วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2563 21:16 น.

ภูมิภาค

2แม่ลูกขับรถกระบะ เสียหลักพุ่งตกคลองจมน้ำดับอนาถ

วันอาทิตย์ ที่ 02 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 10.17 น.

เมื่อเวลา  11.00 น.ของวันที่ 1 ส.ค.63 ร.ต.อ.ณัฐพัฒน์ ท้วมสุข รองสารวัตรสอบสวน สภ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากตำรวจจุดบริการประชาชนตำบลรางหวาย อ.พนมทวนฯ ว่ามีชาวบ้านทำไร่ผักไปพบล้อรถยนต์จมอยู่ในคลองชลประทานโครงการส่งน้ำสาย สองพี่น้อง หมู่ 7 บ้านหาดงิ้ว ต.รางหวาย อ.พนมทวนฯ แต่ยังไม่ทราบว่าจะมีผู้เสียชีวิตหรือไม่
     

หลังรับแจ้งจึงประสานไปยังนายสุชน ทิวากร ผอ.ศูนย์หนึ่งใจ.. ช่วยเหลือผู้ประสบภัยมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ กาญจนบุรี(กู้ชีพขุนร้ตนาวุธ) เพื่อขิกำลังนักประดาน้ำของมูลนิธิฯ และเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย ที่พบล้อรถยนต์จมอยู่ในน้ำ และจากการตรวจสอบของนักประดาน้ำที่ลงงมค้นหาพบว่า ที่บริเวณใต้น้ำภายในคลองชลประทานสายดัวกล่าวมีรถยนต์กระบะอยู่ในสภาพพลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่ จึงทำการใช้เชือกผูกกับตัวรถไว้เพื่อไม่ให้กระแสน้ำซึ่งไหลเชี่ยวมากอาจจะทำให้ซากรถยนต์ดังกล่าวถูกกระแสน้ำพัดลอยไปจากจุดที่พบ จากนั้นจึงประสานไปยังรถยกเพื่อมาทำการฉุดลากรถยนต์คันดังกล่าวขึ้นมาเพื่อตรวจสอบว่า ภายในรถมีร่างผู้เสียชีวิตหรือไม่
     

เวลา 12.00 น.เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ และนักประดาน้ำต้องตกใจวิ่งข้ามผ่านไปยังประตูระบายน้ำที่ปิดกั้นคลองชลประทานฯ ติดตาม ด้วยกลุ่มฝูงชนที่แตกตื่นวิ่งตามไปด้วย เนื่องจากเชือกที่นำไปผูกไว้กับตัวรถยนต์กระบะเกิดขาดจึงทำให้กระแสน้ำที่ไหลแรง พัดพาซากรถไหลผ่านบานประตูระบายน้ำจมหายไปอีกช่วงหนึ่งที่มีประตูระบายน้ำปิดกั้นอยู่ เจ้าหน้าที่มูลนิธิ และนักประดาน้ำจึงได้เจรจากับนายธนกร อุณหกาญจน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 บ้านหาดงิ้ว เพื่อช่วยประสานงานกับทางกรมชลประทานเพื่อขอให้ช่วยปิดการระบายน้ำชั่วคราว เพื่อที่เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำจะได้สะดวกแก่การงมค้นหาซากรถยนต์คันดังกล่าวที่ถูกกระแสน้ำพัดพาหายไป และก็ได้รับคำตอบว่า สามารถปิดการระบายน้ำได้เพียง 30 นาทีเท่านั้น หากปิดการระบายน้ำนานกว่านี้จะเกิดความเสียหายเกิดขึ้นได้
     

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังทางชลประทานได้ปิดบานประตูระบายน้ำซึ่งอยู่ต้นทางแล้ว ทำให้ความแรงของกระแสน้ำในคลองชลประทานลดระดับความแรงของน้ำลดลง เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำจึงทำการงมค้นหาแบบปูพรมหน้ากระดานเรียง 1 ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็พบซากรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุสีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน 8 กร-1953 กรุงเทพมหานครฯ อยู่ในสภาพกระจกด้านข้างแตก ภายในรถมีร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิงนอนซุกอยู่ จึงนำร่างขึ้นมาไว้บนฝั่ง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่นักประดาน้ำอีกส่วนหนึ่งก็พบร่างผู้เสียชีวืตเป็นผู้หญิงอีกคนซึ่งถูกกระแสน้ำพัดพาร่างหลุดออกจากซากรถ ห่างจากจุดที่พบซากรถไปประมาณ 10 เมตร จึงช่วยกันนำศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายซึ่งเป็นแม่ลูกกันขึ้นมาไว้บนฝั่ง
     

