วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 22:20 น.

ภูมิภาค

ชาวแหลมใหญ่ยกตำบล รุมค้านต่อเติมท่าเทียบเรือ หลังได้รับผลกระทบเรือบรรทุกน้ำมันระเบิด ชี้ไม่มั่นใจความปลอดภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 12.16 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาอเนกประสงค์สมุทรจันทคุณ วัดปากสมุทร ต.แหลมใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงครา บริษัทรวมมิตรด็อคยาร์ดจำกัด จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน ครั้งที่ 2 โครงการท่าเทียบเรือ บริษัทรวมมิตรด็อคยาร์ดจำกัด เพื่อนำเสนอร่างรายงานและร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยรับฟังความคิดเห็นชาวบ้าน 8 ตำบลที่ได้รับผลกระทบเรือบรรทุกน้ำมันระเบิด เพื่อสร้างความเข้าใจ ยืนยันจะป้องกันไม่ให้เหตุเกิดซ้ำ มีผู้สนใจเข้าร่วม 222 คน แสดงความคิดเห็นว่าไม่มั่นใจความปลอดภัยเนื่องจากได้เกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันสมูธซี 22 ที่เข้าซ่อมบำรุงที่ท่าเทียบเรือบริษัทรวมมิตรด็อคยาร์ดจำกัด และได้เกิดระเบิดไฟลุกไหม้ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างด้าว 8 ราย และมีผู้บาดเจ็บหลายราย อีกทั้งสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนในบริเวณใกล้เคียงจำนวนมากนั้น

โดย น.ส.ประภารัตน์ นาคผจญ หัวหน้าสำนักงาน จ.สมุทรสงครามได้เป็นประธานเปิดการประชุม มีผู้เข้าร่วมเวที 222 คน เป็นชาว ต.แหลมใหญ่ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบและผู้มีส่วนได้เสีย 120 คน หน่วยงานราชการ 25 คน ตัวแทนประชาชนจากพื้นที่ห่างจากท่าเทียบเรือในรัศมี 5 กิโลเมตร 7 ตำบลได้แก่ ต.คลองโคน ต.บางขันแตก ต.ท้ายหาด ต.บ้านปรก ต.แม่กลอง ต.บางจะเกร็ง และ ต.บางแก้ว รวมถึงประชาชนที่สนใจเข้าร่วมประชุมรวม 57 คน บริษัทรวมมิตรด็อคยาร์ดจำกัด 9 คน และบริษัทสิ่งแวดล้อมสยามจำกัด (บริษัทที่ปรึกษาฯ) 11 คน โดยมี ดร.นฤพล ศรีตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจและสังคมและการมีส่วนร่วมของประชาชน และนายธีรวีร์ ปาติปา ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม บริษัทสิ่งแวดล้อมสยามจำกัดผู้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเป็นผู้ตอบข้อซักถาม

น.ส.ทิพเมธี ศิวะภิญโญยศ กรรมการผู้จัดการบริษัทรวมมิตรด็อคยาร์ดจำกัด กล่าวว่าจากเหตุเรือบรรทุกน้ำมันสมูธซี 22 ที่เข้าซ่อมบำรุงที่ท่าเทียบเรือได้เกิดระเบิดเมื่อวันที่ 17 ม.ค.66 บริษัทได้ชดเชยค่าเสียหายให้ญาติผู้เสียชีวิตและผู้เสียหายครบแล้วทุกราย นอกจากนี้ยังจัดตั้งทีมงานรักษาความปลอดภัยและศูนย์อำนวยการดับเพลิง พร้อมฝึกซ้อมแผนป้องกันเหตุเพลิงไหม้รวมทั้งกำหนดมาตรฐานตรวจสอบก่อนนำเรือเข้าซ่อมบำรุงที่บริเวณท่าเรือ โดยเฉพาะมาตรการ Free Gas คือตรวจสอบแก๊สคงเหลือในเรือให้เป็นศูนย์ก่อนนำเข้าซ่อมบำรุงทุกลำ

น.ส.ทิพเมธี ยังได้ชี้แจงถึงความเป็นมาของท่าเทียบเรือบริษัทรวมมิตรด็อคยาร์ดจำกัด ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 140 หมู่ 8 ต.แหลมใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงครามว่า เริ่มแรกให้บริการจอดและซ่อมบำรุงเรือ เช่นเรือประมงและเรือประเภทอื่นๆ ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าให้ใช้เป็นท่าเทียบเรือขนาดไม่เกิน 500 ตันกรอส ต่อมาวันที่ 2 ตุลาคม 2563 ผู้ประกอบรายเดิมได้ขายหุ้นทั้งหมดให้แก่ผู้ประกอบการรายใหม่ดำเนินกิจการท่าเทียบเรือให้บริการจอดซ่อมบำรุงเรือรวมทั้งเครื่องจักรกล อุปกรณ์ต่างๆบนเรือ เพิ่มความสมบูรณ์ความพร้อมและความปลอดภัยของเรือ และเพื่อรองรับกับสภาพปัจจุบันที่ผู้ประกอบการเดินเรือส่วนใหญ่หันมาใช้เรือที่มีขนาดเกินกว่า 500 ตันกรอส ทางบริษัทรวมมิตรด็อคยาร์ดจำกัด จึงต้องการปรับปรุงท่าเทียบเรือเดิมและก่อสร้างท่าเทียบเรือส่วนขยายเพื่อให้สามารถรองรับเรือที่เข้ามาซ่อมบำรุงที่มีขนาดเกินกว่า 500 ตันกรอสได้ บริษัทฯ จึงมอบหมายให้บริษัทสิ่งแวดล้อมสยามจำกัดศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามแนวทางและวิธีการที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนดตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดประเภทโครงการ กิจการหรือการดำเนินการซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 2 พ.ศ.2562 เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ก่อนนำไปประกอบการพิจารณาขออนุญาตกระทำสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำสำหรับท่าเทียบเรือขนาดเกินกว่า 500 ตันกรอสต่อกรมเจ้าท่า และนำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อพิจารณาการอนุญาตต่อไป

