วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 22:42 น.

ภูมิภาค

เกษตรกรร้องผักบุ้งกว่า 10 ไร่ ได้กลิ่นยาใบหงิกงอตัดขายไม่ได้ขาดทุนยับ

วันศุกร์ ที่ 08 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.09 น.
เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2565 ที่อำเภอบางเลนผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส. จินดาพร แดงมีศรี อายุ 31 ปี อาชีพ ทำส่วนปลูกผัก  48 หมู่ 11  ต.บางเลน อ.บางเลน จังหวัด นครปฐม ปลูกผักบุ้งประมาณ 6 ไร่ ได้รับความเสียหายพืชผลใบหงิก งอ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 50,000 บาท พร้อมด้วยเกษตรกรปลูกผักบุ้งพื้นที่แปลงใกล้เคียงกันได้รับความเดือดร้อนพืชผลที่ปลูกผักบุ้งเอาไว้มีอาการหงิก งอ ไม่สามารถเก็บขายได้ทำให้ได้รับความเสียหายได้ไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบางเลน พร้อมพวกอีก 4 คนที่ได้รับความเดือดร้อน นายเสน่ห์ จันสนธิ อายุ 59 ปี 80 ม.11 ต.บางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐม ปลูกผักบุ้งเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ได้รับความเสียหายเป็นมูลค่าประมาณ 15,000 บาท นายสม ปัถวี อายุ 51 ปี 15/2 ม.12 ต.บางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐม ต้นมะรุม 14 ต้น ต้นมะเขือพวง 14 ต้นได้รับความเสียหาย เป็นมูลค่าประมาณ 10,000 บาท นางศิริวรรณ จันสนธิ อายุ 60 ปี 104 ม.11 ต.บางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐม ปลูกผักบุ้ง 3 ไร่ได้รับความเสียหายคิดเป็นเงินมูลค่าประมาณ  15,000 บาท  นางศรีนวล แดงมีศรี อายุ 65 ปี 48 ม.11 ต.บางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐม ได้ไปร้องเรียนร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบางเลนเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2565 ให้ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยกับนายสมชาย ฉีดยากำจัดผักตบชวาในคลองบางเลนซึ่งอยู่ห่างจากแปลงผักบุ้งและต้นมะรุมของผู้แจ้งกับพวกประมาณ 400 เมตรทำให้ผักบุ้งและต้นมะรุมของผู้แจ้งกับพวกได้รับความเสียหาย มีสภาพหงิกงอ ไม่สามารถตัดขายได้ทำให้ผู้แจ้งกับพวกได้รับความเดือนร้อน เหตุเกิดที่หมู่ที่ 12 ต.บางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐม เข้าร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเหลือในหนังสือร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบางเลนและหนังสือบันทึกประจำวันสภ.บางเลน
 
ซึ่งศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบางเลน ได้โทรศัพท์เชิญให้มาเจรจาไกล่เกลี่ยแล้วแต่ไม่ประสงค์ที่จะเจรจาไกล่เกลี่ยด้วยโดยอ้างว่าไม่ได้เกิดจากการกระทำของตนและให้ผู้ร้องกับพวกไปพิสูจน์ความเสียหายที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากสาเหตุใด ผู้แจ้งกับพวกจึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการต่อไป
 
นางสาวจินดาพร แจงมีศรี  อายุ 31 ปี เกษตรกรทำไร่ผักบุ้งได้รับความเสียหายและบอกอีกว่ามีคนมาฉีดยาย่าบริเวณคันคลองบางเลน ม.12 ต.บางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐมได้รับความเสียหายจำนวน 5 บ่อมีผู้เสียหายจำนวน 5 คนมีบ่อผักบุ่งมีไร่มะรุม และมะเขือพวง ในวันที่มีการฉีดตนเองได้บอกว่าให้หยุดฉีดแต่ทางด้านคนฉีดไม่หยุด ตนเองได้บอกไปว่าถ้าฉีดจะมีผลกระทบจากผักบุ้งของตนเองที่ปลูกเอาไว้  จากในในช่วงเย็นทางคนฉีดให้เหตุเกิดก่อนถ้ามีความเสียหายก็จะชดใช้ให้  ตนเองพร้อมผู้เสียหายได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมจากนายก อบต.บางเลนให้ช่วยพูดคุยให้ว่าผักบุ้งได้รับความเสียหายจะชดใช้ให้อย่างไร
 
ทางด้านนายกมล  แสงสีงาม เกษตรอำเภอบางเลน ได้บอกว่า จากการที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เกษตรกรร้องเรียนผักบุ้งได้รับผลกระทบจากสารเคมีจากการตรวจสอบพบว่าพืชนั้นมีใบหงิก งอ ไม่มีการเจริญเติบโตตามระยะเวลาตามที่ควรจะเป็นสัญนิฐานว่าน่าจะเกิดจากสารเคมีกำจัดวัชพืชกลุ่ม 2-4D หรือทู โฟ ดี ซึ่งเป็นสารเคมีที่ยับยั้งการสร้างโฮโมนของพืชทำให้การเจริญเติบโตของพืชมีอาการผิดปกติซึ่งสารเคมีตัวดังกล่าวสามารถปลิวไปกับอากาศได้ไกลโดยเฉพาะถ้าอยู่ใต้ลมไปได้ไดล้ถึง 1 กิโลเมตรหรือมากกว่า ตามที่ไปดูมาแล้วก็มีส่วนที่เกิดขึ้นได้จากสารกำจัดวัชพืชตัวนี้มั่นใจว่าเกิดจาก ทู โฟ ดี สารกำจัดวัชพืช การปลูกผักบุ้งนำ้หรือผักบุ้งแก้วนั้น 1 สัปดาห์ ก็จะตัดเก็บผลผลิตได้ 1 ครั้งยิ่งนานวันเข้าทางเกษตรกรก็จะตัดเก็บไม่ได้ก็จะสูญเสียรายได้มากพอสมควร  การฉีดพ่นกำจัดวัชพืชถ้าทำถูกต้องตามวิธีการตามหลักวิชาการใช้หัวพ่นแบบรูปพัดที่เครื่องพ่นยาไม่มีแรงดันสูงปรับละออองให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเพื่อป้องกันการพุ้งกระจายฉีดในช่วงเวลาที่ไม่มีลมแรงสามารถป้องกันไม่ให้ไปกระทบกระเทือนพืชที่อยู่บริเวณด้านข้าง จุดนี้สามารถทำได้
 
นายนรเศรษฐ์ แกมทอง ปลัดอำเภอรับผิดชอบทางศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบางเลนกล่าวว่า  ด้วยเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2565 ได้มีผู้ร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบางเลน 5 ราย  ได้มายื่นคำร้อง   ร้องทุกข์ต่อนายอำเภอบางเลนกรณีที่ผลผลิตทางการเกษตรเสียหายจากการปลูกผักบุ้ง ว่าได้มีการฉีดยาทำให้ผักบุ้งตนเองได้รับความเสียหายหงิก งอ ไม่สามารถตัดขายได้ ทางศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบางเลนได้เชิญผู้ที่ถูกอ้างว่าฉีดยาดังกล่าวมาเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายแต่ทางผู้ที่ถูกกล่าวอ้างได้แจ้งว่าตนเองว่าต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าความเสียหายนั้นเกิดจากสาเหตุใดและไม่ประสงค์ที่จะไกล่เกลี่ยทางศูนย์ดำรงธรรมได้บันทึกและจะเรียนนายอำเภอบางเลนเพื่อพิจารณา

หน้าแรก » ภูมิภาค