วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 19:46 น.

ภูมิภาค

คนมาไหว้ขอพร “หลวงพ่อเหลือ” เกจิดัง ขอให้มีโชคลาภ

วันจันทร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.11 น.

วันนี้ 26 ก.พ.66 ผู้สื่อข่าวรายงาน ใกล้ถึงวันหวยออก พบคอหวยหลากหลายพื้นที่ ได้มาไหว้-ขอพรพระครูนันทธีราจารย์ หรือ หลวงพ่อเหลือ นันทสาโร วัดสาวชะโงก ต.สาวชะโงก อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา วัดดังของแปดริ้ว ตั้งติดริมแม่น้ำบางปะกง ซึ่งเชื่อว่ามาไหว้ขอพรหลวงพ่อเหลือแล้วจะเหลือกิน เหลือใช้ โดยเฉพาะการให้โชคลาภประสบความสำเร็จ
 

สำหรับ หลวงพ่อเหลือ เป็นพระเกจิที่มีคุณวิเศษในหลายด้านในอดีต  มักได้รับนิมนต์เข้าร่วมพิธีปลุกเสกใหญ่เสมอ นอกจากนี้ เมื่อครั้งสงครามอินโดจีน ก็เป็น 1 ในพระเกจิที่สร้างผ้ายันต์แดง แจกทหารในสงคราม แต่ที่โดดเด่นเป็นที่กล่าวถึงคือ ปลัดขิก


 

“ปลัดขิก” หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เป็นที่แสวงหาของบรรดานักนิยมสะสมเครื่องรางของขลัง 
ประวัติ หลวงพ่อเหลือ นันทสาโร มีนามเดิม เหลือ รุ่งสะอาด เป็นชาวฉะเชิงเทราโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 9 ก.ค.2405 ที่ ต.บางเล่า อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา บิดา-มารดา ชื่อ นายรุ่ง-นางเพชร รุ่งสะอาด


ในช่วงวัยเยาว์เป็นคนขยันขันแข็ง ช่วยงานบิดามารดาและญาติพี่น้องจนเป็นที่รักใคร่ของทุกคน เมื่อถึงวัยอันควรในปีพ.ศ.2428 เข้าพิธีอุปสมบท ที่พัทธสีมาวัดสาวชะโงก อ.บางคล้า โดยมี พระอาจารย์คง วัดใหม่บางคล้า เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการขิก วัดสาวชะโงก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์โต วัดสาวชะโงก เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา นันทสาโร

 


พระภิกษุเหลือได้ศึกษาอักษรขอม-บาลี และวิปัสสนากัมมัฏฐาน จากพระอธิการขิก พระกรรมวาจาจารย์ ผู้มีวิทยาคมเข้มขลังจนแตกฉาน จากนั้นเดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์กับพระเกจิผู้ทรงคุณอีกหลายสำนัก อาทิ หลวงพ่อดำ วัดกุฎี จ.ปราจีนบุรี และหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว จ.กาญจนบุรี เป็นต้น


หลังจากการไหว้พระ ขอพรหลวงพ่อเหลือ แล้ว สิ่งหนึ่งคือ พบมีแผงหวย โดยเฉพาะใกล้วันหวยออกนี้ มีมาจำหน่ายถึงที่3-4แผง และ ที่ ริมเขื่อนกันตลิ่ง ริมแม่น้ำบางปะกงหน้าวัด พบมีแม่ค้า ที่เป็นชาวบ้านนำสินค้าพื้นบ้านยาวเรียงราย เป็นตลาดนัดริมน้ำแบบชาวบ้าน มีให้เลือกชิม-ซื้อหา ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม พืชผัก ผลไม้ จากในสวนมาจำหน่ายบริการแก่นักท่องเที่ยว พากันขายดิบขายดี อันเป็นได้ทั้งที่กิน ที่เที่ยว พักผ่อนไปในตัว พร้อมสร้างเศรษฐกิจในท้องถิ่น
 


พบ ป้าเล็ก ชาวบ้านละแวกใกล้วัด นำเมี่ยงคำใส่รถเข็น พร้อมเครื่องเคียงมาจำหน่ายให้เป็นของว่างขบเคี้ยวของนักท่องเที่ยว โดยขายทั้งแบบเป็นไม้เสียบ ใน 1 ไม้มีเมี่ยง 3 คำ ในราคาไม้ละ 10 บาท ส่วนอีกแบบใส่ถุงขายเป็นชุดราคาชุดละ 40 บาท พบว่า แบบเสียบไม้ขายดีกว่า เพราะสะดวก สามารถรับประทานได้ทันทีไม้ต้องมาม้วน หรือหยิบเครื่องใส่ใบชะพลู
 

ป้าเล็กบอกว่า ส่วนใหญ่นำวัตถุดิบจากสวนมาจำหน่ายเอง ส่วนใหญ่ที่มาขายมักเป็นช่วงในวันหยุด เสาร์ – อาทิตย์ หรือ วันนักขัตฤกษ์ ที่นักท่องเที่ยวมาไหว้ ขอพรหลวงพ่อเหลือกันมากกว่า ส่วนในวันพุธป้าเล็กจะขายขนมครกไทยแทน รายได้แต่ละวัน หักแล้วกำไรมากกว่า 200 -300 บาท / วัน ขายมาได้นาน 4 -5 ปีเศษแล้ว

 

 

 



และในหน้าแล้งนี้พบว่า ร้านเมี่ยงคำมีปัญหาบ้าง คือราคามะนาวที่ซื้อมาจากท้องตลาดราคาแพง โดยราคาสูงถึงลูกละ 5 บาท /ลูก แต่ตนเองยังจำหน่ายราคาเท่าเดิมตมปกติ ส่งผลให้ผลกำไรที่ได้ลดลงบ้าง แต่ยังคงอยู่เลี้ยงครอบครัวได้

หน้าแรก » ภูมิภาค