วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2563 01:34 น.

ภูมิภาค

2 พ่อลูกร้องขอความเป็นธรรม ต้นไม้ทับบ้านพังแจ้งเจ้าของจ่ายค่าเสียหาย-อ้างภัยธรรมชาติ

วันพุธ ที่ 05 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 08.39 น.

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 4 ส.ค.63 นายนุกูล  เมืองคลี่ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59/5 หมู่ 4 ตำบลครน อ.สวี จ.ชุมพร พร้อมด้วยนางสาวนันทนิตย์  เมืองคลี่ อายุ 31 ปี สองพ่อลูกพาผู้สื่อข่าวสำรวจความเสียหายเป็นบ้านขนาดใหญ่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง มุงหลังคาเสร็จแล้ว โดยมีก้อนอิฐกองเรียงรายไว้แต่ยังไม่ได้กั้นตัวบ้าน หลังจากที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับพังเสียหายมีเศษกระเบื้องหลังคาตกเกลื่อนกระจัดกระจาย  พร้อมเรียกร้องความเป็นธรรมจากเจ้าของสวนฝั่งตรงข้ามและเป็นเจ้าของต้นไม้ วอนช่วยจ่ายค่าเสียหายแต่กลับถูกปฏิเสธอ้างว่าเป็นภัยธรรมชาติให้ไปเรียกร้องเอาผิดกับหน่วยงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรืออบต.เอาเอง

 


ทั้งนี้สองพ่อลูก กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.วันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดพายุซินลากู มีลมกระโชกหมุนพัดรุนแรงทำให้ต้นไม้สะเดาเทียมขนาดใหญ่ 3  ต้นที่อยู่คนละฝั่งถนน หักโค่นลงมาทับบ้าน 2 ต้น ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างพังเสียหายและสายไฟฟ้าขาด หลังจากนั้นได้แจ้งให้องค์การบริหารส่วนตำบลครนรับทราบ เพื่อยื่นเรื่องขอเงินชดเชยแต่กลับถูกปฏิเสธเนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวไม่อยู่ในหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการขอเงินชดเชยอุกทภัย วาตภัย เพราะยังไม่มีเลขที่บ้าน และพื้นที่ดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิ์ในการถือครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 


ต่อมาด้านอบต.ครนได้แนะนำให้ไปเรียกร้องความเสียหายกับเจ้าของต้นไม้แต่ก็ถูกปฏิเสธเหมือนกันโดยชายเจ้าของต้นไม้สวนฝั่งตรงข้ามบอกว่าไม่จ่ายอ้างว่าเป็นภัยจากธรรมชาติให้เอาผิดกับ อบต.  ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าของสวนมีการโค่นต้นยางพาราและปรับหน้าดินเพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน  แต่ไม่ตัดต้นไม้สะเดาเทียม 3 ต้นที่ยืนตระหง่านสูงลิบใกล้กับบ้าน  ทำให้ทางครอบครัวตนได้ทักท้วงว่าขอให้ตัดต้นไม้ใหญ่ออกได้ไหมเพราะอาจจะโค่นล้มได้ง่าย ทางเจ้าของสวนหรือเจ้าของต้นไม้ใหญ่บอกว่าไม่ตัดจะยกไว้ทำบ้าน จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมาจริงๆ ตนเห็นว่าทางครอบครัวไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.สวี แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคดีเพ่งให้ไปเรียกร้องค่าเสียหายกับเจ้าของต้นไม้หรือให้ไปฟ้องศาล

 


ครอบครัวผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า กว่าจะเก็บหอบรอมริบเงินทองมาสร้างบ้านหลังนี้ได้ใช้เวลาถึง 8 ปี แต่ก็ยังไม่เสร็จ หมดเงินไปกว่า 200,000 บาท ตนยอมรับว่าไม่ได้เงินชดเชยจากอบต.นั้นเข้าใจดีว่าพื้นที่พ่อแม่ครอบครองผืนดินบนเนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ไม่มีเอกสารสิทธิ์แต่อยู่อาศัยในที่ดินผืนนี้มานานหลายสิบปี และไม่ติดใจอบต.แต่อย่างใด เพียงวอนขอความเห็นใจเจ้าของต้นไม้ให้ออกมารับผิดชอบยอมจ่ายค่าเสียหายกับบ้างส่วนจำนวนเงินเท่าไหร่นั้นแล้วแต่จะตกลงกัน