วันศุกร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2564 20:10 น.

ภูมิภาค

สลด!กระทิงติดแร้วตายกลางป่า วอนเลิกวางแร้วสัตว์คุ้มครองเหลือไม่มาก

วันศุกร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 20.41 น.

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 11 มิ.ย.64  ที่ เขตบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ น้ำตกหงาวที่ 2 อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ  สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 4 สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นายชลิต สินโรจน์ธนากร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว  นายสัตวแพทย์ ปิยะ เสรีรักษ์ นายวันชัย เลิศไกร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.ปากทรง  อ.พะโต๊ะ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ จนท.อบต.ปากทรง พร้อมรถแบคโฮ ชาวบ้านจำนวนหนึ่ง เดินทางไปยังกลางป่าลึกบนเทือกเขานมสาว หมู่ที่ 6 ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

 


              

นายวรพจน์ เปิดเผยว่า”หลังจากรับแจ้งจากชาวบ้านว่า ในขณะที่กำลังทำสวนปาล์มน้ำมัน บนสวนกลางป่าลึกบนเทือกเขานมสาว ห่างจาก ริมถนน จาก หลังสวน-ราขกรูด หมู่ที่ 6 ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร เพียง 2 กม. เส้นทางยากลำบากด้วนรถโฟว์วีล เท่านั้น ริมทางเป็นเหวลึกที่เชิงเขาสูงชัน พบศพของกระทิงขนาดใหญ่ตายอยู่กลางลำห้วย ซากของกระทิงหนุ่ม อายุประมาณ 10 ปี รูปร่างใหญ่โต ถูกรุมตอมด้วยแมลงต่างๆ หนอนยั้วเยี้ย ส่งกลิ่นเหม็นไกลไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางฝนตกอย่างหนัก นายสัตวแพทย์ปิยะ ชันสูตรพบที่ขาขวาหน้าด้าน มีเชือกแร้วขนาดใหญ่พันติดคาอยู่โดยรอบ ข้อขาเน่าเปื่อยจนมองเห็นกระดูก เป็นที่น่าสลดใจมาก คาดว่าตายมาแล้ว5-7 วัน จากการวัดมีความยาวจากส่วนหัว ถึงหาง 2 เมตร วัดจากกลีบเท้าถึงกลางหลังสูง 1.4 เมตร  น้ำหนักร่วม 1000 กก. จึงตัดเอาส่วนหัวกลับไป แล้วให้รถแบคโฮ ยกร่างกระทิงลงไปฝังส่วนลำตัว พร้อมกับราดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ก่อนจะกลบทิ้งไว้ สองเดือน จึงจะมานำโครงกระดูกไปทำการศึกษาวิจัยต่อไป

 


                  

นายปิยะ สัตวแพทย์ กล่าวว่า “สาเหตุการตายเกิดจากบาดแผลที่กระทิงติดแร้วมาจากกลางป่าลึก แล้วกระชากจนเชือกแร้วขาดติดขา  ทำให้เกิดบาดแผลที่บริเวณข้อขา ต้องเดินกระเผก  เมื่อมาถึงลำห้วยด้วยความน้ำหนักมาก ทำให้กระทิงล้มแล้วไม่สามารถลุกขึ้นได้ เพราะต้องใช้ขาหน้าในการยันตัว แต่เมื่อขาเจ็บจึงไม่สามารถลุกขึ้นได้”และบาดเจ็บจนสิ้นใจตาย” ด้านนายวรพจน์กล่าวว่า “คาดว่ากระทิงน่าจะเดินไปติดแร้วที่ชาวบ้านวางไปดักสัตว์ เมื่อกระทิงเดินมาติดแร้วแล้วกระเซอะกระเซิงลงจากกลางภูเขาสูงมาจนถึงลำห้วยนานหลายวันจนเกิดแผลลึก กระเสือกกระสนลงมากินน้ำที่ลำห้วยแล้วล้มลงจนเสียชีวิต นายชลิต กล่าวว่ากระทิงตัวนี้เชื่องมาก จึงอยากขอให้ชาวบ้านเลิกวางแร้วดักสัตว์ เพราะสัตว์ป่าคุ้มครองเหลือจำนวนไม่มากแล้ว อีกทั้งใรเขตอุทยานฯไม่สามารถมาจับสัตว์ทุกชนิดได้ มีความผิดตามกฎหมาย”  นส.วาสนา นาคสังข์ อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 6 ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ชาวบ้านใมนพื้นที่ กล่าวว่า”พบเห็นกระทิงตัวนี้บ่อยมาก มีความเชื่อง ไม่มีวี่แววจะทำร้ายคน รู้สึกเสียดายที่พบว่า มันติดแร้วตาย”