จากนั้นจึงประสานแพทย์เวร รพ.ท่านเจ้าคุณไพบูลย์ อ.พนมทวนฯ ให้มาร่วมทำการชันสูตรพลิกศพ จากการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ไม่พบว่า ตามร่างกายของผู้ตายทั้ง 2 คนมีบาดแผล หรือร่องรอยการถูกทำร้าย สภาพศพเริ่มจะขึ้นอืดเนื่องจากแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานานกว่า 24 ชม.สาเหตุของการเสียชีวิตเป็นเพราะขาดอากาศหายใจ ตรวจสอบหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ตายทั้ง 2 ราย รายแรกชื่อ นส.ศรสวรรค์ ไพศาลดวงจันทร์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 8 ต.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ส่วนอีกรายชื่อนางสุมาลี ไพศาลดวงจันทร์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 8 ต.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เช่นกันซึ่งผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายเป็นแม่ลูกกัน มีอาชีพทำงานเป็นคนดูแลสวนกล้วยไม้อยู๋ที่ ต.หนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี
     

จากการสอบสวนสามีและลูกชายของผู้ตายทราบว่า ก่อนหน้าที่ภรรยาและลูกสาวจะหายไปและเสียชีวิตครั้งนี้ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 31 ก.ค.63 ที่ผ่านมานางสุมาลี บอกว่าจะไปรับเงินเดือนที่บริษัท ซึ่งตั้งอยู่ตที่บ้านตลาดเขต ต.รางหวาย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เนื่องจากเป็นวันเงินเดือนออก และจะไปเก็บเงินค่าแชร์กับพวกลูกแชร์ด้วย จากนั้นภรรยาและลูกสาวก็ขับรถออกจากสวนกล้วยไม้ไป และหายไปทั้งคืน จนกระทั่งเช้า ตน จึงได้โทรศัพท์สอบถามไปยังเพื่อนๆ คนงานด้วยกัน ก็ได้รับคำตอบว่า ขับรถกลับบ้านไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืน
     

ด้านนางกาญจนา เกตศูนย์ อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของนางสุมาลี ผู้ตายเล่าว่า หลังจากผู้ตายและลูกสาวมารับเงินเดือนที่บริษัท และเก็บค่าแชร์เสร็จ ผู้ตายและลูกสาวได้ไปนั่งกินข้าวเย็นกับเพื่อนๆ คนงานด้วยกัน กินเสร็จก็ขับรถกลับบ้านหายไป จนกระทั่งสามีผู้ตายได้โทรมาสอบถามว่านางสุมาลี และลูกสาวหายไปยังกลับไม่ถึงบ้าน จึงได้ช่วยกันออกติดตามค้นหาจนกระทั่งตอนสายๆ มีข่าวว่า ชาวบ้านไปเจอรถตกคลองชลประทาน จึงได้เดินทางมาดูพบว่า รถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถยนต์ที่นางสุมาลีและลูกสาวขับอยู่ จมอยู่ในคลองชลฯ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ทำการงมร่างผู้เสียชีวิตขึ่นมาพบว่าเป็นศพของนางสุมาลีและลูกสาว จึงได้โทรศัพท์บอกสามีและลูกชายของผู้ตายให้มาดู
     

เบื้องต้นจากการตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุพบรอยล้อเบรคเป็นทางยาวที่บริเวณริมคลองชลฯ สันนิษฐานว่า ขณะที่ผู้ตายกำลังขับรถกลับบ้าน รถเกิดเสียหลักพุ่งตกลงไปในคลองชลฯ จมน้ำเสียชีวิต เอง สอบถามสามีของผู้ตายและญาติๆ ไม่มีใครติดใจสงสัยสาเหตุการเสียชีวิต จึงมอบศพให้สามีและญาติๆ นำศพไปจัดการตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

หน้าแรก » ภูมิภาค