วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 22:22 น.

ภูมิภาค

แก็งมิจฉาชีพหลอกขายปุ๋ยปลอม เกษตรกรในอำเภอท่าแซะตกเป็นเหยื่อ

วันพุธ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2565, 18.33 น.

มื่อวันที่ 20 เม.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.สำเริง อำพรรทอง. พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ พ.ต.อ.สมเกียรติ ตันติกนกพร รอง ผบก.ปคบ.,พ.ต.อ.อภิชาติ เรนชนะ ผกก.๒ บก.ปคบ. พ.ต.ท.กานต์กนิษฐ์ จงประเสริฐ , พ.ต.ท.ธีรภพ พันธุชาติ รอง ผกก.๒ บก.ปคบ. ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการที่ 4 กก.2 บก.ปคบ.ประกอบด้วย พ.ต.ต.พงษ์ธนา กรีฑา สว.กก.2 เจ้าพนักงานตำรวจ บก.ปคบ.ไปทำการสืบสวนหลังจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ในพื้นที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ว่ามีผู้ฉวยโอกาสในขณะที่ปุ๋ยราคาแพงลักลอบขายปุ๋ยเคมีปลอม มาเร่ขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่

 


 พ.ต.ต.พงษ์ธนาฯ สว.กก.2 เจ้าพนักงานตำรวจ บก.ปคบ.หัวหน้าชุดสืบสวน เปิดเผยว่า ภายหลังได้ลงพื้นที่เพื่อทำการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด โดยพบว่ามีผู้เสียหายจำนวน 3 ตำบลประกอบด้วย ตำบลสองพี่น้อง ตำบลหงส์เจริญ และตำบลสลุย มีเกษตรกรชาวสวน หลงเชื่อเป็นจำนวนมากเบื้องต้นพบผู้เสียหายแล้วประมาณ 50-100 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท
 

ลักษณะการกระทำความผิดใช้การขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดทำให้มีเกษตรกรบอกต่อให้ญาติพี่น้องติดต่อสั่งซื้อกันเสียหายรายละหลายหมื่นบาท จากการสืบสวนพบว่าปุ๋ยดังกล่าวมีการโฆษณาบอกแก่ลูกค้าหรือผู้ซื้อว่าเป็นปุ๋ยท้องเรือ โดยปุ๋ยดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับปุ๋ยเคมีที่วางจำหน่ายในท้องตลาด แต่ไม่มีกลิ่นฉุน จับดูแล้วมีลักษณะคล้ายดินอัดก้อน โดยมีผู้เสียหายที่หลงเชื่อและได้ซื้อปุ๋ยปลอมดังกล่าวได้นำผลิตภัณฑ์ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นปุ๋ยปลอม มามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและได้ประสานงานกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรชุมพรเพื่อตรวจพิสูจน์ จำนวนหลายสิบคน และยังมีผู้เสียหายที่อยู่ระหว่างติดต่ออีกจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท

 


 โดยจากการสืบสวนพบว่าปุ๋ยปลอมดังกล่าวมีลักษณะคล้ายปุ๋ยยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งเลขทะเบียนปุ๋ยหมดอายุไปตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งถือว่าเป็นปุ๋ยเสื่อมสภาพ โดยชุดสืบสวนอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสาวไปถึงกลุ่มมิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นเซลล์หรือพนักงานขายของบริษัทโดยการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐาน ผลิตปุ๋ยโดยไม่ได้รับอนุญาต ผลิตปุ๋ยเพื่อจำหน่ายโดยไม่ขึ้นทะเบียนปุ๋ย ตามมาตรา 71,72 พ.ร.บ.ปุ๋ย 2550 ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นถึงสองแสนบาท
 

ด้านนายสมชาย มณีโชติ เจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงาน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรชุมพร หมู่ 4 ตำบลสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เปิดเผยว่า ข้อสังเกตในการเลือกซื้อปุ๋ย เบื้องต้นต้องดูลักษณะกายภายภายนอกหรือถุงหรือกระสอบบรรจุต้องมีความสมบูรณ์ มีชื่อบริษัทผู้ผลิต ที่ตั้ง น้ำหนักของปุ๋ย สูตรปุ๋ยต้องระบุไว้ข้างกระสอบ สำหรับปุ๋ยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ.ตรวจยึดมานั้น ตามที่กล่าวไปบนกระสอบไม่มีระบุอะไรเลยเป็นปุ๋ย เคมีหรืออินทรีย์ต่างๆเบื้องต้นมั่นใจว่าเป็นปุ๋ยปลอมหรือเป็นปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐาน และราคาของปุ๋ยตัวที่ตรวจยึดมาเป็นตัวอย่างนั้นราคา 540-600 บาท ซึ่งราคาแตกต่างกันเยอะโดยราคาปุ๋ยได้มาตรฐานกระสอบละ50 กิโลกรัม กระสอบละ 1000-1500 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างเก็บตัวอย่างปุ๋ยที่ตรวจยึดมา

 


 เกษตรกรรายหนึ่ง หลงเชื่อกลุ่มแก็งมิจฉาชีพซื้อปุ๋ยไปจำนวนหนึ่งเดินทางมาที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรชุมพร เพื่อส่งมอบปุ๋ยไม่ได้มาตรฐานศูนย์วิจัยฯเก็บเป็นตัวอย่าง เปิดเผยว่า พอเห็นกระสอบไม่ได้มาตรฐานจึงเอะใจ ยอมเปิดกระสอบชิมก่อนเลย จึงรุ้ว่าต้องเป็นของปลอมเนื่องจากไม่มีรถชาติ จืดชืดเหมือนกินดินผสมหินและนำไปใส่ต้นไม้เล็กในปริมาณที่มาก ถ้าเป็นปุ๋ยท้องเรือจริงต้นไม้ต้องตายแต่นี่กลับไม่เป็นอะไรเลย
 
ทั้งนี้ด้าน ปคบ.แจ้งเตือนในสถานการณ์ปุ๋ยแพง เช่นในปัจจุบัน มิจฉาชีพ จะใช้โอกาสในการหลอกลวงเกษตรกรหรือผู้บริโภค โดยการเสนอขายสินค้าที่มีราคา ถูกกว่าท้องตลาด โดยจะอ้างเหตุผลต่างๆ นาๆ ฉะนั้น การตัดสินใจซื้อปุ๋ย เคมีภัณฑ์ หรือผลิตภัณฑ์อื่นใด ที่มีราคาถูกกว่าท้องตลาด ให้พิงระวังไว้เลยว่า สินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าปลอม หรือสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน

หน้าแรก » ภูมิภาค