วันพุธ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2562 07:04 น.

ภูมิภาค

เมียร้องสื่อสามีกลายเป็นผู้ต้องหาค้ายาบ้าหลังทำบัตร ปชช.หาย

วันพุธ ที่ 09 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 20.28 น.
วันที่ 9 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากนางสาวจุฑารัตน์ บุตรแสง อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 306 หมู่ 2 ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม ว่า สามีชื่อนายสุวัตร โพนชัยยา หรือนายช่างโม อายุ 52 ปี อดีตทำงานในตำแหน่งช่างโยธาชำนาญงาน องค์การบริหารส่วนตำบลนาทราย (อบต.นาทราย) ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ในเบื้องต้น น.ส.จุฑารัตน์ ยืนยันว่า สามีไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด รับราชการมาเป็นเวลาเกือบ 15 ปี ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจตุรถาภรณ์ช้างเผือก ตลอดเวลาได้แต่พร่ำสอนลูกหลานอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่คิดว่าจะต้องมาประสบเรื่องดังกล่าวด้วยตนเอง จึงต้องออกมาร้องทุกข์กับสื่อ
น.ส.จุฑารัตน์ฯเมียของนายสุวัตร ลำดับเหตุการณ์ดังนี้ ประมาณปี 2560 ขณะนั้นสามีทำงานเป็นนายช่างโยธาฯ อบต.นาทราย ได้ทำบัตรประชาชนหล่นหาย ตั้งใจจะไปแจ้งความเพื่อขอทำบัตรประชาชนใบใหม่ ปรากฏว่าไม่นานมีพนักงานไปรษณีย์นำบัตรฯมาส่งให้ที่บ้าน โดยอ้างว่ามีพลเมืองดีนำบัตรฯหย่อนใส่ตู้ไปรษณีย์มาให้ จากนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรคงไปทำงานตามปกติ กระทั่งวันเวลาล่วงเลยมารถึงวันที่ 11 มกราคม 2562 สามีพักเที่ยงจึงมาทานข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับป้อมตำรวจทางหลวง ต.หนองญาติ ระหว่างนั้นมีตำรวจจาก สภ.เมืองนครพนม มาหาพร้อมแสดงหมายจับของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ แจ้งข้อกล่าวหาว่า พยายามจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินกว่า 20 กรัมขึ้นไป จำนวน 1,992 เม็ด ต่อมาก็มีตำรวจ สภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์  เดินทางมารับตัวไปสอบสวน
โดยพนักงานสอบสวน สภ.สมเด็จ เจ้าของคดี แจ้งรายละเอียดว่า นายสุวัตรตกเป็นผู้ต้องสงสัย เพราะมีการนำบัตรประชาชนไปเปิดใช้ซื้อซิมโทรศัพท์แบบเติมเงินในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ซึ่งนายสุวัตรก็ได้ให้การปฏิเสธ และยืนยันคำให้การว่า ในวันนั้นที่พบว่าซื้อซิมโทรศัพท์นั้น ยังปฏิบัติงานอยู่ที่ อบต.นาทราย ตลอดเวลา และมีหลักฐานการสแกนลงเวลาการปฏิบัติงาน
ต่อมาวันที่ 14 มกราคม 2562 พนักงานสอบสวนได้ทำการฝากขังนายสุวัตรที่เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งในระหว่างที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ทางญาติพี่น้องและภรรยาได้ทำเรื่องขอประกันตัวที่ศาลชั้นต้น 3 ครั้ง ศาลอุทธรณ์ 3 ครั้ง แต่ก็ไม่เคยได้รับการประกันตัว เนื่องจากนายสุวัตรรับราชการ จึงต้องถูกเพิ่มโทษทำให้มีอัตราโทษสูง
กระทั่งถึงวันที่ 5 เมษายน 2562 นายสุวัตรได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากครบกำหนดการผัดฟ้องฝากขังครั้งที่ 7 เป็นระยะเวลา 84 วัน ที่อยู่ในเรือนจำฯ ศาลจึงมีหมายให้ปล่อยตัว เนื่องจากพนักงานอัยการส่งฟ้องไม่ทัน หลังจากที่ได้รับการปล่อยตัว นายสุวัตรและครอบครัว รวมทั้งเพื่อนรุ่นพี่ทำทำงาน ก็ได้พยายามหาหลักฐานต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ทั้งเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อขอหลักฐานกับเครือข่ายโทรศัพท์ในการเปิดใช้โทรศัพท์  ไปสอบถามกับร้านตัวแทนจำหน่ายที่มีคนไปซื้อเบอร์โทรศัพท์ เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม และยุติธรรมจังหวัดนครพนม
 
วันที่ 19 มิถุนายน 2562 พนักงานสอบสวน สภ.สมเด็จ ได้นัดให้เข้ารายงานตัวต่ออัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายสุวัตรไปรายงานตัวตามคำสั่ง และอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ได้กำหนดนัดฟ้องครั้งแรกในวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 ก็เข้าไปรายงานตัวตามนัด แต่อัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ได้เลื่อนนัดเป็นวันที่ 6 สิงหาคม 2562 และได้ส่งสำนวนกลับไปยังพนักงานสอบสวน สภ.สมเด็จ เพื่อให้เรียกนายสุวัตรสอบปากคำและนำหลักฐานมาเพิ่มเติม
 
วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 นายสุวัตรได้เข้าไปให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนตามหมายนัด และอัยการฯได้ยื่นสำนวนฟ้องในวันที่ 6 สิงหาคม 2562  โดยไม่คัดค้านการขอประกันตัว แต่ทางศาลให้ทำการควบคุมตัวไว้ ทางญาติก็ทำเรื่องขอประกันตัว เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวที่ศาลชั้นต้น 3 ครั้ง และกับศาลอุทธรณ์ 2 ครั้ง ศาลก็ไม่ให้อนุญาตประกันตัวอีกเช่นเคย
 
และจากนี้การเช็ครายละเอียดของการใช้โทรศัพท์ของเบอร์ที่มีคนร้ายนำบัตรประชาชนของนายสุวัตรไปซื้อซิมโทรศัพท์ พบว่าพื้นที่ของการใช้งานอยู่ในโซนจังหวัดใกล้เคียงนครพนม คือ กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ มหาสารคาม ขอนแก่น ยโสธร เป็นต้น โดยไม่มีการใช้โทรศัพท์ในพื้นที่จังหวัดนครพนมเลย ซึ่งนายสุวัตรอาศัยอยู่ที่นครพนม ไม่เคยไปจังหวัดเหล่านี้ นอกจากไปทำงานช่างกับทีมในบางจังหวัดบ้าง แต่ไม่บ่อยครั้งนัก และใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่นครพนม
 
น.ส.จุฑารัตน์เผยว่า ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคมที่ถูกศาลฯรับฟ้อง สามีอยู่ในเรือนจำมากว่า 2 เดือนแล้ว ทางครอบครัวเป็นห่วงเรื่องสุขภาพและความเครียดมาก เนื่องจากถูกคุมขังอยู่ต่างบ้านคือที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ขณะที่ครอบครัวอยู่จังหวัดนครพนม การที่จะมาเยี่ยมแต่ละครั้งก็ต้องเหมารถมากัน รายได้ที่นายสุวัตรหาเป็นหลักก็ขาดหายไป ซึ่ง น.ส.จุฑารัตน์ยกมือสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า สามีไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติดแน่นนอน

หน้าแรก » ภูมิภาค