วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 22:30 น.

ภูมิภาค

นักข่าว-จนท.เมืองกาญจน์ โล่ง! 2 ผัวเมียรมควันฆ่าตัว ไม่ติดเชื้อ โควิด-19

วันจันทร์ ที่ 09 มีนาคม พ.ศ. 2563, 10.27 น.
จากกรณีพบศพ 2 สามีภรรยานอนเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 199 หมู่บ้านแสนพฤกษา หมู่ 10 ต.ท่ามะกา อ.ท่ามะกาฯ ลักษณะเป็นการฆ่าตัวตายเองโดยใช้วิธีการตั้งเตาไฟรมควัน หลังรับแจ้งจึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ กันตะยศ ผกก.สภ.ท่ามะกา และเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว สทท.1 กก.1 บก.ทท.3 ตำรวจ ตม.ภ.จว.กาญจนบุรี บก.ตม.3 ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานภูธรจังหวัดกาญจนบุรี แพทย์เวร รพ.มะการักษ์ และมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์(กู้ชีพขุนรัตนาวุธ)
 
จากการตรวจสอบภายในห้องทำงานชั้นเดียวตั้งอยู่ด้านหน้าของตัวบ้านพบร่างของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 1 คน สภาพศพนอนหงายเคียงคู่กันอยู่บนที่นอนปิกนิกภายในห้อง ใกล้กันพบเตาไฟแบบใช้ถ่าน 2 ใบ และกาละมังใส่ถ่านไม้ 2 ใบ ถังขยะพลาสติกสีฟ้า 1 ใบภายในมีแผ่นกระดาษวางอยู่ ถ่านในเตาบางส่วนยังคลุกโชนอยู่ บนโต๊ะทำงานพบขวดเหล้าแบ็กชนิดขวดเล็กวางอยู่ 1 ขวด เศษกระดาษทิชชูที่เขียนข้อความคล้ายเป็นการลาตาย 1 ใบ ใจความในจดหมายเป็นการเขียน "ขอโทษ ขออโหสิกรรมทุกคน รักพ่อ แม่และน้องสุดชีวิต"ซึ่งลายมือคาดว่าน่าจะเป็นของฝ่ายผู้หญิง
 
ภายในห้องที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ตามร่างกายของผู้ตายทั้ง 2 คน ไม่มีบาดแผล หรือร่องรอยการถูกทำร้าย สอบถามแม่บ้านคนดูแลทำความสะอาดซึ่งเป็นคนพบศพเป็นคนแรกทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 10 โมงกว่า ตนได้เดินทางมาที่บ้านของผู้ตายและเข้าไปที่ห้องทำงานเพื่อทำความสะอาดภายในห้องทำงานของผู้ตาย เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปก็พบว่า ภายในห้องมีควันไฟพัดกระจัดกระจายไปทั่วห้อง และพบว่า 2 สามีภรรยาซึ่งเป็นนายจ้างได้นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนที่นอนปิกนิกแล้ว จึงโทรศัพท์หาพ่อเล่าเรื่องให้ฟัง ก่อนจะโทรศัพท์แจ้งตำรวจ 191ในเวลาต่อมา
 
จากการสอบสวนพ่อและแม่ซึ่งมีศักดิ์ของพ่อตาและแม่ยายของผู้ตายทั้ง 2 คนทราบว่า ฝ่ายชายซึ่งเป็นลูกเขยชื่อนายซุง ตัก ซี( MR. CHUNG DUCKHEE) อายุ 58 ปี เป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติเกาหลีใต้ มีอาชีพเป็นหมอฝังเข็มแผนโบราณจีนรักษาโรคทั่วไป ปัจจุบันเปิดคลีนิกฝังเข็มรักษาโรคทั่วไปอยู่ที่ อ.ท่าม่วง และ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ส่วนผู้หญิงเป็นลูกสาวชื่อ นส.นิภาพร ยี่รัญศิริ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่ 10 ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นภรรยาของนายซุง ดัก ชี ลูกเขย ซึ่งมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับเส้นเลือดหัวใจเพิ่งไปทำบายพาสเส้นเลือดหัวใจมา แถมยังมีโรคประจำตัวเป็นโรคความดันสูง
 
ส่วนสาเหตุที่คนทั้ง 2 ฆ่าตัวตายโดยการรมควันไฟครั้งนี้ ไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร เห็นบ่นๆ อยู่เหมือนกันว่า ธุรกิจที่ทำอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้กำลังประสบภาวะขาดทุน เนื่องจากโรคโควิต 19 กำลังระบาดที่ประเทศเกาหลีใต้ จนต้องปิดประเทศ
 
ลูกเขยและลูกสาวเพิ่งเดินทางกลับจากดูธุรกิจที่ทำอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมานี่เอง เบื่องต้นจากหลักฐานต่างๆ ภายในบ้านที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า เป็นการฆ่าตัวตายเอง ส่วนสาเหตุเกิดจากอะไรนั้นยังไม่สามารถสอบสวนได้ เบื้องต้นตั้งสันนิฐานว่า สาเหตุที่ทำให้สามีชาวเกาหลีใต้ และภรรยาคนไทยตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการรมควันครั้งนี้ น่าจะเกิดจากธุรกิจที่ทำอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ล่มสลาย เพราะโรคระบาด โควิค19 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่า เกิดจากสาเหตุอะไร หลังจากนั้นมีหนังสือด่วนที่สุด ที่ กจ 00183/4395 วันที่7 มีนาคม2563 จากผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมการปกครอง ข้อความว่า 
 
ด้วยจังหวัดกาญจนบุรีได้รับแจ้งจากอ.ท่ามะกา กรณีเกิดเหตุฆ่าตัวตายของนายซุง ดัก ฮี อายุ58ปี สัญชาติเกาหลีใต้และนางสาวนิภาพร ยี่รัญศิริ อายุ41ปีสภาพศพนอนเสียชีวิตอยู่ในห้องทำงาน สภาพห้องเป็นห้องปิด ภายในห้องมีเตาถ่านติดไฟอยู่ สอบถามบิดามารดาของนางสาวนิภาพร ทราบว่า นาย ซุง ดัก ฮี เป็นสามีของนางสาวนิภาพรอยู่กินมานานกว่า30ปีและมีอาชีพเป็นแพทย์แผนจีน มีคลีนิคอยู่ที่อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนนางสาวนิภาพร เป็นแม่บ้าน โดยบุคคลทั้งสองเดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้เมื่อวันที่23 กุมภาพันธ์2563ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบกระดาษเขียนข้อความลาขอโทษบิดามารดาเป็นภาษาไทย แพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง จากการขาดอากาศหายใจ ส่วนสาเหตุการฆ่าตัวตายสันนิฐานว่าเกิดจากความล้มเหลวทางธุรกิจ 
 
จากนั้นจึงดำเนินการแจ้งสถานเอกอัครราชฑูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยทราบและประสานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกาญจนบุรีและตำรวจท่องเที่ยวกาญจนบุรีทราบ ต่อมาโรงพยาบาลมะการักษ์ได้ประสานกับกรมควบคุมโรคดำเนินการนำเนื้อเยื่อของผู้เสียชีวิตไปตรวจสอบ ผลการตรวจสอบไม่พบเชื้อโควิต-19 แต่อย่างใด ทำให้นักข่าวและเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นคลายทุกข์คลายวิตกกังวลอย่างมาก    

หน้าแรก » ภูมิภาค