วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565 16:27 น.

ภูมิภาค

“ส.ส.เดือน มนพร”นำทีมครอบครัวเพื่อไทย ควักงบส่วนตัวลุยแจกสิ่งของ ปชช.

วันพฤหัสบดี ที่ 04 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 08.24 น.

ดร.มนพร เจริญศรี หรือเดือน ส.ส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย/รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันต้องยอมรับว่า ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ล้วนมาจากความล้มเหลวการทำงานของรัฐบาล ในการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด และเป็นรัฐบาลที่มาจากการสืบอำนาจ คสช. ไม่ได้มาจากระบบประชาธิปไตยแท้จริง ทั้งยังมีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่มาจากความบิดเบี้ยวของรัฐธรรมนูญ บวกกับได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดระบาด ซ้ำเติมความเป็นอยู่ชาวบ้านมากขึ้น

 


ตนในฐานะเป็นผู้แทนของประชาชน สำคัญที่สุดต้องสะท้อนปัญหาไปยังรัฐบาล ให้รับรู้ถึงความทุกข์ยากของประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายค้าน หรือรัฐบาล ต้องมีสำนึกในการทำหน้าที่ผู้แทนหรือ ส.ส.ให้ดีที่สุด ในการเป็นกระบอกเสียงแทนชาวบ้าน ต้องทำหน้าที่ทั้งในสภาและนอกสภา หลังว่างเว้นจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน เพื่อรับทราบปัญหาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงควักเงินส่วนตัวตามกำลัง ในฐานะ ส.ส.ระดับล่าง ก็นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค ไปแจกจ่ายช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นงานบุญประเพณี รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน


ดร.มนพร เจริญศรี หรือ ส.ส.เดือน กล่าวอีกว่า ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาหลังว่างเว้นจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงพื้นที่พบปะชุมชนบ้านเอื้ออาทรในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ที่มีจำนวนเกือบ 500 ครัวเรือน ซึ่งการลงพื้นที่ก็ได้รับทราบปัญหาหลายเรื่อง ในช่วงนี้ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ น้ำมันแพง สิ่งของอุปโภคบริโภคราคาแพง ตกงานระเนระนาด บางรายต้องซื้อข้าวถุงรายวันไปกิน

 


ส่วนชาวนากระดูกสันหลังของชาติ เป็นคนปลูกข้าวให้พวกเราทานกัน แต่กลับขายข้าวเปลือกได้ในราคาถูก แต่พอคนไปซื้อข้าวสารกินกลับมีราคาแพง ผลผลิตการเกษตรราคาตกต่ำ ดังนั้นตนในฐานะผู้แทน ได้ร่วมกับทีมงานครอบครัวเพื่อไทย ควักงบประมาณส่วนตัว นำข้าวสารไปแจกจ่ายตามครัวเรือน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย บรรเทาความเดือดร้อน ฝากเป็นกำลังใจพี่น้องประชาชนชาว จ.นครพนม ยืนยันพรรคเพื่อไทย อยู่เคียงข้างประชาชนตลอดไป สำคัญที่สุดการเลือกตั้งสมัยหน้า เราจะต้องรวมพลังใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้ง เลือกฝ่ายประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ตัดวงจรการสืบทอดอำนาจของ คสช. เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า


อนึ่ง ดร.มนพร เจริญศรี หรือ ส.ส.เดือน ในฐานะเป็นผู้แทนจังหวัดชายแดน จึงรับทราบปัญหายาเสพติดที่ทะลักเข้ามาในราชอาณาจักรอยู่เนืองๆ จึงนำปัญหาดังกล่าวไปอภิปราย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในสภาฯ โดยช่วงหนึ่ง ดร.มนพร กล่าวว่าตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี/รมว.กลาโหม เข้ามาบริหารประเทศ ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปี 2565 เป็นระยะเวลา 8 ปี คนไทยอยู่กับความยากลำบาก ความเดือดร้อนของประชาชนกระจายทุกหย่อมหญ้า ความยากจน ความเหลื่อมล้ำพุ่งสูงขึ้น จากการรุกคืบของกลุ่มนายทุนขนาดใหญ่ ตนจะอภิปรายถึงความล้มเหลวเหลวในการปราบปรามยาเสพติด เพราะเป็นปัญหาที่ไม่คิดจะแก้ไขและมองไม่เห็น ยิ่งอยู่นานยาเสพติดยิ่งเยอะขึ้น ราคาซื้อขายถูกลง ทำให้เยาวชนเข้าถึงได้ง่ายกว่าการซื้อไอศกรีม “..พรรคเล็กทั้งหลายท่านไม่ต้องสนใจว่าได้กล้วยกี่หวี ตอนนี้ดิฉันมีกล้วยอยู่แล้ว ใครต้องการกล้วยให้มารับที่ดิฉัน” พร้อมชูกล้วยเป็นหวีขึ้นมากลางห้องประชุมสภา

 


นอกจากนี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 ดร.มนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งกระทู้ถามสดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงกรณีการจับกุมวัตถุคล้ายยาเคตามีนล็อตใหญ่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 11.5 ตัน ซึ่งจากผลตรวจเบื้องต้น 66 กระสอบจากทั้งหมด 475 กระสอบ ผลเป็นสีม่วง คาดว่าเป็นยาเคตามีน แต่เมื่อส่งตรวจในห้องแล็บ ผลระบุว่าไม่ใช่สารเสพติด แต่เป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟต นอกจากนี้การย้ายสถานที่ตรวจสอบของกลาง ไม่มีการปิดพื้นที่ก่อน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าระบบรัดกุมพอที่ของกลางจะไม่รั่วไหลหรือไม่ จึงทำให้คนไทยทั้งประเทศเกิดความแคลงใจ และทำให้ประเทศไทยเสียรังวัดในสายตาชาวโลก ที่อาจมองว่าประเทศไทยเป็นแหล่งยาเสพติด เพราะไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหนจับยาเสพติดได้จำนวนมากขนาดนี้ ซึ่งเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือที่มีต่อมาตรฐานการทำงานของรัฐบาล และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ที่สำคัญทำให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่เคยมีนโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างแท้จริง