วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 04:36 น.

ภูมิภาค

ชาวบ้านแฉประวัติ "หลวงปู่เดือนชัย" บวชแล้วสึกนับไม่ถ้วน วีรกรรมอื้อ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 13.39 น.
วันที่ 18 มิ.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจาก คณะสงฆ์จังหวัดมุกดาหาร (ธรรมยุต) มีคำสั่ง ให้พระเดือนชัย ธมมวิจโย  หรือหลวงปูเดือนชัย สังกัดวัดป่าศรัทธาธรรม (ถ้ำหีบ) ต.คำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ที่ได้พำนักอยู่ที่ ที่พักสงฆ์ถ้ำจารย์ครูภูหินด่าง อ.หนองสูงใต้ อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร ออกจากพื้นที่จ.มุกดาหาร ทันที เนื่องจากมีข้อกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมแก่สมณเพศ แสดงตนสื่อทางวิญญาณ โฆษณาตนเองผ่านสื่อต่าง ๆ ผิดธรรมวินัย และกฎระเบียบคำสั่งของมหาเถรสมาคม และเจ้าคณะในท้องที่ได้เตือนแล้วแต่ไม่เป็นผล และหลวงปู่เดือนชัยเริ่มเป็นที่รู้จักของชาวบ้านหลังจากการออกมาช่วยเหลือคดี “น้องชมพู่”เสียชีวิต และในครั้งนั้นหลวงปู่เดือนชัยได้เขียนเลขปริศนาธรรมเหมือนใบ้หวย มีผู้นำไปตีเป็นเลขเด็ดถูกหวยกันเป็นจำนวนมาก
 
ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ที่บ้านเหล่าหลวง ต.วังทอง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นโยมพ่อและโยมแม่ของหลวงปู่เดือนชัยหลังจากมีข่าวหลวงปู่เดือนชัยอาจจะกลับมาอยู่สำนักสงฆ์ของตนเองที่กำลังสร้างอยู่ขณะนี้ ปรากฏว่าว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ทราบข่าวเรื่องของหลวงปู่เดือนชัยแล้ว โดยชาวบ้านบ้านเหล่าหลวง บอกว่า ชาวบ้านไม่ได้สุงสิงกับพระรูปนี้เพราะปกติหลวงปู่มาก็จะมาอยู่สำนักสงฆ์ของตนเอง ไม่ออกมาบิณฑบาตรและไม่มีชาวบ้านไปถวายอาหารเพล 
 
ชาวบ้านรายหนึ่งบอกว่า หลวงปู่เดือนชัยเป็นคนที่บ้านเหล่าหลวงแห่งนี้แหละ มีแม่ยังอยู่และน้องชายส่วนพ่อเสียชีวิตนานแล้ว  แต่หลวงปู่ไม่ค่อยอยู่บ้านเห็นไปๆ มาๆ เห็นกำลังสร้างสำนักสงฆ์อยู่ที่สวนยางพาราที่พ่อและแม่มอบให้ ส่วนใหญ่คนที่บ้านแห่งนี้จะไม่ค่อยได้ไปสุงสิงหรือไปยุ่งเกี่ยวกับหลวงปู่ เพราะชาวบ้านเห็นว่าไม่เป็นวัด เห็นมีแต่คนต่างถิ่นจะเยอะสุดเห็นเป็นคนจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่ส่วนใหญ่มาขอหวยขอเบอร์คงเคยถูกจากหลวงปู่จึงตามมา หวยไม่เคยบอกชาวบ้าน บอกแต่ทางอื่นแม้จะบอกชาวบ้านไม่มีใครซื้อถูกเลย ส่วนชาวบ้านได้ยินข่าวว่าทำพิธีตามหาคนร้ายฆ่าน้องชมพู่อยู่ แต่ชาวบ้านเฉยๆ ธรรมดามากกับหลวงปู่เดือนชัยเพราะเป็นคนที่นี่หลายคนรู้นิสัยหลวงปู่เป็นอย่างดี
 
