วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2563 01:20 น.

ภูมิภาค

สุดจะช้ำ!พนักงานโรงแรมดังชะอำ ร้องทำงาน15วันได้เงินเดือนแค่30%

วันพุธ ที่ 05 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 20.53 น.

วันที่ 5 สิงหาคม ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเพชรบุรี ได้มีกลุ่มพนักงานโรงแรมชื่อดังริมหาดชะอำกว่า 30 คน รวมตัวกันเข้าร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานฯ หลังจากทำงานครบ 15 วัน แต่ทางโรงแรมจ่ายเงินเดือนให้แค่ 30 เปอร์เซ็นต์ซึ่งต่ำกว่ากฎหมายแรงงานกำหนด ส่งผลให้พนักงานได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

 


นายปิยะ พดด้วง ผู้จัดการห้องอาหาร แผนกอาหารและเครื่องดื่ม กล่าวว่าวันนี้ตนและเพื่อนพนักงานได้มาร้องขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ เนื่องจากโรงแรมเปิดกิจการแล้ว แต่พนักงานโรงแรมส่วนใหญ่ไม่ได้กลับเข้าไปทำงาน มีเพียงพนักงานบางส่วนที่ได้กลับเข้าไปทำงานเต็มเวลาแต่มีเงื่อนไขในการรับเงินเดือนคือ 60 เปอร์เซ็นต์ ทำงาน 15 วัน และโดนบังคับให้ลางานอีก 15 วัน สุดท้ายได้รับเงินเดือนเพียง 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

 

 

สำหรับพนักงานที่ไม่ได้รับสิทธิ์กลับเข้าทำงาน ทางโรงแรมก็ไม่มีการเยียวยาและช่วยเหลือแต่อย่างใด ครอบครัวพนักงานได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมาทางโรงแรมได้เรียกตัวพนักงานเข้าไปประชุมพูดคุยเพื่อหาข้อยุติ แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบหรือคำยืนยันจากทางโรงแรม ในขณะที่โรงแรมได้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมาได้มีลูกค้าและนักท่องเที่ยวเข้าใช้บริการตามปกติและเป็นช่วงวันหยุดยาว แต่ทางโรงแรมก็ยังไม่มีนโยบายที่จะเรียกพนักงานที่เหลืออีก 60% กลับเข้าทำงาน รวมถึงไม่มีมาตรการช่วยเหลือพนักงานแต่อย่างใดแม้แต่น้อย

 


“พนักงานหลายคนไม่ได้มีรายได้หลักหลายทาง ที่ผ่านมา 3 เดือนจากสถานการณ์โควิดมีเพียงความช่วยเหลือจากประกันสังคมเท่านั้น และเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาพนักงานไม่มีรายได้เข้ามาเลี้ยงครอบครัวเลย แต่ต้องมีรายจ่าย ค่าบ้าน ค่ารถ และค่าใช้จ่ายต่างๆก็ยังคงปกติทุกเดือน และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะมีการจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานให้แก่พนักงาน เราจึงรวมตัวกันมาแจ้งกับสำนักงานคุ้มครองแรงงานฯเพื่อขอความช่วยเหลือ” นายปิยะกล่าว

 


ด้านนายวรรณณะ สามัคคี นักวิชาการชำนาญงานแรงงานพิเศษ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเพชรบุรี  กล่าวว่าได้ให้พนักงานทั้งหมดเขียนคำร้องของแต่ละคนไว้ หลังจากนั้นจะเชิญนายจ้างมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวโดยจะดูข้อเท็จจริงประกอบกับข้อกฎหมายต่อไป.