วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569 08:14 น.

ภูมิภาค

นายอำเภอสั่งระงับ! สำนักสงฆ์ขุดเขา-อ้างอดีตนายพลสั่งการ

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 14.08 น.

นายอำเภอสัตหีบ นำกำลังสอบสำนักสงฆ์โพธิยะ (ธรรมยุต) พบหลักฐานขุดภูเขา แผ้วถาง ย้ายดินออกพื้นที่ กีดขวางทางน้ำธรรมชาติ สั่งระงับแจ้งที่ดินสัตหีบตรวจสอบเอกสารสิทธิ หากพบบุกรุกป่าแจ้งความดำเนินคดีทันที

 


    

เมื่อวันที่ 21 ก.ค.63  นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า มีรถแบคโฮ และรถบรรทุกสิบล้อหลายคัน ขึ้นไปขุดดินบนภูเขาพื้นที่ สำนักสงฆ์โพธิยะ สาขาโพธิสัมพันธ์  ม.8 ต.พลูตาหลวง  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงแจ้งให้ พ.จ.อ.วิษณุ โตสมบัติ นายกอบต.พลูตาหลวง นางสุทธารัตน สนามชัย กำนันตำบลพลูตาหลวง นางพิกุล โสภา ปลัดอำเภอสัตหีบ พร้อมประสาน นายบงกรด อุ่นเรือน หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าไม้ บางละมุง (ชบ.1) ร่วมตรวจสอบ


เบื้องต้น จากการลงพื้นที่ พบล่องรอยการขุดดินลูกรังจากภูเขา นำออกไปจำนวนมาก และข้างเคียงมีขุดดิน แผ้วถางพื้นที่ป่าเป็นวงกว้าง จึงได้สั่งระงับการดำเนินการ เพราะไม่มีการขออนุญาตพื้นที่ในการปรับหน้าดิน อีกทั้งยังมีการขุดภูเขา

 


    

นางพิกุล โสภา ปลัดอำเภอสัต กล่าวว่า สอบถามพระจำพรรษาภายในสำนักสงฆ์ ทราบว่า มีพระจำพรรษา จำนวน 5 รูป เจ้าสำนักได้มรณภาพไปแล้ว การที่มีรถเข้ามาขุดภูเขา และแผ้วถางปรับพื้นที่ใกล้เคียงสำนักสงฆ์ จำนวนหลายไร่นั้น  ได้มีอดีตนายพลชั้นยศ (พลเรือเอก) เกษียณราชการไปนานแล้ว ได้ให้รถเข้ามาดำเนินการ เพื่อจะทำที่จอดรถ และที่กลับรถภายในสำนักสงฆ์ อำนวยความสะดวกให้ญาติโยม ที่ขึ้นมาปฏิบัติธรรม
    

ส่วนความเป็นมาของสำนักสงฆ์แห่งนี้ อาตมาไม่ทราบว่า สำนักสงฆ์แห่งนี้จัดตั้งอย่างถูกต้องหรือไม่ และจดทะเบียนไว้กับสำนักพระพุทธศาสนาหรือเปล่า ส่วนที่ดินแปลงริมภูเขา 3 ไร่ ทางด้าน อดีตนายพล ได้ถวายที่ดินให้กับพระยอด(เจ้าสำนักองค์เก่าที่มรณภาพไปแล้ว) ต่อมาได้มีญาติ โยม เข้ามาร่วมสร้างที่พักสงฆ์ ศาลาปฏิบัติธรรม ถวาย

 


    

นายบงกรด อุ่นเรือน หน.หน่วยป้องกันรักษาป่า กล่าวว่า หลังจากการตรวจสอบ ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้แน่นอน และได้ตรวจสอบแนวเขตที่ดินบริเวณรอบ ๆ อีก 4 จุด พบว่า ที่ดินใกล้เคียงที่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครองแล้ว ประมาณกว่า 7 ไร่ ส่วนที่มีการขุด แผ้วถางที่ดินป่าต้นน้ำนั้น เบื้องต้น ยังไม่พบว่ามีเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดิน เพราะไม่ปรากฏในแผนที่ อีกทั้งได้ตรวจสอบทะเบียนสำนักสงฆ์แล้ว ไม่พบมีการแจ้งไว้กับสำนักพุทธศาสนา จะต้องตรวจสอบให้แน่นอนอีกครั้ง

 


    

และกล่าวว่า หลังจากที่ได้สั่งระงับ ทุกสาวนที่เกี่ยวข้อง จะต้องทำรายละเอียดของที่ดินทั้งหมด รายงานให้นายอำเภอสัตหีบ และเสนอให้ ที่ดินสัตหีบตรวจสอบรังวัดแนวเขตอย่างละเอียดอีกครั้ง ถ้ามีการกระทำความผิดในเรื่องของป่า ภูเขา และบุกรุกที่ดิน ต้องแจ้งความดำเนินคดี และตรวจยึดคืนแผ่นดินอย่างแน่นอน

หน้าแรก » ภูมิภาค