ส่วนนายบุญทอม เพื่อนสนิทของหลวงปู่เดือนชัย เปิดเผยว่า เป็นเพื่อนสนิทหลวงปู่เดือนชัยสมัยยังไม่บวช เรียนประถมมาด้วยกัน ชื่อเดิมนายหนูเดือน สร้างสุระ หลังจากนั้นก็มาบวช สมัยเป็นคนธรรมดา เป็นคนขี้เหลา มักม่วน แต่ไม่ใช่อันธพาล การบวชนั้นนับครั้งไม่ได้เพราะหลวงปู่เดือนชัยจะบวชแล้วจะสึกอยู่อย่างนี้ประจำ หลวงปู่เคยบอกให้ฟังว่าถ้าสึกออกมาเป็นโยมจะไม่มีเงิน แต่หากบวชเป็นพระจะมีเงิน แต่ไม่ค่อยอยู่บ้านไปๆ มาๆ ส่วนเรื่องใบ้หวยเคยไปหาหวยกับหลวงปู่ แต่ไม่เคยถูกสักครั้งเดียว ส่วนจะมาอยู่บ้านที่สำนักสงฆ์ที่กำลังสร้างก็แล้วแต่ ชาวบ้านคงไม่ห้าม เพราะชาวบ้านไม่เกี่ยว ตนเองเคยถามหลวงปู่มาอยู่นี่การกินการกินอย่างไร หลวงปู่เคยบอกว่าการกินการอยู่ของเฮาไม่ยาก กินทางไลน์ส่งข้อความก็มีคนมาส่งให้ ส่วนเรื่องอิทธิฤทธิ์ปฏิหาริย์ไม่เคยเจอ เจอแต่ทำอิทธิฤทธิ์ทำร้ายข้าวของพังบ้านของน้องชาย สงสัยหลวงปู่โกรธ เคยแต่ปาฏิหาริย์แบบนี้ เพื่อนสนิทหลวงปู่เดือนชัยกล่าวตอนท้าย
 
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าไปดูบริเวณสวนยางพาราที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ โดยเป็นของหลวงปู่เดือนชัยที่แม่ยกที่ดินให้กำลังมีการก่อสร้างสำนักสงฆ์ มีการถมดินเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่และ มีการก่อสร้างกุฏิชั้นเดียวคล้ายทรงโมเดิร์น แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ข้างกำแพงกุฏิมีการลงยันต์อักขระข้างในเป็นรูปหัวใจติดปีก  คาดว่าเป็นยันต์ที่หลวงปู่เขียนเอาไว้ข้างกำแพงกุฏิแห่งนี้ ห่างจากกุฏิไปด้านหลังประมาณ 40 เมตรมีการก่อสร้างห้องน้ำเอาไว้จำนวน 2 หลัง โดยชาวบ้านที่พาผู้สื่อข่าวสำรวจพื้นที่สำนักสงฆ์บอกว่า หากหลวงปู่กลับมาที่บ้านก็จะพักอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้มาแค่วันสองวันก็จะกลับโดยมีลูกศิษย์ติดตามมาด้วย
 
ทางด้านนายประเสริฐ โอดมั่น อายุ 60 ปี กำนันต.วังทอง เปิดเผยว่า ติดตามข่าวของหลวงปู่เดือนชัยมาตลอดเพราะเป็นบ้านเดียวกันและโตมาด้วยกันและรุ่นราวคราวเดียวกันรู้จักสนิทกันมาตั้งแต่สมัยพ่อของหลวงปู่ แต่เห็นไปอวดอิทธิฤทธิ์ปฏิหาริย์ อุตตริใบ้หวย ตนเห็นว่าไม่เหมาะสม ส่วนใหญ่ชาวบ้านที่บ้านแห่งนี้จะเฉยๆกับหลวงปู่ไม่ค่อยไปยุ่งเกี่ยวเท่าไร เพราะชาวบ้านจะรู้นิสัยของหลวงปู่เดือนชัยเป็นอย่างดีเคยบวชมาแล้วหลายครั้ง บวชแล้วก็สึก พอสึกออกมาแล้วก็ไปบวชใหม่เป็นอย่างนี้ประจำและชอบเรื่องเครื่องรางของขลังและใบ้หวย หลังจากมาถมที่ดินจะสร้างสำนักสงฆ์ก็เกิดปัญหานิดนึงเพราะมีนายหน้าผู้รับเหมาถมดินมาปรึกษาตนอยากให้เคลียร์เรื่องเงินถมดินจำนวน 100,000 บาทเศษ ที่หลวงปู่จ้างผู้รับเหมามาถมดินแต่ยังไม่จ่ายเงินเค้า ตนก็ไปพูดคุยกับหลวงปู่เดือนชัยสุดท้ายตกลงกันได้โดยหลวงปู่ยอมจ่ายเป็นงวด ส่วนเรื่องที่หลวงปู่มาอยู่สำนักสงฆ์ที่บ้านเหล่าหลวง ก็มาอยู่ได้เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่จริงๆ แล้วเป็นพระเป็นเจ้าต้องอยู่ในศีลที่มีข้อปฏิบัติอยู่ ต้องรักษาศีลให้ได้ ในการไปใบ้หวยแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์นั้น ตนเองถือว่าไม่เหมาะสม กำนันต.วังทองกล่าวย้ำว่า ถ้าหลวงปู่มาอยู่นี่ไม่รบกวนชาวบ้านก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามาแล้วทำความเดือดร้อนรำคาญให้ชาวบ้าน คิดว่าชาวบ้านคงไม่ยอมแน่นอน

หน้าแรก » ภูมิภาค