วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2563 20:33 น.

ภูมิภาค

อธิบดี ทช. นำทีมลุยตรวจยึดฟื้นฟูป่าชายเลนวังกระแจะ พบรุกพื้นที่กว่า 111 ไร่

วันเสาร์ ที่ 01 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 18.07 น.
เวลา 13.00 น.เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2563 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีพิเชียน ลิมป์หวังอยู่ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด บูรณาการร่วมกับ นอ.ไพฑูรย์ เพ็ญต่าย รอง ผอ. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตราด ทหาร ชุดปฏิบัติการพิเศษที่ 617 ตำรวจกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 117 หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตร. 2 (คลองห้วยแร้ง) ฝ่ายปกครอง ชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมกว่า 60 นาย สนธิกำลังปฏิบัติการตรวจยึดพื้นที่ป่าชายเลน ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเสม็ด ท้องที่หมู่ 7 บ้านท่าประดู่ ต. บางกระแจะ อ. เมือง จ. ตราด ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่า และฟื้นฟูป่าไม้ทั่วประเทศให้กลับคืนมาสู่สภาพสมบูรณ์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ย้ำเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขปัญหา และป้องกันการบุกรุกพื้นที่เพิ่ม อีกทั้ง ให้นำพื้นที่ที่บุกยึดได้มาพลิกฟื้นคืนสภาพป่าสมบูรณ์ดังเดิม
 
ภายหลังนายโสภณ ทองดี ได้เป็นประธานปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการตรวจยึด “เพิ่มและฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลน” ณ ฐานปฏิบัติการองค์การบริหารส่วนตำบลวังกระแจะ อำเภอเมือง จังหวัดตราด แล้ว ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและยึดคืนพื้นที่บุกรุกป่าชายเลน ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเสม็ด ท้องที่หมู่ 7 บ้านท่าประดู่ ต. บางกระแจะ อ. เมือง จ. ตราด เนื้อที่รวมกว่า 111-0-48 ไร่ ซึ่งสภาพพื้นที่พบต้นกระถินเทพากว่า 92 ไร่ และยางพาราประมาณ 20 ไร่ กระจายอยู่เต็มพื้นที่ ซึ่งตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2559 กำหนดโทษการบุกพื้นที่ป่าไม้ขนาดเนื้อที่แปลงใหญ่ เกิน 25 ไร่ มีโทษจำคุก 4 ปี ไม่เกิน 20 ปี หรือปรับ 200,000 - 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งกรมฯ จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
 
นายโสภณ กล่าวหลังจากลงพื้นที่ตรวจยึดพื้นที่ป่าแล้วว่า พื้นที่บุกรุกมีการทำประโยชน์จากผู้ครอบครองที่ยังไม่มาแสดงตัว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ในพื้นที่รับผิดชอบจะได้มีการดำเนินการแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.เมืองตราดเพื่อให้ติดตามผู้ครอบครองมาดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้ จะพบว่า สภาพพื้นที่มีการปลูกต้นยางพารา 20 กว่าไร่ กระถินเทพากว่า 90 ไร่ อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งการครอบครองเรียนว่าเป็นนายทุน ที่เข้ามาทำประโยชน์จากสภาพพื้นที่ซึ่งไม่ใช่การครอบครองแล้วทิ้งไปซึ่งเรื่องนี้ทางรัฐบาลจะไม่ยอมให้มีการบุกรุกเช่นนี้ ส่วนใครที่เป็นเจ้าของก็สามารถมาแสดงสิทธิต่อเจ้าพนักงานเพื่อจะพิสูจน์หลักฐานการครอบครองให้เกิดความชัดเจน
 
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ตรวจยึดได้ กรมฯ จะนำไปฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ และนำเข้าสู่กระบวนการจัดสรรที่ดินทำกินให้เกษตรกรที่ยากไร้ ตามความเหมาะสมและสมควร นอกจากนี้ จะได้ร่วมกับภาคประชาชนในการปลูกป่าและดูแลผืนป่า ซึ่งก็เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการพลิกฟื้นผืนป่าให้กลับมาสมบูรณ์ตามธรรมชาติดังอดีตที่ผ่านมา นายโสภณ ทองดี กล่าวในที่สุด

หน้าแรก » ภูมิภาค