ภูมิภาค
เกษตรกรนครพนมสุดเจ๋ง! ปลูกไม้ผลผสมผสาน สร้างรายได้สู่วิถีที่มั่นคง “ทุเรียน” ราชาผลไม้
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เกษตรกรนครพนมสุดเจ๋ง! ปลูกไม้ผลผสมผสาน
สร้างรายได้สู่วิถีที่มั่นคง “ทุเรียน” ราชาผลไม้
ผู้สื่อข่าวได้รับการแจ้งจากสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม ว่า การปรับเปลี่ยนจาการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นการปลูกพืชที่หลากหลาย เป็นวิธีที่จะช่วยกระจายความเสี่ยงในช่วงราคาผลผลิตตกต่ำและจากการเข้าทำลายของศัตรูพืช ดังนั้น การปลูกพืชแบบผสมผสานถือเป็นแนวทางที่จะช่วยให้การประกอบอาชีพของเกษตรกรยุคใหม่มีโอกาสประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น
นายเอนก รัตน์รองใต้ เกษตรจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า จังหวัดนครพนมเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกไม้ผลหลากหลายชนิด เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด และส้มโอ เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาได้มีเกษตรกรในพื้นที่ทดลองปลูกและสร้างเป็นสวนไม้ผลเชิงการค้าจนประสบความสำเร็จหลายราย สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาและยกระดับสินค้าเกษตรของจังหวัดนครพนมให้สามารถแข่งขันได้ในระดับอาเซี่ยน จากการขับเคลื่อนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งมีกิจกรรมในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพร้อมมอบต้นพันธุ์ไม้ผลให้กับเกษตรกรนำไปปลูกในพื้นที่ของตนเอง
สำหรับไม้ผลที่เกษตรกรให้ความนิยมนำไปปลูกส่วนมากเป็นทุเรียน เพราะทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจที่ตลาดมีความต้องการมาก อีกทั้งราคาจำหน่ายก็ค่อนข้างสูงจึงทำให้เกษตรกรเกิดความสนใจที่จะปลูกมากขึ้น ในการปลูกทุเรียนในช่วงแรก ต้นทุเรียนจะต้องการร่มเงา ซึ่งพืชที่อยู่ร่วมกับทุเรียนได้ดี คือ กล้วย เพราะจะช่วยให้ร่มเงาและความชุ่มชื้นกับต้นทุเรียนในช่วงฤดูแล้ง และในพื้นที่ว่างระหว่างต้นเกษตรกรสามารถนำพืชผัก หรือไม้ผลต่างๆมาปลูกแซมได้ แต่จะต้องคำนึงถึงชนิดและประเภทของพืชที่จะปลูกร่วมกันด้วย โดยพิจารณาจาก ระบบราก ลักษณะทรงพุ่ม ความต้องการธาตุอาหาร น้ำ แสงแดด ความทนทานต่อความแห้งแล้งของพืชแต่ละชนิดที่จะนำมาปลูกจะต้องมีการศึกษาทำความเข้าใจให้ดี เพราะผลกระทบของพืชแต่ละชนิดสามารถที่จะมีต่อกันและกันได้ และเพื่อเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เกิดความคุ้มค่า
เกษตรจังหวัดนครพนม กล่าวเพิ่มเติมว่า ประโยชน์ของการปลูกพืชที่หลากหลายชนิดภายในสวนไม้ผล จะมีผลในด้านของการสร้างความสมดุลทางธรรมชาติให้เกิดขึ้น เมื่อมีความหลากหลายของชนิดพืชจะทำให้เกิดความหลากหลายของชนิดแมลงศัตรูพืชและศัตรูธรรมชาติที่ควบคุมศัตรูพืชให้อยู่ในระดับที่ไม่เกิดการระบาดได้เช่นเดียวกับความสมดุลที่เกิดขึ้นในสภาพป่าธรรมชาติ ทำให้มีการใช้ที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นจากเดิมที่เคยมีการปลูกพืชเพียงอย่างเดียว ช่วยลดปัญหาในเรื่องของวัชพืช และที่สำคัญก็คือช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของผลผลิตและราคาที่ตกต่ำเมื่อมีการปลูกพืชเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่เกษตรกรจะต้องเจอและคงจะหลีกไม่พ้นในการปลูกไม้ผล นั่นก็คือ ปัญหาเรื่องของโรคและการเข้าทำลายของแมลง เช่น ทุเรียน ซึ่งมีปัญหาในเรื่องของโรครากเน่า โคนเน่า เกษตรกรสามารถป้องกันและกำจัดได้ด้วยการปลูกพืชสมุนไพรล้อมโคนต้นสมุนไพรไม่ว่าจะเป็น กระวาน,หน่อแดง,เร่วหอม,ว่านสาวหลง,ชะพลู เป็นพืชจำพวก รากสะสมน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยป้องกันและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราไฟทอฟธอร่า สาเหตุของการเกิดโรครากเน่า-โคนเน่าทุเรียน ที่มีการสะสมอยู่ในดินได้ดี ด้วยการนำสมุนไพรดังกล่าวมาปลูกใต้ต้นทุเรียนโดยปลูกให้ห่างจะโคนต้น 60 - 80 เซนติเมตร รอบๆ ทรงพุ่ม ดังนั้นในการปลูกไม้ผลให้ประสบความสำเร็จเกษตรกรจะต้องมีการปลูกพืชอื่นร่วมด้วย และมีการบริหารจัดการสวนที่ดี เพื่อให้ไม้ผลเจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » ภูมิภาค
Top 5 ข่าวภูมิภาค
![]()
- พ่อเมืองอุบลฯ ลงพื้นที่สำรวจ “สระหนองคก” แก้ปัญหาน้ำเพื่อชุมชน 7 พ.ค. 2569
- ผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่ทุ่งสง ตะลึงนายทุนบุกรุก "พรุมัด-ป่าสงวนฯ" ผุดอาณาจักรกลางช่องเขา จี้หน่วยงานเร่งตรวจสอบ 7 พ.ค. 2569
- ผบก.นครปฐมแถลงรวบหนุ่มซุกยาบ้าเกือบ 3 แสนเม็ด ไอซ์ 73 กิโลฯ คาบ้านเช่า 7 พ.ค. 2569
- "หลวงปู่บุญมา" ละสังขารสงบ สิริอายุรวม 98 ปี 7 พ.ค. 2569
- พบแล้วศพวิศวกรหนุ่ม ดิ่งสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา คาดเครียดปัญหาหนี้สิน 7 พ.ค. 2569
ข่าวในหมวดภูมิภาค
![]()
ฟีเวอร์ไม่หยุด! คนรักสุขภาพแห่เต้น ‘Hua Hin Aerobic & Mixed Dance @ Bluport’ กันคึกคัก 21:05 น.- พายุฝนกระหน่ำ เสาไฟฟ้าล้มกว่า 10 ต้น บ้านเรือนเสียหายต้นไม้หักโค่น 20:59 น.
- ชาวอำเภอพาน รวมพลังต้านโรงไฟฟ้าขยะ เร่งล่ารายชื่อพร้อมกดดันรัฐเปิดข้อมูลโครงการ 19:36 น.
- มาแล้ว "เบิร์ด วันว่างๆ" เข้าพบตำรวจพระประแดง ดราม่าปะแป้งปูนยาแนว เสียใจขอโทษ รับปากเลิกทำคอนเทนต์ไม่เหมาะสม 19:32 น.
- ศุลกากรแม่สะเรียงร่วมทหารพราน ตรวจยึดน้ำมันเบนซิน 1,800 ลิตร วางกองริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน 19:24 น.