อย่างไรก็ตามชาว ต.แหลมใหญ่ ต่างคัดค้านเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เห็นด้วยกับการต่อเติมท่าเทียบเรือ เช่น นางทองคำ เจือไทย กล่าวว่าคุณมาสร้างท่าเทียบเรือแล้วใช้ทะเลร่วมกับชาวบ้านทะเลไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่งก็จริง แต่เคยสำรวจไหมว่าคนที่นี่เขาประกอบอาชีพอะไรกันแล้วถ้าชาวบ้านเขาบอกว่าไม่เอาจะมีผลอะไรบ้างไหม ขนาดเกิดเหตุบ้านพังเสียหายขอค่าชดเชยก็ให้น้อยกว่าที่ขอ แล้วถ้าเกิดเหตุอีกมีชาวบ้านตายล่ะจะไปเอาที่ใคร

นายอนันต์ คลองน้อย สมาชิกสภา อบต.หมู่ 8 กล่าวว่าก่อนเกิดเหตุระเบิด เวลาลมพัดฝุ่นจากการทำงานของท่านฟุ้งกระจายเข้าบ้านชาวบ้าน เวลาเอาเรือลำใหญ่เข้ามาจอดซ่อม น้ำก็ไหลเชี่ยว บางทีก็จอดเรือซ้อนลำกลางลำน้ำ ชาวประมงพื้นบ้านจะเข้าฝั่งใช้เรือลำเล็กต้องวิ่งอ้อมเรือที่มาจอดซ่อมฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวอีก การจัดเวทีวันนี้มาพูดแต่เรื่องของกฎหมายไม่ได้พูดถึงปัญหาที่เกิดกับชาวบ้านเลย

นางบุปผา แซ่ล้อ กล่าวว่าบ้านของตนเสียหายจากเหตุเรือระเบิด บริษัทชดเชยไม่เต็มจำนวน ครั้งนี้ก็พูดถึงแต่เรื่องจะขยายท่าเทียบเรือ แต่ไม่พูดเลยว่าจากเหตุการณ์ครั้งนั้นคุณดูแลชาวบ้านชดเชยเต็มที่หรือยัง ถ้าจะทำกิจการต่อก็ขอพูดตรงๆว่า หากไม่ได้อยู่ที่นี่มาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษก่อนที่บริษัทจะมาสร้างท่าเทียบเรือก็จะย้ายหนีไม่สร้างบ้านอยู่แถวนี้แน่ เพราะทั้งกลัวทั้งหวาดระแวงไม่มีความมั่นใจในมาตรการอะไรเลย แต่นี่เป็นที่ดินของบ้านเกิดบรรพบุรุษจะย้ายไปไหนก็ไม่ได้

นายคัมภีร์ ทองเปลว เครือข่ายประชาคมคนรักแม่กลอง กล่าวว่าจากเอกสารการขออนุญาตครั้งแรกเป็นในส่วนของท่าเรือและการซ่อมบำรุงบนบก แต่การขออนุญาตครั้งที่ 2 เป็นท่าเรือและการซ่อมบำรุงเรือบนน้ำ จึงถามว่าเพื่อตัดเรื่องระบบบำบัดน้ำเสียใช่หรือไม่ ส่วนใบอนุญาตประกอบกิจการเมื่อปี 2558 ทำได้จริงหรือเปล่า เพราะแนบท้ายประกาศระบุว่าผู้ประกอบการต้องทำตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายภายใน 180 วัน ถ้าไม่ได้ทำจะเกิดการประกอบกิจการเถื่อน ผลพวงก็เอาเรือเข้ามาจอดซ่อมเถื่อน กรมเจ้าท่าได้มีการร้องทุกข์เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงนี้หรือไม่ ประกอบกิจการดังกล่าวเป็นเหตุให้คนตายถึง 8 คนเป็นเรื่องใหญ่ ไม่เกี่ยงว่าคนตายเป็นต่างด้าวเพราะคุณค่าของคนเท่ากัน วันนี้หากท่าเรือยังมีคดีแล้วมาขอทำรายงานประกอบการต่อเติมมันได้หรือไม่

ด้าน นายธีรวีร์ ปาติปา ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม บริษัทสิ่งแวดล้อมสยามจำกัดผู้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ชี้แจงว่ากระบวนการรับฟังความเห็นครั้งนี้เป็นร่างรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทางบริษัทฯ จะนําข้อกังวลและข้อเสนอแนะของชาวบ้านสรุปเป็นเอกสารให้ชาวบ้านรับทราบว่าครบทุกประเด็นหรือไม่ ต่อไปจะจัดทำเล่มที่สมบูรณ์เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการผู้พิจารณา สำหรับรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่จําเป็นต้องได้รับความเห็นชอบอย่างเดียว อาจจะไม่ได้รับความเห็นชอบก็ได้และต้องเข้ามาเริ่มกระบวนการใหม่
 

หน้าแรก » ภูมิภาค