีน้ำหนัก 900 กรัม สามารถนำไปต้มดื่มแทนน้ำชาได้ โดยผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามมาได้ที่ 088-2965039 และ 080-0734663

 

 

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค