วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569 04:03 น.

ภูมิภาค

ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช หารือเตรียมจัดงานมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ ประจำปี 2567

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.06 น.

วันที่ 19 ธ.ค.66 ที่ห้องประชุมศรีวิชัย ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในการประชุมเพื่อเตรียมการจัดงานมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ ประจำปี 2567 ครั้งที่ 1/2567 โดยมีวัฒนธรรมจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน หน่วยงาน และองค์กรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

การจัดงานประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ เป็นงานประเพณีที่ได้ถือปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณ โดยพุทธศาสนิกชนทั้งจากจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงพุทธศาสนิกชนชาวจีน มาเลเซีย และสิงคโปร์ ตลอดจนผู้สนใจทั่วไปเดินทางมาร่วมงานเป็นประจำทุกปี จึงนับเป็นงานมหากุศลบุญใหญ่แห่งปี ที่พี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้อนุรักษ์สืบทอดเพื่อให้คงอยู่สืบไป

โดยในปี 2567 จะกำหนดจัดงานมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุนานาชาติที่เมืองนคร ประจำปี 2567 ขึ้นระหว่างวันที่ 20-25 กุมภาพันธ์ 2567 ณ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช และสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา ทั้งนี้เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของวันมาฆบูชา ซึ่งวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตลอดจนเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม เบื้องต้นกิจกรรมภายในงาน จะประกอบด้วย กิจกรรมสมโภชผ้าพระบฏพระราชทานและผ้าพระบฏของส่วนราชการ หน่วยงานและองค์กรต่างๆ พิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันมาฆบูชา พิธีอัญเชิญและถวายผ้าพระบฏพระราชทาน กิจกรรมรณรงค์แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวและกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาในสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลมาฆบูชา ประจำปี 2567 กิจกรรมสวดด้าน กิจกรรมสวดมนต์ฟังธรรม เจริญจิตตภาวนาถวายเป็นพุทธบูชา กิจกรรมกวนข้าวยาคู และพิธีเวียนเทียนวันมาฆบูชา

จากตำนานของประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุมีอยู่ว่า ในสมัยที่พระเจ้าสามพี่น้อง คือ พระเจ้าศรีธรรมโศกราช พระเจ้าจันทรภาณุ และพระเจ้าพงษาสุระ กำลังดำเนินการสมโภชพระบรมธาตุอยู่นั้น คลื่นได้ซัดผ้าแถบยาวชิ้นหนึ่ง ซึ่งมีลายเขียนเรื่องราวพุทธประวัติ (เรียกว่า พระบฏ หรือ พระบต) ขึ้นที่ชายหาดปากพนัง ชาวบ้านจึงนำผ้าผืนนั้นไปถวายพระเจ้าศรีธรรมโศกราช พระองค์จึงรับสั่งให้ซักจนสะอาด แต่ลายเขียนพุทธประวัติก็ไม่ลบเลือน ยังคงสมบูรณ์ดีทุกประการ จึงรับสั่งให้ประกาศหาเจ้าของ จนได้ความว่าชาวพุทธกลุ่มหนึ่ง จะเดินทางไปลังกา เพื่อนำพระบฏไปถวายเป็นพุทธบูชาพระทันตธาตุ คือ พระเขี้ยวแก้ว(พระทันตธาตุเบื้องซ้าย) แต่เรือถูกมรสุมซัดแตกที่ชายฝั่งเมืองนคร มีผู้รอดชีวิต 10 คน ส่วนพระบฏถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่งปากพนัง พระเจ้าศรีธรรมโศกราช ทรงพิจารณาเห็นว่าควรจะนำขึ้นไปห่มพระบรมธาตุเจดีย์เนื่องในโอกาสสมโภชพระบรมธาตุ เจ้าของพระบฏที่รอดชีวิตก็ยินดีด้วย จึงโปรดให้ชาวเมืองนครจัดเครื่องประโคมและริ้วขบวนแห่ผ้าพระบฏขึ้นห่มโอบฐานพระบรมธาตุเจดีย์ จนเป็นประเพณีและได้ถือปฏิบัติต่อเนื่องเป็นงานบุญประจำปีที่สำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมมราชมาจนถึงปัจจุบัน
 

หน้าแรก » ภูมิภาค