วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563 03:36 น.

ภูมิภาค

ญาติคาใจหนุ่มผูกคอดับในห้องขัง ผ่านเกือบเดือนเรื่องยังเงียบ!

วันศุกร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2563, 14.59 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า ช่วงเที่ยงผ่านมา วันที่ 18 กันยายน 2563 ญาติ นายวรวุท ปลอดขำ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 8 ตำบลชะรัด อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง ร้องขอความเป็นหลังจากที่นายวรวุท ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.กงหรา ในข้อหาเสพยาเสพติด และถูกควบคุมตัวเข้าห้องขังเพื่อเตรียมตัวนำไปบำบัดในฐานะผู้ป่วย แต่อยู่ในห้องขังได้เพียงแค่ชั่วโมงเดียว พบนายวรวุท ใช้เสื้อยืดแขวนคอตัวเอง จนหมดสติ ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาพบและได้ช่วยปั้มหัวใจนำตัวส่ง รพ.กงหรา แต่อาการสาหัส แพทย์ได้นำตัวส่งต่อยังโรงพยาบาลพัทลุง เพื่อให้แพทย์ช่วยชีวิต แต่สุดท้าย ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ เนื่องจากสมองขาดออกชิเจนเป็นเวลานาน โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา โดยขณะที่เสียชีวิตทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุ ห้ามญาติเก็บภาพและโพสน์ข้อความผ่านโลกโซเซี่ยล และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่สุดท้าย กลับเงียบหาย ไม่มีคำตอบไดๆ จากทางเจ้าหน้าที่โดยญาติยังระบุอีกว่าได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบ จนเข้าร้องต่อผู้สื่อข่าวดังกล่าว

 

 

โดยรอมหละ กาหรีม อายุ 58 ปี มารดาของนายวรวุท ที่เสียชีวิต กล่าวว่า ยอมรับว่าลูกชายเสพยาเสพติดจริง แต่ก็เสพเพื่อนำงาน และเป็นแรงงานหลักของครอบครัว รับจ้างทั่วไป เพื่อหารายได้เลี้ยงพ่อแม่ โดยพ่อที่ป่วยติดเตียงมากว่า 6 เดือนลูกชายเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด พร้อมขับรถเพื่อนำพ่อไปตรวจร่างกายยังโรงพยาบาลทุกเดือน และครอบครัว ที่มีลูก 2 คนที่ต้องดูแล วันนี้ลูกชายได้เสียชีวิตก็เหมือนกับว่าครอบครัวหมดหวังและกำลังใจ

 


 

ด้านนางปัทมาพร มีชอบ อายุ 33 ปี พี่สาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตั้งแต่สิบเวร ร้อยเวร และ ผกก.สภ.กงหรา ออกมารับผิดชอบ ที่ปล่อยให้ผู้ต้องขังเสียชีวิตในห้องขัง ไม่ใช่ปล่อยให้ทุกอย่างเงียบ และห้ามญาติไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากหลายหน่วยงาน ไม่แสดงความรับผิดชอบไดๆ

 

 

 

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ เข้าพบ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ อุสมา ผกก.กงหรา จ.พัทลุง กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ปฎิบัติตามหน้าที่อย่างถูกต้องและถูกระเบียบในการควบคุมตัว ผู้ต้องขัง และจะให้ต้องดูแลผู้ต้องขังตลอดเวลานั้นมันเป็นไปได้ยาก ซึ่งในช่วงเกิดเหตุก็ได้ทำความเข้าใจกับญาติผู้เสียชีวิตไปแล้ว ตำรวจก็ทำไปตามระเบียบกฎหมายเท่านั้น