วันเสาร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562 00:37 น.

ภูมิภาค

ชาวบ้านรับไม่ได้!การทำงานของตำรวจ ตรวจสอบอุบัติเหตุเพียง5นาที (คลิป)

วันอังคาร ที่ 03 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 11.54 น.

ชาวบ้านรับไม่ได้!การทำงานของตำรวจ
ตรวจสอบอุบัติเหตุเพียง5นาที

 


เกิดเหตุรถปาเจโร ชนกับรถเบนซ์ รถพังยับร้อยเวรมาตรวจสอบ สรุปในที่เกิดเหตุ “ไม่มีคนเจ็บปรับขับรถประมาทคนละ 500 ค่าเสียหายไปฟ้องกันเอาเอง” คนขับเบนซ์เป็นงง ไม่มีการสอบสวน ไม่เป่าแอลกอฮอล์ วิ่งเองไปโรงพยาบาลตามไปตรวจเลือดตัวเองและคู่กรณีถึงบ้าน ชาวบ้านเป็นงงเหมือนไม่อยากทำงาน

 


วันที่ 3 ธ.ค.62 เมื่อเวลา 20.00 น. (2ธ.ค.) ที่ผ่านมา ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเบนซ์ สีบรอนเงิน หมายเลขทะเบียน กค 8877 บุรีรัมย์ ชนกับรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว หมายเลขทะเบียน กธ 6610 บุรีรัมย์ บนถนน 4 เลน สายบุรีรัมย์-สตึก เขต ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์

 


โดยต่อมา พ.ต.ท.แดน คงพลปาน รอง ผกก.สอบสวน สภ.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน ได้เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถทั้งสองคันได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะรถเบนซ์จะเสียหายมากกว่ารถปาเจโร

 


รอง ผกก.สอบสวน ใช้เวลาตรวจสอบที่เกิดเหตุประมาณ 5 นาที ก่อนจะแจ้งให้กับคนขับทั้งสองคันว่า”ไม่มีผู้บาดเจ็บ ตำรวจจะปรับฐานขับรถประมาทคนละ 500 บาท ส่วนค่าเสียหายให้ไปฟ้องร้องกันเอาเอง ก่อนจะมีการยกรถทั้งสองคันเอาไปไว้ที่ สภ.บ้านด่าน

 

สอบถามนางปราณี จิตรไทย อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 33/56 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพ คนขับรถเบนซ์ ตนนั่งเครื่องจากกรุงเทพฯมาลงที่สนามบินสตึก ขับรถเบนซ์ตัวเองที่จอดไว้ที่สนามบิน จะกลับมาหาสามีที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์

 


เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถยนต์ปาเจโร่ ที่วิ่งสวนมาเกิดกลับรถกลางถนนแบบกะทันหัน ตนเองเบรกไม่อยู่จึงพุ่งชนเข้าอย่างจัง จนรถพังเสียหายดังกล่าว จากนั้นก็มีควันขึ้นบริเวณตัวเครื่องยนต์ฟุ้งไปทั่วบริเวณ ตนเองจึงตัดสินใจปีนออกจากรถออกทางประตูเกรงจะไฟลุกไหม้ขึ้น ตอนนี้มีอาการแน่นหน้าอกเนื่องจากโดนกระแทก


ด้านนายรวน ตรวจมันคา อายุ 65 ปี คนขับรถยนต์ปาเจโร่ เล่าว่าตนขับรถจะมาเก็บค่าเช่าร้านแถวบริเวณดังกล่าว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้เลี้ยวกลับรถ โดยไม่ทันเห็นรถเบนซ์ ที่วิ่งตรงมาจากทางสนามบิน จึงพุ่งชนรถตนอย่างจัง

 


ขณะที่นายสมชาย จิตรไทย อายุ 60 ปี ข้าราชการบำนาญกระทรวงสาธาณสุข ซึ่งเป็นสามีคนขับรถเบนซ์ กล่าวว่า หลังจากทราบข่าว ได้เดินมาสอบถามการตรวจหาปริมาณแอลกฮอล์ ของคนขับทั้งสองฝ่าย ปรากฏว่า ตำรวจไม่มีการเป่าแอลกอฮอล์ แต่อย่างใด


ตนจึงร้องขอให้โรงพยาบาลให้นำเจ้าหน้าที่ไปขอตรวจเลือดหาสารเสพติดกับคนขับคู่กรณีถึงบ้าน ส่วนภรรยาตน ก็ให้โรงพยาบาลบุรีรัมย์ทำการเจาะเลือดหาสารเสพติดเช่นเดียวกันเพื่อความโปรงใส

 


ด้านนายอภิชาต จันทร์ชูวงศ์ อายุ 62 ปี ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุระหว่างตำรวจเข้ามาตรวจสอบ เล่าว่าตนเองยังคาใจกับการตัดสินคดีของตำรวจแบบรวดเร็วกลางถนน  ทั้งที่ยังไม่ได้สอบปากคำคู่กรณี และสอบพยานที่เห็นเหตุการณ์

 

ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ในการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนจะพูดคำว่า “ตามกฎหมายแล้วถ้าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บตำรวจก็จะปรับคนขับรถฐานขับรถประมาท คนละ 500 บาท เมื่อคนขับรถเบนซ์ถามเรื่องค่าเสียหาย ร้อยเวรบอก”เสียหายเท่าไหร่ก็ให้ไปฟ้องเอา” ตนในฐานะประชาชนคนหนึ่งมองว่า”เหมือนตำรวจไม่อยากทำงาน”